โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

‘ดีเอสไอ’ ยันขอศาลออกหมายจับ ‘อนันต์ อัศวโภคิน’ คดีฟอกเงิน ตั้งแต่ มี.ค.69

เดลินิวส์

อัพเดต 30 มิถุนายน 2569 เวลา 15.48 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“อธิบดีดีเอสไอ“ ยอมรับ ขอศาลออกหมายจับ ”อนันต์ อัศวโภคิน“ 1 ในก๊วนคดีฟอกเงินวัดพระธรรมกาย ตั้งแต่ มี.ค.69 หลังอัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดสั่งฟ้อง ระบุ “อนันต์“ แจ้งเหตุไม่สามารถเข้ารับทราบข้อกล่าวหาได้เนื่องจากต้องรักษาพยาบาลอาการภาวะไตวายอยู่ต่างประเทศ

กรณีอัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดให้ฟ้องนายอนันต์ อัศวโภคิน เจ้าของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง ผู้ต้องหาฐานสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุได้มีการสมคบกันตาม ซึ่งระบุพฤติการณ์ว่ามีการเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินเพื่อปกปิดแหล่งที่มาที่มิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งพนักงานอัยการได้สั่งฟ้องคดีไปก่อนหน้านี้แล้วนั้น

อัยการคดีพิเศษจ่อยื่นฟ้อง “อนันต์ อัศวโภคิน” คดีฟอกเงิน

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า สำหรับคดีดังกล่าวนี้ค่อนข้างมีกระบวนการประมาณหนึ่ง เนื่องจากก่อนหน้านี้ (ปลายปี 2562) อัยการคดีพิเศษได้มีหนังสือส่งสำนวนการสอบสวนกลับมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อให้พิจารณาตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 ว่าจะมีความเห็นแย้งในคำสั่งไม่ฟ้องของพนักงานอัยการหรือไม่ และอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ในขณะนั้น) ได้พิจารณาข้อเท็จจริงที่ได้จากการสอบสวนคดีพิเศษที่ 10/2560 และความเห็นของพนักงานอัยการแล้ว มีความเห็นแตกต่างจากพนักงานอัยการ จึงได้มีความเห็นแย้งความเห็นของพนักงานอัยการให้ฟ้องผู้ต้องหาตามข้อกล่าวหา

ต่อมาจึงอยู่ระหว่างขั้นตอนที่รอให้อัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาด กระทั่งภายหลัง (เมื่อวันที่ 16 ก.พ.2567) อัยการสูงสุดในขณะนั้น (นายอำนาจ เจตน์เจริญรักษ์) ได้มีคำสั่งชี้ขาดให้ฟ้องผู้ต้องหาฐานสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุได้มีการสมคบกันตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 อย่างไรก็ดี ระหว่างที่อัยการสูงสุดชี้ขาดให้ฟ้องผู้ต้องหา ทางผู้ต้องหาก็ได้มีการร้องขอความเป็นธรรมในประเด็นต่าง ๆ แต่เมื่อกระบวนการอัยการสูงสุดชี้ขาดให้ฟ้องผู้ต้องหามาแล้ว คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจึงได้มีการออกหมายเรียกให้ผู้ต้องหาเดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหามาโดยตลอด แต่เมื่อผู้ต้องหาไม่มาปรากฏตัวต่อหน้าพนักงานสอบสวน ทำให้ไม่สามารถนำตัวไปฟ้องคดีได้ตามที่อัยการนัดฟ้อง จึงเป็นเหตุให้พนักงานสอบสวนต้องรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับ โดยได้ขอศาลออกหมายจับในช่วงเดือน มี.ค.69 ที่ผ่านมา

พ.ต.ต.ยุทธนา เผยอีกว่า ทราบว่าในระหว่างขั้นตอนที่ผู้ต้องหาไม่ได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ก็เนื่องมาจากการแจ้งเหตุผลว่ามีการเข้ารับการรักษาพยาบาลภาวะไตวายที่ต่างประเทศ และอยู่ในห้องไอซียู (ICU) ซึ่งก็เป็นเรื่องการรักษาการเจ็บป่วยที่เข้าใจได้ แต่ก็ต้องว่ากันไปตามขั้นตอนของกฎหมาย เมื่อไม่สามารถมาปรากฏตัวรับทราบข้อกล่าวหา และนำตัวให้อัยการสั่งฟ้องได้ตามนัดหมาย พนักงานสอบสวนคดีพิเศษก็จำเป็นต้องขอศาลออกหมายจับ ทั้งนี้ หากจะมีการพิจารณาขอตำรวจสากลออกหมายน้ำเงิน หรือหมายแดง เพื่อติดตามตัวผู้ต้องหากลับมาดำเนินคดีในไทยนั้น จะเป็นกระบวนการขั้นตอนถัดไปแทน

ทั้งนี้ รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า แม้ศาลจะอนุมัติหมายจับนายอนันต์ อัศวโภคิน ให้กับคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ แต่มีความเป็นไปได้สูงว่าเจ้าตัวจะไม่เดินทางกลับเข้าประเทศไทยอีกแล้ว เพราะเหตุเรื่องรักษาอาการเจ็บป่วยภาวะไตวายระยะสุดท้ายที่ต่างประเทศ โดยมีการรักษาต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2567 จนถึงปัจจุบัน และยังถือว่าเป็นผู้ป่วยวิกฤติมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ตลอดเวลา หากอยู่ในสถานที่ไม่เหมาะสมแก่การดูแลรักษา

อนึ่ง เมื่อตรวจสอบไปที่เอกสารข่าวแจกสื่อมวลชน (Press Release) ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยส่วนประชาสัมพันธ์ ได้เผยแพร่ไว้เมื่อวันที่ 29 พ.ย.2562 พบรายละเอียดว่า คณะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้เคยรายงานว่ากรณีที่นายอนันต์ อัศวโภคิน ถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษทำการสอบสวนและกล่าวหาว่านายอนันต์กระทำความผิดอาญาฐานร่วมกันสมคบฟอกเงินและฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 เป็นคดีพิเศษที่ 10/2560 ก็เนื่องมาจากนายอนันต์ ได้รับซื้อที่ดินจากบริษัทเอ็ม-โฮม เอสพีวี 2 จำกัด ซึ่งทางการสอบสวนพบว่านายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น ได้นำเงินที่ได้จากการทุจริตจากสหกรณ์ฯ เข้ามาซื้อหุ้นของบริษัทและครอบงำการดำเนินธุรกิจของบริษัทดังกล่าว ภายหลังนายอนันต์มีการขายที่ดินและนำเงินที่ได้จากการขายที่ดินส่วนหนึ่งบริจาคให้กับมูลนิธิมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง และเก็บไว้เป็นประโยชน์ส่วนตัว โดยได้ดอกเบี้ยอีกส่วนหนึ่ง

และต่อมาได้โอนเงินจำนวนดังกล่าวกลับไปยังบริษัทเอ็ม-โฮม เอสพีวี 2 จำกัดโดยทางคดีมีความเห็นควรสั่งฟ้อง และส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการ ต่อมาพนักงานอัยการได้มีหนังสือลงวันที่ 30 ก.ย.2562 ส่งสำนวนการสอบสวนกลับมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อให้พิจารณาตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 มาตรา 34 ว่าจะมีความเห็นแย้งในคำสั่งไม่ฟ้องของพนักงานอัยการหรือไม่ ซึ่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้พิจารณาข้อเท็จจริงที่ได้จากการสอบสวนคดีพิเศษที่ 10/2560 และความเห็นของพนักงานอัยการแล้ว มีความเห็นแตกต่างจากพนักงานอัยการ โดยเห็นว่าข้อเท็จจริงยังฟังได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้กระทำความผิดตามที่ได้มีความเห็นควรสั่งฟ้องไปแล้ว จึงได้มีความเห็นแย้งความเห็นของพนักงานอัยการให้ฟ้องนายอนันต์ตามข้อกล่าวหาส่งพนักงานอัยการแล้ว ทั้งนี้ อยู่ที่อัยการสูงสุดจะพิจารณาว่าจะฟ้องหรือไม่ฟ้อง อันเป็นความเห็นชี้ขาดตามกฎหมาย จึงประชาสัมพันธ์มาเพื่อทราบโดยทั่วกัน…. ก่อนที่ต่อมาในปี 2567 นายอำนาจ เจตน์เจริญรักษ์ อัยการสูงสุด (ขณะนั้น) ได้มีคำสั่งชี้ขาดให้ฟ้องผู้ต้องหา.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...