“ทีวีดิจิทัล”ยื่น “กสทช.”เร่งผ่านโรดแมพทีวีดิจิทัลก่อน 30 มิ.ย. “ประเวศน์”เผยยังต้องประมูลราคาเหมาะสมกับศก.
เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 26 พ.ค. ที่สำนักงาน กสทช. นายเดียว วรตั้งตระกูล เลขานุการสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) นำทีมตัวแทนผู้ประกอบการสถานีโทรทัศน์ดิจิทัล เข้ายื่นหนังสือต่อ ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อ ขอให้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายดำเนินการออกประกาศแผนแม่บทกิจการโทรทัศน์ ภายหลังการ สิ้นสุดอายุใบอนุญาตปี 2572 โดยมี พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข เลขานุการประจำประธานกสทช. ทำหน้าที่โฆษกด้านกฎหมาย เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือ
นายเดียว กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้มีการนำเสนอข้อมูล ข้อเท็จจริง และข้อเสนอเชิงนโยบายต่อ กสทช. อย่างต่อเนื่อง รวมถึงเรียกร้องให้บรรจุวาระการพิจารณาแผนแม่บทกิจการโทรทัศน์เข้าสู่การประชุมคณะกรรมการหลายครั้ง แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินการหรือประกาศแนวทางที่ชัดเจน ส่งผลให้ผู้ประกอบการไม่สามารถวางแผนธุรกิจระยะยาวได้
ทั้งนี้ สมาคมฯ เห็นว่า ช่วงเวลาไม่ถึง 3 ปีที่เหลือก่อนสิ้นสุดใบอนุญาตทีวีดิจิทัล ถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ ซึ่งเป็นสื่อระดับชาติที่มีบทบาทต่อระบบสื่อสารมวลชนของประเทศ สำหรับข้อเสนอสำคัญที่สมาคมฯ จะยื่นต่อ กสทช. ประกอบด้วย การเร่งจัดทำและประกาศ “แผนแม่บทและแผนที่นำทาง (Roadmap) กิจการโทรทัศน์ภายหลังปี 2572” โดยครอบคลุมประเด็นสำคัญ อาทิ รูปแบบการอนุญาตประกอบกิจการ โครงสร้างการให้บริการในทุกแพลตฟอร์ม หลักเกณฑ์การแข่งขันที่เป็นธรรม มาตรการคุ้มครองสิทธิประชาชนในการเข้าถึงบริการฟรีทีวี รวมถึงแผนการเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยีและโครงข่าย
นอกจากนี้ ยังเสนอให้มีการกำกับดูแลการให้บริการผ่าน OTT และแพลตฟอร์มดิจิทัลให้มีมาตรฐานและภาระต้นทุนที่เท่าเทียมกับผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์ภายใต้กฎหมายปัจจุบัน สมาคมฯ ยังเรียกร้องให้ กสทช. กำหนดกรอบระยะเวลาการประกาศแผนแม่บทดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยเห็นว่าควรดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 มิ.ย.69 เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถเตรียมความพร้อมได้อย่างเหมาะสม
“หากยังไม่มีความคืบหน้าในการพิจารณาวาระดังกล่าวภายในกรอบเวลาที่เสนอ อาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมทีวีดิจิทัลและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งสมาคมฯ และผู้ประกอบการอาจจำเป็นต้องดำเนินการตามสิทธิทางกฎหมายต่อไปเพื่อให้การเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมโทรทัศน์เป็นไปอย่างราบรื่น และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัลในระยะยาว”
ด้าน พ.ต.อ.ประเวศน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาประธาน กสทช. และกรรมการ กสทช. ทุกคนมีความตั้งใจที่จะพิจารณาแผนแม่บททีวีดิจิทัล แต่ในช่วง2-3 ปี มีวาระเร่งด่วนที่ต้องพิจารณาจำนวนมาก อย่างในวันนี้ก็มีวาระเร่งด่วน ในการเตรียมข้อมูลและพิจารณาข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) กับสหรัฐอเมริกา ซึ่งต้องใช้เวลาและรายละเอียดค่อนข้างสูง แต่ยืนยันว่า เรื่องแผนแม่บททีวีดิจิทัลและการต่ออายุใบอนุญาตถูกยกให้เป็นวาระสำคัญในลำดับต้น ๆ แน่นอน
“ขอยืนยันว่า ช่วงเวลาเหลือ 2 ปี นี้ จะสามารถพิจารณาแผนแม่บททันแน่นอน และจะไม่ให้เกิดผลกระทบหรือสร้างความเสียหายต่อการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการรายเดิม โดยหลักการคือจะต้องให้เวลาผู้ประกอบการในการเตรียมตัวอย่างครบถ้วน และหากเกิดเหตุที่กระทบต่อการประกอบธุรกิจ ก็จะต้องมีมาตรการเยียวยาให้กับผู้ประกอบการ”
พ.ต.อ.ประเวศน์ กล่าวต่อว่า สำหรับรูปแบบการอนุญาตสิทธิ์ให้ใช้คลื่นความถี่ในอนาคตหลังจากใบอนุญาตทีวีดิจิทัลเดิมสิ้นสุดลง จากผลการรับฟังความคิดเห็นเบื้องต้น ยังคงต้องใช้วิธี การประมูล ตามที่กฎหมายกำหนด แต่เงื่อนไขและปัจจัยแวดล้อม และเทคโนโลยี ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โดยอุตสาหกรรมสื่อและโทรคมนาคมในอีก 2 ปีข้างหน้าจะเข้าสู่ยุคที่ถูกดิสรัปต์ จากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) และพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปรับชมโทรทัศน์ผ่านหน้าจอมือถือแทบทั้งหมด รูปแบบอุตสาหกรรมจึงต้องปรับตัวตาม
ซึ่งในส่วนของราคาตั้งต้นการประมูล ก็อาจไม่สูงเท่าเดิม จะปรับเปลี่ยนราคาให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์จริงและสภาพเศรษฐกิจของประเทศ โดยจะต้องนำปัจจัยภายนอก เช่น ภาวะสงครามในต่างประเทศ ราคาน้ำมัน สิ่งแวดล้อมโลก และต้นทุนทางด้านพลังงานของผู้ประกอบการมาร่วมคำนวณด้วย เพื่อให้อุตสาหกรรมสื่อและโทรทัศน์ไทยสามารถอยู่รอดและเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคดิจิทัลได้