คุมตัวฝากขัง น้า-พี่สาว สารภาพโหดใช้มืออุดจมูก น้ององุ่น ยัดร่างใส่ตู้เสื้อผ้า ทิ้งกอไผ่
ศาลสั่งส่งตัวพี่สาวและน้าชายเข้าสถานพินิจฯ หลังสารภาพพลั้งมือทำน้ององุ่นเสียชีวิต อำพรางศพทิ้งกอไผ่ เผยนั่งคร่อมทับ ใช้มืออุดจมูก-ปากจนน้องนิ่ง สารภาพไม่ได้ตั้งใจ
จากกรณีการเสียชีวิตของน้ององุ่นวัย 7 ปีที่มีผู้นำร่างไปอำพรางไว้ในกอไผ่ พื้นที่อำเภอสังขละบุรี ล่าสุดคนในครอบครัวเปิดเผยสาเหตุแล้วว่าผู้ก่อเหตุคือพี่สาวและน้าชาย เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2569 ญาติและตำรวจนำตัวเด็กหญิงวัย 13 ปี และน้าชายชายเดินทางจากอำเภอสังขละบุรีไปยังศาลจังหวัดทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี เจ้าหน้าที่ศาลและพนักงานรักษาความปลอดภัยเตรียมความพร้อมรอรับตัวเพื่อขอศาลไต่สวนคำร้องฝากขัง
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดกาญจนบุรี (ทองผาภูมิ) ดำเนินการไต่สวนคำร้องที่พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรสังขละบุรี ทั้งสองถูกกล่าวหาว่าฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและร่วมกันซ่อนเร้นหรือย้ายศพ ศาลพิเคราะห์พยานเอกสารและข้อเท็จจริงแล้ว มีคำสั่งส่งตัวทั้งสองคนไปควบคุมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดกาญจนบุรี
ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 พนักงานสอบสวนสามารถยื่นคำร้องฝากขังได้ครั้งละไม่เกิน 30 วัน หากสอบสวนไม่เสร็จสามารถขอผัดฟ้องได้อีกครั้งละไม่เกิน 15 วัน เนื่องจากคดีนี้มีอัตราโทษเกิน 5 ปี พนักงานสอบสวนจึงสามารถขอผัดฟ้องเพิ่มได้อีก 2 ครั้ง รวมไม่เกิน 4 ครั้ง
ก่อนหน้านี้ พี่สาววัย 13 ปี ให้การถึงสาเหตุการเสียชีวิตว่า ปกติทะเลาะกับน้องสาวบ่อยครั้ง วันเกิดเหตุนั่งคร่อมทับและใช้มืออุดจมูกอุดปากจนน้องแน่นิ่งไป โดยไม่ได้ตั้งใจทำร้ายให้เสียชีวิต เมื่อรู้ว่าเกิดเรื่องจึงรีบไปบอกน้าชาย
ฝ่ายน้าชายเล่าว่า รักหลานทั้งสองคนมากและตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ด้วยความทำอะไรไม่ถูกจึงช่วยนำร่างไปซ่อนในตู้เสื้อผ้า จากนั้นนำร่างใส่กระสอบลากขึ้นรถจักรยานยนต์พ่วงข้างขับออกไปทิ้งไว้ตรงกอไผ่
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง