“รัฐบาลทั่วโลก” แห่ออกพันธบัตรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 5 แสนล้านดอลลาร์
"รัฐบาลทั่วโลก" แห่ออกพันธบัตรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 5 แสนล้านดอลลาร์ตั้งแต่ต้นปี จากคดีมานด์ใช้จ่ายด้านกลาโหม โครงสร้างพื้นฐาน และมาตรการรับมือผลกระทบจากสงครามอิหร่าน
วันที่ 10 มิถุนายน 2569 เวลา 14.01 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า รัฐบาลทั่วโลกกำลังเร่งระดมทุนผ่านตลาดพันธบัตรแบบซินดิเคต (Syndicated Bond) ในอัตราสูงเป็นประวัติการณ์ หลังการใช้จ่ายภาครัฐพุ่งขึ้นจากภาระด้านกลาโหม โครงสร้างพื้นฐาน พลังงานสะอาด และมาตรการรับมือผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงครามอิหร่าน
ข้อมูลที่รวบรวมโดย Bloomberg ระบุว่า ตั้งแต่ต้นปี 2569 รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ได้ออกพันธบัตรผ่านการจัดจำหน่ายโดยกลุ่มธนาคารแล้วรวมกว่า 504,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าช่วงครึ่งแรกของปี 2563 ที่หลายประเทศต้องกู้เงินจำนวนมากเพื่อประคองเศรษฐกิจในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19
แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนภาวะขาดดุลงบประมาณที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่วิกฤตการเงินโลกปี 2551 โดยภาระหนี้สาธารณะเร่งตัวขึ้นอย่างมากในช่วงโควิดจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและดอกเบี้ยต่ำเป็นประวัติการณ์ ก่อนจะกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้งจากการใช้จ่ายด้านความมั่นคง การดูแลค่าครองชีพประชาชน และต้นทุนดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
เยนส์ ปีเตอร์ โซเรนเซน หัวหน้านักวิเคราะห์ของ Danske Bank กล่าวว่า ปัจจัยหลักที่ผลักดันการออกพันธบัตรจำนวนมากในปีนี้คือการใช้จ่ายภาครัฐที่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณด้านกลาโหม โครงสร้างพื้นฐาน และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
ในยุโรป หลายประเทศได้เพิ่มงบด้านความมั่นคงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเยอรมนีและชาติยุโรปอื่น ๆ จัดสรรงบหลายแสนล้านยูโรสำหรับการจัดหาอาวุธและยุทโธปกรณ์ ขณะที่สหภาพยุโรป (EU) ได้ผ่อนคลายกฎด้านการคลังเพื่อเปิดทางให้ประเทศสมาชิกใช้จ่ายเพิ่มในด้านกลาโหมและพลังงานที่ช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล
แม้การระดมทุนผ่านซินดิเคตจะมีมูลค่าน้อยกว่าการออกพันธบัตรผ่านการประมูลปกติ แต่ก็ยังเป็นเครื่องมือยอดนิยม โดยเฉพาะในยุโรป เนื่องจากช่วยให้รัฐบาลบริหารจังหวะการขายพันธบัตรได้ดีขึ้นในช่วงที่ตลาดการเงินผันผวน และลดความเสี่ยงจากภาวะตลาดที่ไม่แน่นอน
อิตาลียังคงเป็นผู้ออกพันธบัตรผ่านตลาดซินดิเคตรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยระดมทุนได้เกือบ 70,000 ล้านยูโรในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ และครองตำแหน่งผู้นำตลาดดังกล่าวมาแล้ว 8 ใน 10 ปีที่ผ่านมา
ขณะที่เยอรมนี ซึ่งเพิ่งปรับกฎการคลังเพื่อเปิดทางให้ใช้จ่ายด้านกลาโหมและโครงสร้างพื้นฐานมากขึ้น ได้ระดมทุนผ่านซินดิเคตแล้วประมาณ 14,000 ล้านยูโรจากการออกพันธบัตร 3 ครั้งในปีนี้ ส่วนสหราชอาณาจักร เบลเยียม และเซอร์เบีย ต่างออกพันธบัตรมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ออสเตรเลียและเม็กซิโกติดอันดับ 10 ประเทศที่ระดมทุนมากที่สุดในปีนี้
นักลงทุนยังคงมีความต้องการซื้อพันธบัตรรัฐบาลในระดับสูง โดยเฉพาะพันธบัตรอายุสั้น ส่งผลให้หลายประเทศเร่งออกหนี้เพื่อรองรับภาระรีไฟแนนซ์และการใช้จ่ายภาครัฐที่เพิ่มขึ้น แม้เส้นทางดอกเบี้ยในอนาคตยังมีความไม่แน่นอน
จอห์นาธาน โอเวน ผู้จัดการกองทุนของ TwentyFour Asset Management กล่าวว่า รัฐบาลหลายประเทศกำลังใช้จังหวะที่ตลาดยังเปิดรับและมีสภาพคล่องเพียงพอในการระดมทุนล่วงหน้า
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการกู้ยืมกำลังเพิ่มขึ้นจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่เกิดจากสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้น และสร้างความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มดอกเบี้ยทั่วโลก โดยตลาดคาดว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2566 ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ก็มีแนวโน้มดำเนินนโยบายการเงินเข้มงวดมากขึ้นในช่วงปลายปี
ตัวอย่างที่สะท้อนต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น คือการประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปีในเดือนพฤษภาคม ซึ่งให้อัตราผลตอบแทนสูงกว่า 5% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2550 ขณะที่การออกพันธบัตรมูลค่า 15,000 ล้านปอนด์ของสหราชอาณาจักรในเดือนเมษายนได้รับคำสั่งซื้อสูงเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากนักลงทุนสนใจผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2551
อีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้การออกพันธบัตรพุ่งขึ้น คือการครบกำหนดไถ่ถอนของพันธบัตรที่ออกในช่วงโควิด ซึ่งบังคับให้รัฐบาลต้องออกหนี้ใหม่เพื่อชำระหนี้เดิม
ข้อมูลจาก Natixis ระบุว่า มูลค่าการรีไฟแนนซ์หนี้ของประเทศในยูโรโซนเพิ่มขึ้น 26% ในปี 2569 สูงกว่าการเติบโตของมูลค่าการออกพันธบัตรแบบซินดิเคตโดยรวมที่เพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ธีโอฟิล เลอกรองด์ นักกลยุทธ์ด้านอัตราดอกเบี้ยของ Natixis กล่าวว่า สถิติการออกพันธบัตรที่สูงเป็นประวัติการณ์ในครึ่งปีแรก ส่วนใหญ่เกิดจากความจำเป็นในการรีไฟแนนซ์หนี้ที่ครบกำหนด มากกว่าการเร่งกู้เงินล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการขึ้นดอกเบี้ย
อย่างไรก็ตาม ในเดือนพฤษภาคม มูลค่าพันธบัตรครบกำหนดไถ่ถอนกลับลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ปริมาณการออกพันธบัตรแบบซินดิเคตเพิ่มขึ้นจาก 32,000 ล้านยูโร เป็น 45,000 ล้านยูโร สะท้อนว่าบางประเทศเริ่มเร่งระดมทุนล่วงหน้าเพื่อปิดล็อกต้นทุนทางการเงินก่อนที่อัตราดอกเบี้ยจะปรับสูงขึ้นอีก
นักวิเคราะห์ของ ING ระบุว่า ประเทศอย่างเบลเยียม สเปน ออสเตรีย และโปรตุเกส ต่างเร่งออกพันธบัตรเร็วกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ขณะที่กรีซเตรียมกลับเข้าสู่ตลาดด้วยการออกพันธบัตรอายุ 2036 และสวีเดนก็เตรียมขายพันธบัตรสกุลยูโรอายุ 3 ปี
ฮาร์วีย์ แบรดลีย์ หัวหน้าฝ่ายตราสารหนี้โลกของ Insight Investment มองว่า ยังมีพันธบัตรรัฐบาลของประเทศในยูโรโซนอีกจำนวนมากที่จะทยอยออกสู่ตลาดในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ท่ามกลางความต้องการเงินทุนที่ยังอยู่ในระดับสูงและความไม่แน่นอนของทิศทางดอกเบี้ยทั่วโลก
อ้างอิง : bloomberg.com