โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จีบมาครงลงทุนไทย หนูขนคณะบินฝรั่งเศส คลังสวน‘ไหม’ไม่ลักไก่

ไทยโพสต์

อัพเดต 21 พฤษภาคม 2569 เวลา 4.00 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“นายกฯ” เยือนฝรั่งเศส 21-27 พ.ค. เตรียมหารือ "มาครง-ผอ.IEA” ส่งเสริมความร่วมมือการค้า-การลงทุน-พลังงาน “อนุทิน” เมินโต้ "ศิริกัญญา” ปมอ้างจับโป๊ะ รบ.สอดไส้เอาเงินกู้เยียวยามาโปะเงินกองทุนประชารัฐ “ปลัดคลัง” ยันใช้เงินกู้กับบัตรคนจนได้ตามเงื่อนไข พ.ร.ก. “ปกรณ์” เผยคำชี้แจงศาล รธน. เงินกู้ 4 แสนล้านส่งภายใน 7 วัน “ศุภจี” ลั่นต้องเดินหน้าพยุง ศก.ต่อเนื่อง บอกหยุดทำปัญหาหมุนกลับแน่ “สุริยะ” ผุดโปรเจกต์ใหม่โซลาร์เซลล์ภาคเกษตร ขอใช้งบเงินกู้ หลังจัดหาปุ๋ยชีวภาพโดน สตง.เบรก

เมื่อวันที่ 20 พ.ค.2569 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย มีกำหนดการเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 21-27 พ.ค.2569 โดยนายกฯ จะใช้โอกาสการเยือนในครั้งนี้พบหารือกับผู้นำและบุคคลสำคัญจากหลายภาคส่วน โดยในระดับผู้นำ มีกำหนดการพบกับนายเอมมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ในงานเลี้ยงอาหารค่ำ ซึ่งนายกฯ จะใช้โอกาสนี้หารือเพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับฝรั่งเศส มุ่งสู่ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ พร้อมทั้งผลักดันความร่วมมือที่สำคัญ โดยเฉพาะด้านการค้าการลงทุน พลังงาน คมนาคม การทหาร และอากาศยาน

น.ส.รัชดากล่าวว่า ระดับองค์การระหว่างประเทศ นายกฯ จะพบหารือกับผู้อำนวยการองค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เพื่อส่งเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน พร้อมทั้งพบหารือกับผู้อำนวยการใหญ่องค์การยูเนสโก ต่อยอดความร่วมมือที่และผลักดันบทบาทวัฒนธรรมไทยในเวทีโลก โดยเฉพาะการขึ้นทะเบียนชุดไทยเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติในปลายปีนี้ เพื่อสร้างการรับรู้และต่อยอดมูลค่าทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทย ทั้งด้านแฟชั่น งานหัตถกรรม การท่องเที่ยว และซอฟต์พาวเวอร์ไทยในระดับนานาชาติ

“นายกฯ ยังจะได้พบหารือกับคณะนักธุรกิจฝรั่งเศสภายใต้สมาคมนายจ้างฝรั่งเศส เพื่อเชิญชวนเข้ามาลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ของไทย รวมทั้งทีมประเทศไทย ภาคเอกชนไทยและชุมชนไทยในฝรั่งเศส โดยนายกฯ จะเข้าร่วมและแลกเปลี่ยนความเห็นด้วย” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ

ต่อมาเวลา 16.20 น. นายอนุทินปฏิเสธให้สัมภาษณ์กรณี น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ระบุรัฐบาลสอดไส้ใช้เงินกู้กับโครงการประจำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยกล่าวเพียงว่า ให้ไปถามนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.การคลัง

ก่อนหน้านี้ น.ส.ศิริกัญญาโพสต์เฟซบุ๊กตั้งข้อสังเกตถึงกรณีรัฐบาลนำเอาเงินกู้เยียวยามาใช้กับงบประมาณประจำ เรื่อง “จับโป๊ะ! รัฐบาลเอาเงินกู้สำหรับเยียวยามาใช้กับงบประจำ แอบสอดไส้โปะเงินกองทุนประชารัฐ 18,800 ล้านบาท ที่ควรเป็นงบประมาณตามปกติ" ระบุว่า ข้อมูลตามมติ ครม. โครงการแรกนี้เป็นสวัสดิการที่ผู้ถือบัตรสวัสดิการต้องได้รับตามปกติอยู่แล้ว (เงินช่วยเหลือ 300 บาท, ค่าสาธารณูปโภค, ค่าเดินทาง ฯลฯ) ซึ่งต้องได้รับจากงบประมาณประจำปี ไม่เกี่ยวกับการเยียวยาในช่วงวิกฤตพลังงานแต่อย่างใด เนื่องจากรัฐบาลตั้งงบเอาไว้ต่ำกว่าที่ต้องใช้จริง เลยไม่มีเงินพอมาจ่ายสวัสดิการ (ใช้ 50,000 ล้านบาท ตั้งงบไว้เพียง 30,000 ล้านบาท ในปีงบ 69)

“นับว่ารัฐบาลกล้ามากที่จะนำเงินกู้เพื่อเยียวยาผลกระทบจากวิฤตพลังงานในวงเงิน 200,000 ล้านบาทมาใช้เพื่อจ่ายรายจ่ายประจำ ที่ควรใช้เงินจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามปกติ ถือว่าผิดจากวัตถุประสงค์ไปไกล สรุปว่าเงินกู้ก้อนนี้นำมาแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน หรือมาแก้ปัญหาเรื่องงบประมาณของรัฐบาลกันแน่" น.ส.ศิริกัญญาระบุ

อย่างไรก็ตาม นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ตาม พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน วงเงิน 4 แสนล้านบาท ชี้แจงกรณี น.ส.ศิริกัญญาระบุรัฐบาลนำเอาเงินกู้เยียวยามาใช้กับงบประมาณประจำว่า ไม่เป็นความจริง เพราะการออก พ.ร.ก.กู้เงินระบุไว้ชัดเจน สามารถนำไปช่วยเหลือบรรเทาค่าครองชีพประชาชนและช่วยการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ซึ่งการใช้เงินช่วยเหลือผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนี้เข้ากับเกณฑ์ดังกล่าว จึงสามารถใช้เงินจาก พ.ร.ก.กู้เงินได้ทั้งหมด

บัตรคนจนใช้งบเงินกู้ได้

“ยืนยันการใช้เงินจาก พ.ร.ก.กู้เงินจ่ายให้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐไม่ผิดวัตถุประสงค์ และเป็นโครงการเดียวที่อยู่ระหว่างรอคิวขอใช้งบที่เข้าเงื่อนไขการใช้เงินจาก พ.ร.ก.กู้เงิน เราจึงเห็นว่าเมื่อต้องการเพิ่มให้อีก 700 บาทแล้ว ทำไมจะจ่ายในส่วน 300 บาทไม่ได้ ทั้งๆ ที่เป็นช่องทางการลดภาระได้ถึง 1.88 หมื่นล้านบาท เรื่องนี้เป็นเรื่องการบริหารจัดการงบประมาณ ไม่มีเจตนาหมกเม็ดใดๆ และเอกสารที่เสนอเข้าคณะรัฐมนตรีเพื่อออก พ.ร.ก.ชี้แจงไว้ชัดเจนทุกประเด็นแล้ว” นายลวรณกล่าว

ประธานกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ฯ กล่าวถึงการพิจารณาใช้เงินกู้ วงเงิน 2.4 หมื่นล้านบาท ที่เหลือจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 2 แสนล้านบาทล็อตแรก หลังจาก ครม.อนุมัติโครงการไทยช่วยไทยพลัส วงเงิน 1.76 แสนล้านบาทไปแล้วว่า เงินจำนวนที่เหลืออยู่จะเอาไปดำเนินโครงการอะไร คงต้องดูจากคำขอที่ทางกระทรวงที่เกี่ยวข้องนำเสนอเข้ามา โดยให้แต่ละกระทรวงพิจารณาตามข้อกำหนดว่ามีโครงการใดสอดคล้องกับการออก พ.ร.ก.ฉบับนี้หรือไม่ และหากจะใช้วงเงินก็เสนอคำขอโครงการเข้ามาได้

