โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คลังชง “ไทยช่วยไทยพลัส” เข้า ครม. วันนี้ รัฐจ่าย 60% สูงสุด 200 บาท/วัน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

คลังชง “ไทยช่วยไทยพลัส” เข้า ครม. วันนี้ รัฐจ่าย 60% สูงสุด 200 บาท/วัน ร้านค้าเดิมแค่ยืนยันตัวตนไม่ต้องลงทะเบียนใหม่

19 พ.ค. 2569 ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมเสนอโครงการไทยช่วยไทยพลัส ภายใต้งบประมาณจากพ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้ (19 พ.ค.2569) โดยปรับรูปแบบจากโครงการคนละครึ่งเดิม มาเป็นการสนับสนุนแบบ รัฐจ่าย 60% และประชาชนจ่าย 40% มุ่งเป้าไปที่การกระจายเม็ดเงินสู่ร้านค้าขนาดเล็กและ SMEs ในท้องถิ่นทั่วประเทศ เพื่อพยุงกำลังซื้อและดูแลปัญหาปากท้องโดยเฉพาะ

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัส เป็นการรวบรวมความช่วยเหลือประชาชนออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่

  • กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ประมาณ 13 ล้านคน
  • กลุ่มประชาชนทั่วไปที่ใช้ระบบร่วมจ่ายแบบ 60:40 คือ รัฐสนับสนุน 60% สูงสุดไม่เกินวันละ 200 บาท และประชาชนจ่าย 40% เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

ทั้งนี้ โครงการไทยช่วยไทยพลัส มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพ เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันที่ราคาอาหารและพลังงานสูงขึ้น เช่น ราคาก๋วยเตี๋ยวปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ชามละ 60 บาท จึงเป็นที่มาของการตั้งสัดส่วนรัฐช่วยจ่าย 60% โดยคาดว่า การอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบอาจส่งผลให้ GDP ขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 0.2 - 0.5%

“ตอนนี้จะมีแค่โครงการไทยช่วยไทยพลัส ไม่มีโครงการคนละครึ่งแล้ว เพราะโครงการดังกล่าวเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ไทยช่วยไทยพลัส เป็นการบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชนจากวิกฤตพลังงาน โดยรัฐช่วยจ่ายมากกว่าโครงการคนละครึ่งที่รัฐช่วยจ่าย 50% และประชาชนจ่าย 50%”

สำหรับไฮไลต์สำคัญของโครงการในรอบนี้ คือการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาบูรณาการผ่านแอปพลิเคชัน "ถุงเงิน" สำหรับร้านค้ารายย่อยที่มีอยู่กว่า 1 ล้านร้านค้า เพื่อสร้างความคุ้นเคยในการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ โดยความสามารถของ AI ในโครงการนี้ประกอบด้วย

  • สรุปยอดขายรายวัน ช่วยให้ร้านค้าเห็นภาพรวมรายได้ทันที
  • วิเคราะห์การขายและคู่แข่ง AI จะช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อและเปรียบเทียบกับร้านค้าประเภทเดียวกันในระบบ เช่น ร้านข้าวหมูแดงสามารถเปรียบเทียบต้นทุนและกำไรกับร้านอื่นในกลุ่มเดียวกันได้
  • ระบบบัญชีอัจฉริยะ จัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายอย่างง่าย เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการขอสินเชื่อจากธนาคารในอนาคต โดยมีธนาคารกรุงไทยเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณด้านการลงทุนระบบ AI ดังกล่าว

แหล่งข่าวเปิดเผยต่อว่า การลงทะเบียนสำหรับร้านค้านั้น ร้านค้าเดิมที่เคยเข้าร่วมโครงการสามารถกดเข้ามายืนยันตัวตน (KYC/KYM) ผ่านระบบได้ทันทีโดยไม่ต้องลงทะเบียนใหม่

ทั้งนี้ โครงการไทยช่วยไทยพลัสในรอบนี้จะมีการเปิดให้ใช้บริการผ่านระบบ Delivery ได้ด้วย เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงสินค้า

อย่างไรก็ตาม แม้ก่อนหน้านี้จะมีนโยบายต้องการรวมระบบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผ่านร้านธงฟ้า และระบบไทยช่วยไทยพลัส เข้าด้วยกันเพื่อให้ประชาชนสามารถซื้อของจากร้านค้าขนาดเล็กในชุมชนหรือตลาดสดได้สะดวกขึ้น แต่ปัจจุบันยังคงติดปัญหาทางเทคนิคและการบริหารจัดการร้านค้า เนื่องจากตามระเบียบกระทรวงพาณิชย์ต้องรับหน้าที่ดูแลร้านค้าในระบบทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ยังมีความกังวลเรื่องการตรวจสอบการทุจริตและการฟ้องร้อง ซึ่งเป็นภาระที่ผู้ดูแลระบบต้องบริหารจัดการ หากมีการขยายฐานร้านค้าจำนวนมหาศาล ทำให้ในเบื้องต้นระบบการจ่ายเงินทั้งสองส่วนนี้อาจจะยังแยกจากกันอยู่

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจทั่วไทย ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...