โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รมช.คมนาคม ขีดเส้น Seaplane นำร่อง กระบี่-ภูเก็ตภายในปีนี้

NATIONTV

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ และบริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย พร้อมหารือแนวทางการขับเคลื่อนและเปิดให้บริการเครื่องบินน้ำ (Seaplane) ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อยกระดับการเชื่อมโยงการเดินทางสู่แหล่งท่องเที่ยวฝั่งอันดามัน และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub)

นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมมีเป้าหมายพัฒนาท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ให้เป็น “Airport for Regional Development” เชื่อมโยงการเดินทางสู่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างไร้รอยต่อ รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในอนาคต โดย Seaplane จะเป็นอีกทางเลือกสำคัญในการเข้าถึงหมู่เกาะต่างๆ และพื้นที่ชายฝั่งได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างจัดตั้ง “คณะกรรมการบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์เพื่อขับเคลื่อนการใช้อากาศยานขึ้นลงบนผิวน้ำ (Seaplane)” เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ผู้เชี่ยวชาญ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางและเร่งผลักดันการดำเนินงานให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยด้านการบิน ซึ่งตนได้รับมอบหมายจากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ ให้เป็นประธานคณะกรรมการในชุดดังกล่าว

นายภัทรพงศ์ ระบุว่า โครงการ Seaplane ไม่เพียงยกระดับรูปแบบการเดินทางและประสบการณ์ท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวคุณภาพและกำลังซื้อสูงเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและต่อยอดการเติบโตของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาคการบิน การท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร ธุรกิจบริการ การแพทย์ฉุกเฉิน รวมถึงภารกิจด้านความมั่นคงทางทะเล

“กระบี่จะเป็นพื้นที่นำร่องและจุดหมายแรกของประเทศไทยในการเปิดให้บริการ Seaplane ซึ่งคาดว่าจะสามารถเริ่มทดลองทำการบินได้จากสนามบินกระบี่ ไปยังจังหวัดภูเก็ต โดยบริษัท Thai Seaplane ภายในไม่เกินสิ้นปีนี้ ส่วนบริษัท Siam Seaplane หลังเสร็จสิ้นขั้นตอนการเสนอรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือ IEE (Initial Environmental Examination) ก็จะสามารถดำเนินการเปิดให้บริการได้ในโอกาสต่อไป“ นายภัทรพงศ์ กล่าว

นายภัทรพงศ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า จากความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน อย่างเข้มแข็ง จะเป็นการจุดประกายธุรกิจการบินรูปแบบใหม่ เพื่อเชื่อมต่อการท่องเที่ยวอันดามันแบบไร้รอยต่อ ดึงดูดนักท่องเที่ยวศักยภาพสูงจากทั่วโลก สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศได้ในทุกมิติ ซึ่งตนได้กระชับขอให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการให้พร้อม และแล้วเสร็จเพื่อเปิดให้บริการให้ทันภายในปลายปีนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...