โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

หลาน ‘สมศักดิ์ เทพสุทิน’ ร้อง ‘บิ๊กเต่า’ ถูกเพื่อนสนิทหลอกกู้เงิน-ดอกโหด สูญนับร้อยล้าน

เดลินิวส์

อัพเดต 13 มิถุนายน 2569 เวลา 2.07 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
หลาน

เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ที่ บช.ก. ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ทนายความพานายมหาคุณ เทพสุทิน อายุ 43 ปี นักธุรกิจเจ้าของบริษัท ตำรับไทย สมุนไพร จำกัด หลานชายนายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง เข้าพบ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ร้องขอให้ตรวจสอบกรณีถูกหลอกลวงในการกู้ยืมเงินจนได้รับความเสียหายมูลค่าหลายร้อยล้านบาท

ดร.ธนกฤต เปิดเผยว่า ผู้เสียหายมีการกู้ยืมเงินจากนักธุรกิจรายหนึ่งมาตั้งแต่ปี 2561 เพื่อใช้ขยายกิจการ โดยมีการทำสัญญาและออกเช็คค้ำประกันทุกครั้ง และตลอดระยะเวลาประมาณ 5 ปี มีการทำธุรกรรมรวมตามสัญญาเกือบ 200 ล้านบาท แต่เมื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินกลับพบว่าได้รับเงินจริงไม่ถึง 100 ล้านบาท ขณะที่ยอดหนี้ตามสัญญาและเช็คยังคงถูกคิดเต็มจำนวน

จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินหลายรายการ โดยสัญญาระบุวงเงินกว่า 128 ล้านบาท แต่มีเงินโอนเข้าจริงเพียงประมาณ 37 ล้านบาทเท่านั้น นอกจากนี้ยังพบว่ามีการคิดดอกเบี้ยในอัตราสูงกว่าที่กฎหมายกำหนด เกินร้อยละ 20 ต่อปี ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดฐานเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา รวมถึงอาจเกี่ยวข้องกับความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินเชื่อหรือปล่อยเงินกู้โดยไม่ได้รับอนุญาต

นายมหาคุณ เปิดเผยว่า รู้จักกับคู่กรณีผ่านเพื่อนสนิทและมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมานานกว่า 10 ปี จึงให้ความไว้วางใจในการทำธุรกรรม โดยทุกครั้งที่กู้ยืมจะมีการทำสัญญาและออกเช็คค้ำประกันตามจำนวนเงินในสัญญา แต่ภายหลังพบว่าเงินที่ได้รับจริงต่ำกว่าวงเงินที่ระบุไว้เป็นจำนวนมาก เช่น กู้ 10 ล้านบาท แต่ได้รับเงินจริงเพียงประมาณ 7 ล้านบาท ขณะที่ต้องรับภาระหนี้และดอกเบี้ยตามวงเงินเต็มจำนวน

นายมหาคุณ ผู้เสียหาย อ้างว่าในช่วงแรกไม่ได้สังเกตความผิดปกติ เนื่องจากเชื่อใจคู่กรณีซึ่งเป็นเพื่อนสนิท กระทั่งภายหลังเกิดปัญหาสภาพคล่องและถูกฟ้องร้องเรียกชำระหนี้ตามเช็ค จึงเริ่มตรวจสอบเอกสารและเส้นทางการเงินก่อนพบความผิดปกติหลายประการ จึงตัดสินใจเข้าร้องเรียน บิ๊กเต่า รอง ผบช.ก.เพื่อให้ตรวจสอบพฤติการณ์ทั้งหมด และดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย

หลังจากนี้ทางผู้เสียหายจะเข้าแจ้งความดำเนินคดีโดยเข้าร้องทุกข์กับตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...