โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ศรีสุวรรณ’ ร้องระงับโครงการ TH-AI Passport ชี้งบพันล้านแค่เช่าซอฟต์แวร์ 1 ปี

เดลินิวส์

อัพเดต 12 มิถุนายน 2569 เวลา 18.52 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
'ศรีสุวรรณ' ร้องผู้ตรวจการแผ่นดินส่งให้ศาลปกครองระงับโครงการ TH-AI Passport 1.6 พันล้าน แฉพิรุธเอื้อประโยชน์กลุ่มทุน แลกเช่าซอฟต์แวร์ต่างชาติแค่ 1 ปี ใช้เงินไม่คุ้มค่า รัฐสูญเสียประโยชน์

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 มิ.ย. ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ศูนย์ราชการฯ อาคาร C นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เดินทางเข้ายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการประมูลและดำเนินโครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย (TH-AI Passport) ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เนื่องจากพบข้อพิรุธหลายประการที่อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย พร้อมขอให้เสนอเรื่องต่อศาลปกครองเพื่อสั่งระงับโครงการดังกล่าวทันที

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวขับเคลื่อนโดยกระทรวงดีอี และดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างโดยสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) วงเงิน 1,650 ล้านบาท ซึ่งผู้ชนะการประมูลคือ "กิจการร่วมค้าทีเอช" (บริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ จำกัด จับมือกับ บริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)) โดยเสนอราคาที่ 1,621 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลางเพียง 29 ล้านบาท ท่ามกลางกระแสข่าวว่าบริษัทผู้ชนะมีความเชื่อมโยงกับพรรคการเมืองสีน้ำเงินมาอย่างยาวนาน

ทั้งนี้ องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน พบข้อสังเกตและพิรุธสำคัญในโครงการนี้ คือ มีการใช้งบประมาณสูงถึง 1.6 พันล้านบาท เพียงเพื่อเช่าบริการซอฟต์แวร์ต่างชาติเป็นเวลา 1 ปี ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากหลายภาคส่วน แต่กระทรวงดีอีกลับปฏิเสธที่จะแก้ไข TOR โดยอ้างว่าลงนามในสัญญาไปแล้ว ทั้งที่ พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างฯ 2560 มาตรา 97 (3) เปิดช่องให้แก้ไขได้หากเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ

เมื่อเทียบกับประเทศสิงคโปร์ที่มีโครงการ "SkillsFuture" รัฐบาลจะร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและบริษัทเทคโนโลยีโดยตรง เพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ แต่กระทรวงดีอีของไทยกลับไม่ติดต่อเจ้าของเทคโนโลยีโดยตรง ทำให้ต้องเสียค่านายหน้าในราคาที่อาจสูงกว่าต้นทุนจริงหลายเท่า ทำให้เห็นว่าโครงการนี้ใช้งบประมาณสูงมาก แต่มีประชาชนได้รับประโยชน์ไม่ถึง 5 แสนคน ถือเป็นการใช้เงินแผ่นดินที่ไม่ประหยัดและไม่คุ้มค่า

ด้วยเหตุนี้ ทางองค์กรฯ จึงนำหลักฐานมายื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อขอให้ตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ และเร่งส่งเรื่องยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวและระงับโครงการดังกล่าวโดยเร็วที่สุด เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...