ตร.เผย ‘คนขับรถไฟ-คนโบกธง’ ให้การขัดกัน ด้าน ‘คนขับรถไฟ’ พบประวัติเคยมีคดียาเสพติด เตรียมเรียกนิติกร รฟท. สอบระเบียบใบการเดินรถ
ตร.เผย ‘คนขับรถไฟ-คนโบกธง’ ให้การขัดกัน ด้าน ‘คนขับรถไฟ’ พบประวัติเคยมีคดียาเสพติด เตรียมเรียกนิติกร รฟท. สอบระเบียบใบการเดินรถ
18 พ.ค. 2569 ที่ สน.มักกะสัน พล.ต.ต. วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1 เปิดเผยภายหลังประชุมคดีรถไฟชนรถประจำทางสาย 206 นานกว่า 2 ชั่วโมงว่า ที่ประชุมได้ตั้งคณะทำงานสอบสวนสืบสวนและแบ่งหน้าที่การทำงานกัน
โดยเบื้องต้น ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหากับคนขับรถประจำทางสาย 206 ฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย บาดเจ็บสาหัส และทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย ส่วนคนขับรถไฟและคนโบกธงให้สัญญาณ ตำรวจแจ้งข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและบาดเจ็บสาหัส
ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ยังระบุว่า "คนขับรถไฟ" กับ "คนโบกธงให้สัญญาณ" ให้การขัดแย้งกัน โดยคนโบกธงยืนยันว่ามีการโบกธงให้สัญญาณแล้ว แต่คนขับรถไฟให้การว่าไม่ได้เห็นสัญญาณ ซึ่งถือเป็นสิทธิของผู้ต้องหา หลังจากนี้คณะทำงานจะแบ่งความรับผิดชอบกัน โดยจะลงไปตรวจสอบทุกจุดตัดแยกที่รถไฟขบวนดังกล่าววิ่งผ่าน เพื่อตรวจสอบว่าใช้ความเร็วขณะผ่านแยกกี่กิโลเมตรต่อชั่วโมง รวมทั้งตรวจสอบว่าคนโบกธงให้สัญญาณในแต่ละจุดตัดแยกมีการให้สัญญาณชัดเจนหรือไม่
ขณะเดียวกันคณะทำงานได้ส่งหนังสือไปที่การรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อขอเข้าไปจำลองเหตุการณ์ ดูมุมมองการขับรถก่อนเรียกผู้เชี่ยวชาญมาให้ข้อมูล พร้อมขอเอกสารจากกล่องดำ และเรียกนิติกรของการรถไฟมาสอบถามว่าใช้ระเบียบหรือมาตรฐานอะไรในการออกระเบียบการเดินรถอนุญาตให้บุคคลขับรถไฟ เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีพนักงานคนขับรถไฟคนใดมีใบอนุญาตขับขี่
นอกจากนี้คนขับรถไฟอ้างว่าเสพยาบ้าและกัญชาเป็นประจำครั้งละหลายเม็ด โดยเสพครั้งล่าสุด 10 วันก่อนเกิดเหตุ แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ โดยจากการตรวจสอบประวัติพบว่าผู้ต้องหาเคยถูกดำเนินคดีเสพยาเสพติดเมื่อปี 2562 ในพื้นที่สถานีตำรวจภูธรทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช