พิพัฒน์ นั่งหัวโต๊ะประชุม ครม. แทนนายกฯ จ่อขยายเวลาแก้ปัญหาสัญชาติอีก 1 ปี เคาะต่ออายุมาตรการลดค่าโอน-จดจำนอง 0.01%
วันนี้ (30 มิถุนายน) ที่อาคารรัฐสภา การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มี พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมแทนนายกรัฐมนตรี โดยมีวาระสำคัญทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง สังคม และการบริหารราชการแผ่นดิน รวมถึงการพิจารณามาตรการช่วยเหลือประชาชนหลายเรื่อง
วาระสำคัญที่น่าจับตา คือ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เสนอให้ ครม.พิจารณาขยายระยะเวลาการดำเนินการตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2567 เรื่องหลักเกณฑ์เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคลให้แก่ผู้ที่อพยพเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นเวลานาน และกลุ่มบุตรที่เกิดในราชอาณาจักร เนื่องจากระยะเวลาตามมติเดิมจะสิ้นสุดในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 แต่การดำเนินงานยังไม่แล้วเสร็จตามเป้าหมาย จึงเสนอขยายเวลาออกไปอีก 1 ปี เพียงครั้งเดียว จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570
ด้านเศรษฐกิจ กระทรวงการคลังเตรียมเสนอ ครม. เห็นชอบขยายมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์และค่าจดจำนองเหลือ 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท ออกไปอีก 1 ปี จากเดิมที่จะสิ้นสุดในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เพื่อไม่ให้เกิดสุญญากาศของมาตรการ ลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน และช่วยกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังชะลอตัว รวมถึงสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในปี 2569-2570
กระทรวงการคลังระบุว่า มาตรการดังกล่าวยังมีความจำเป็นในการช่วยให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง สามารถเข้าถึงการมีที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น
ขณะที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) รายงานว่า ก่อนหมดอายุมาตรการมีลูกค้าจำนวนมากเร่งเข้าทำสัญญาสินเชื่อ เนื่องจากกังวลว่ามาตรการจะไม่ต่ออายุ
ขณะเดียวกัน สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอรายงานการมอบหมายหน่วยงานรับผิดชอบในการรายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเสนอรายงานสถานภาพร่างกฎหมาย ณ วันที่ 26 มิถุนายน 2569
กระทรวงยุติธรรมเสนอให้ข้าราชการทุกประเภท พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ และลูกจ้างชั่วคราวของกรมราชทัณฑ์ ลาเข้าร่วมโครงการอุปสมบทหมู่พระภิกษุ 47 รูป และบวชชีพราหมณ์ เพื่อถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยไม่ถือเป็นวันลา ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-10 กรกฎาคม 2569 ณ วัดศรีรัตนธรรมมาราม อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ
กระทรวงการต่างประเทศเสนอการรับรองเอกสารผลลัพธ์การประชุมว่าด้วยการปฏิบัติการทุ่นระเบิดในยูเครน (Ukraine Mine Action Conference 2025) ขณะที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอเอกสารผลลัพธ์การประชุมคณะกรรมการว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาภายใต้คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (เอสแคป) สมัยที่ 9 พร้อมรายงานสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2568 รายงานผลการติดตามข้อเสนอแนะเชิงนโยบายจากรายงานสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2566 และแนวทางการเผยแพร่รายงานดังกล่าว
ด้านกระทรวงแรงงานเสนอร่างปฏิญญาร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรี Abu Dhabi Dialogue ครั้งที่ 8 ขณะที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเสนอร่างพระราชกฤษฎีกาปรับปรุงโครงสร้างสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน)
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอการปรับปรุงโครงสร้างส่วนราชการภายในสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พร้อมร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ส่วนสำนักงาน ก.พ. เสนอร่างกฎหมายเกี่ยวกับการให้ข้าราชการพลเรือนสามัญได้รับเงินประจำตำแหน่ง ขณะที่กระทรวงมหาดไทยเสนอร่างประกาศให้ใช้บังคับผังเมืองรวมชุมชนวังจันทน์ จังหวัดระยอง
นอกจากนี้ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติรายงานผลการศึกษาการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมภาคเหนือของคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา และ ครม. จะรับทราบผลการศึกษาการถ่ายโอนภารกิจด้านการจราจรและการขนส่งให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ได้แก่ กรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา รวมถึงพิจารณา (ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาเด็ก
และเยาวชนแห่งชาติ ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2566-2570
ที่ประชุมยังเตรียมรับทราบข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ รายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนประกันสังคม รายงานการเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน รายงานข้อมูลสถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัว ประจำปี 2566 รายงานมาตรการเพิ่มความโปร่งใสในการใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุ ผลการดำเนินการตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณีโครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รายงานสรุปผลการพิจารณาข้อเสนอแนะในการปรับปรุงกฎหมายที่มีโทษประหารชีวิตให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน รายงานประจำปีกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2567 และผลสำรวจความพึงพอใจของประชาชนต่อการให้บริการขอหน่วยงานของรัฐ ประจำปี 2568
นอกจากนี้ ครม. จะรับทราบรายงานภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกและแนวโน้มเศรษฐกิจปี 2569 รวมถึงรายงานภาวะสังคมไทยไตรมาสแรกปี 2569 จากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ตลอดจนรายงานผลการปฏิบัติงานและผลการใช้จ่ายงบประมาณประจำปีงบประมาณ 2569 ไตรมาสที่ 2 จากสำนักงบประมาณ ซึ่งจะใช้ประกอบการติดตามทิศทางเศรษฐกิจและการดำเนินนโยบายของรัฐบาลในช่วงครึ่งปีหลัง.