ถามกรณีมติ ครม.กำหนดให้นำเงินกู้ไปช่วยกลุ่มเปราะบางที่อาจไม่มีบัตรสวัสดิการและเทคโนโลยี ปธ.กรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ฯ กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยจะเข้าไปดูในเรื่องนี้ เพื่อไปดูเก็บตกผู้ที่เป็นกลุ่มตกหล่นถึงชุมชนว่าจะช่วยอย่างไร ก็จะมีการทำโครงการเสนอเข้ามา

ขณะที่ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการทำคำแถลงชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญกรณีการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ภายหลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบแล้วจะต้องส่งภายในสัปดาห์นี้หรือไม่ว่า ต้อง

ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ กล่าวกรณีศาล รธน.รับคำร้องวินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทว่า ไม่มีความกังวล เราตั้งใจทำอะไรเรารู้อยู่แล้ว เพราะรู้ว่าพายุเกิดขึ้นแล้วตอนนี้อาจจะเห็นว่า GDP ของประเทศดูดี แต่ไตรมาสที่ 4 ของปีที่แล้ว GDP ถูกประมาณการไว้อยู่ที่ 0.3% รัฐบาลพยายามทำกิจกรรมทุกอย่าง อย่าง Quick Big Win ซึ่งกระทรวงพาณิชย์แม้จะเป็นฟันเฟืองเล็กๆ แต่ก็ช่วยผลักดันเต็มที่ ทำให้ GDP ขยับตัวขึ้นมา 2.5% ในไตรมาสที่ 4 เป็นเหมือนลมใต้ปีก พอมาที่เดือน ม.ค.และเดือน ก.พ. จะเห็นว่าการส่งออกดีมากเป็นประวัติการณ์ ดังนั้นไตรมาสที่ 1 ที่เกิดผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน มาที่เดือน มี.ค.ซึ่งยังไม่เต็มรูปแบบ ทุกอย่างยังเหมือนลมส่งมา GDP ยังขึ้นอยู่ แต่ถ้าหยุดหรือไม่ได้ทำอะไรต่อ จะหมุนกลับมา ไม่สามารถพยุงกลับขึ้นมาได้เหมือนเดิม

ถามถึงกระแสตอบรับโครงการไทยช่วยไทย นางศุภจีกล่าวว่า ถือว่ากระแสตอบรับดี กระทรวงพาณิชย์มีการสำรวจความพึงพอใจอยู่ตลอด ซึ่งการทำงานเป็นลักษณะบูรณาการร่วมกันทุกกรมในกระทรวงพาณิชย์ เพราะความตั้งใจที่ทำโครงการนี้มาจากวิกฤตน้ำมันและกระทบค่าครองชีพของประชาชน จึงหาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ราคาถูก เข้าถึงได้ เป็นทางเลือกให้กับประชาชน

“วันที่ 4 มิ.ย.จะมีคูปองให้กับคนซื้อของสามารถนำไปลดราคาได้ 100 บาท เพื่อช่วยลดภาระทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการ พร้อมทั้งส่งเสริมสินค้าเอสเอ็มอีและสินค้าชุมชนให้สามารถเติบโตและเข้าถึงตลาดได้มากขึ้น” นางศุภจีระบุ

ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ กำลังเร่งศึกษารายละเอียดโครงการสนับสนุนระบบโซลาร์เซลล์สำหรับภาคการเกษตร ทั้งในส่วนของระบบสูบน้ำ การบริหารจัดการน้ำในแปลงเกษตร ตลอดจนการใช้ไฟฟ้าในกิจกรรมการผลิต เพื่อบรรเทาภาระต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่เกษตรกรไทย จึงมีแนวคิดจะเสนอขอใช้เงินกู้จาก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เนื่องจากโครงการนี้สอดคล้องกับแผนงานที่ 2 วงเงิน 2 แสนล้านบาท

ถามถึงโครงการจัดหาปุ๋ยชีวภาพและสารชีวภัณฑ์วงเงิน 6,500 ล้านบาท รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า ล่าสุดสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ส่งหนังสือด่วนทักท้วงมายังสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ ระบุโครงการดังกล่าวไม่เข้าข่ายความจำเป็นเร่งด่วนพิเศษที่ต้องใช้เงินจากงบกลาง ส่งผลให้กระทรวงต้องถอนเรื่องดังกล่าวออกจากวาระการประชุม ครม.ที่ผ่านมา และสั่งระงับโครงการในรูปแบบเดิมไปก่อน.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...