โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ช็อกกลางรายการ! เผยอาการล่าสุด ทนายไพศาล หลังป่วยสโตรกไม่บอกใคร

สยามนิวส์

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ทีมข่าวสยามนิวส์
เรียกได้ว่าทำเอาแฟนคลับและผู้ติดตามช็อกพร้อมกับสร้างความเป็นห่วงให้ไม่น้อย สำหรับ ทนายไพศาล เรืองฤทธิ์ ทนายความชื่อดังที่มักออกมาให้ความรู้ด้านกฎหมายและช่วยเหลือประชาชนในประเด็นสังคมต่าง ๆ หลังล่าสุดเจ้าตัวเปิดเผยว่า ช่วงที่ผ่านมาได้ป่วยด้วยภาวะโรคหลอดเลือดสมอง หรือสโตรก (Stroke)

เรียกได้ว่าทำเอาแฟนคลับและผู้ติดตามช็อกพร้อมกับสร้างความเป็นห่วงให้ไม่น้อย สำหรับ ทนายไพศาล เรืองฤทธิ์ ทนายความชื่อดังที่มักออกมาให้ความรู้ด้านกฎหมายและช่วยเหลือประชาชนในประเด็นสังคมต่าง ๆ หลังล่าสุดเจ้าตัวเปิดเผยว่า ช่วงที่ผ่านมาได้ป่วยด้วยภาวะโรคหลอดเลือดสมอง หรือสโตรก (Stroke)

ภาพจาก รายการ โหนกระแส

ล่าสุด เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ที่ผ่านมา ในรายการ โหนกระแส ดำเนินรายการโดย หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ได้เล่าย้อนถึงเหตุการณ์ในวันที่ทนายไพศาลเริ่มมีอาการป่วยว่า เกิดขึ้นระหว่างเดินทางมาร่วมรายการในประเด็นที่เจ้าตัวถูกนำชื่อไปแอบอ้าง

โดยพี่หนุ่ม เล่าว่า ภายหลังเสร็จสิ้นการออกรายการ สังเกตเห็นว่าทนายไพศาลมีสีหน้าซีดผิดปกติ ก่อนจะเดินทางออกจากสตูดิโอและเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในวันเดียวกัน แต่ไม่ได้แจ้งข่าวให้ทราบ

ทั้งนี้ ในช่วงท้ายของรายการ ทนายไพศาล ได้เผยอาการป่วยล่าสุดอีกว่า กำลังพัฒนาตัวเองดีขึ้น ไหวครับ เป็นเพราะไปหาเสียงเลือกตั้ง แล้วโดนแดด แต่ตอนนี้ยังพูดติด ๆ ขัด ๆ กินยาอยู่ พูดติดขัดอยู่ ลิ้นจะแข็งอยู่ สังเกตได้ว่าพูดช้าอยู่ แต่เดี๋ยวประมาณ 60% ละ แต่ 40% จะพริ้วยิ่งกว่าเดิม ตอนนี้ลิ้นแข็งอยู่ มันเริ่มดีขึ้น ผมคิดได้หมดที่จะพูด แต่ติดลิ้นแข็งนิดนึง

สังเกตว่าพูดไม่ชัดนิดนึง ว่าความได้ ช้านิดนึง ความคิดมันเร็วกว่าคำพูด เพราะลิ้นมันแข็ง กายภาพมันแข็ง กลับมาได้ สามารถพูดได้100% เหมือนเดิม แต่ใช้เวลาประมาณ1 ปี ตอนนี้ประมาณ 4 เดือน ตอนนั้นหาเสียงเจอแดดทุกวัน หาเสียงจริง ๆ เราไม่เคยเจอแดด เลยเป็นสโตก มันเจอแดด ไปเจอแดดทุกวันเดือน1-2 เดือน ทุกวัน ๆ ทนายไพศาล กล่าว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...