โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ยายป่วยเอชไอวีเปิดใจ สั่งหลานขับเก๋งมาส่งวัดสายไหมเอง ปัดถูกทิ้ง

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวเวิร์คพอยท์

(18 พ.ค. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับแจ้งจาก พระครูโสภณภัทรเวทย์, ดร. เจ้าคณะอำเภอลำลูกกา (พระอาจารย์อ๊อด) เจ้าอาวาสวัดสายไหม ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ว่ามีคนนำหญิงสูงวัยมาปล่อยทิ้งไว้ในวัด โดยกล้องวงจรปิดของวัดสามารถจับภาพเหตุการณ์ไว้ได้ทั้งหมด

เมื่อผู้สื่อข่าวเดินทางไปถึง พบเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองลำสามแก้ว และพระครูโสภณภัทรเวทย์ กำลังพูดคุยเพื่อปลอบขวัญหญิงสูงวัยคนดังกล่าวอยู่ โดยเจ้าอาวาสเปิดเผยว่า เมื่อเวลา 09.12 น. ของวันนี้ ได้มีรถยนต์เก๋งสีขาว ขับเข้ามาทางประตูหน้าวัด ก่อนจะมาจอดที่หน้ากุฏิเจ้าอาวาส จากนั้นมีหญิงสูงวัยเปิดประตูหลังฝั่งซ้ายก้าวลงมาจากรถ พร้อมหอบหิ้วถุงเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้จำนวนหนึ่ง ก่อนที่รถเก๋งคันดังกล่าวจะขับออกไป ปล่อยให้หญิงคนดังกล่าวซึ่งมีสภาพร่างกายไม่สมบูรณ์และเดินไม่สะดวกทิ้งไว้เพียงลำพัง จนกระทั่งพระสงฆ์และเจ้าหน้าที่ของวัดมาพบเข้า จึงได้เข้าช่วยเหลือและสอบถามเรื่องราว

จากการตรวจสอบทราบชื่อในเวลาต่อมาคือ นางสาวทิพากร อายุ 63 ปี เป็นชาวจังหวัดปราจีนบุรี โดยเบื้องต้นพบว่ามีโรคประจำตัวคือ ติดเชื้อเอชไอวี (HIV) และมีอาการเจ็บข้อเข่าอย่างรุนแรงจนเดินไม่สะดวก ต้องใช้ไม้เท้าในการพยุงตัวตลอดเวลา

นางสาวทิพากร เปิดเผยทั้งน้ำเสียงสั่นเครือและมีน้ำตาคลอเบ้าว่า ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2561 ตนอาศัยอยู่กับสามีใหม่ที่จังหวัดปราจีนบุรี ต่อมาสามีได้เสียชีวิตลงด้วยโรคเอดส์ ตนจึงรู้ตัวว่าติดเชื้อเอชไอวีจากสามีนับแต่นั้นมา ต่อมาตนพยายามไปขออาศัยอยู่กับพี่สาวและลูกสาว (ซึ่งเคยยกให้พี่สาวเลี้ยงดู) แต่อยู่ได้ไม่นานก็ถูกปฏิเสธไม่ให้อยู่ต่อ ล่าสุดจึงมาขออาศัยอยู่กับหลานที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในซอยปรียานนท์ อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี อยู่ได้เพียงแค่เดือนเดียว หลานก็แจ้งว่าไม่พร้อมให้อยู่ต่อ อ้างว่าพ่อแม่สามีจะเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อผ่าตัดรักษาโรค บ้านจึงคับแคบและไม่สะดวก ตนไม่มีทางออกและไม่อยากเป็นภาระใคร จึงจำใจบอกให้หลานขับรถมาส่งที่วัดสายไหม เพื่อหวังจะพึ่งบารมีหลวงพ่ออ๊อดอาศัยใบบุญประทังชีวิต

ด้าน พระครูโสภณภัทรเวทย์, ดร. เจ้าอาวาสวัดสายไหม กล่าวว่า อาตมาเห็นภาพจากกล้องวงจรปิดแล้วรู้สึกเวทนาจับใจ การกระทำแบบนี้มองว่านี่มันคือชีวิตคน ไม่ใช่สัตว์เลี้ยง ที่นึกจะเอามาปล่อยทิ้งให้พระเลี้ยงก็ทำได้ ถ้าเป็นสุนัขหรือแมวพระยังเมตตาเลี้ยงดูให้ได้ แต่โยมเป็นผู้หญิง ทางวัดมีระเบียบและกฎของกรมการศาสนาชัดเจนว่า ห้ามผู้หญิงพักอาศัยอยู่ภายในวัดเพียงลำพัง ปัจจุบันเราจะโทษสังคมอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูเหตุปัจจัยในครอบครัวด้วย ถึงญาติจะอ้างว่าไม่พร้อมเลี้ยงดู แต่อยากให้มานั่งคุยและร่วมกันหาทางออกในรูปแบบอื่น ไม่ใช่เอายายมาเททิ้งไว้ที่วัดแบบนี้

ต่อมาทางวัดได้ประสานไปยัง นายบวร พิบูลย์ธนทรัพย์ หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมสวัสดิการสังคม เทศบาลเมืองลำสามแก้ว เพื่อเข้าตรวจสอบและหาทางช่วยเหลือ โดยเจ้าหน้าที่ได้พยายามโทรศัพท์ติดต่อเครือญาติทุกสายเพื่อหาผู้รับผิดชอบ แต่กลับพบความจริงที่สลดใจยิ่งกว่าเดิม

พี่ชายของคุณยาย ซึ่งบวชเป็นพระสงฆ์อยู่ที่จังหวัดปราจีนบุรี ปฏิเสธการให้ที่พัก โดยชี้แจงว่าติดกฎระเบียบสงฆ์ ไม่สามารถให้สตรีมาจำวัดหรืออาศัยอยู่ด้วยได้

ลูกสาวคุณยาย (ที่ยกให้พี่สาวเลี้ยง) แจ้งว่าไม่สะดวกที่จะรับไปดูแล

ลูกชายของคุณยายอีกคน จากการตรวจสอบพบว่าเป็นบุคคลเร่ร่อน ไม่มีที่พำนักเป็นหลักแหล่ง จึงไม่มีศักยภาพในการดูแลมารดา

หลานสาว (คนที่ขับรถเก๋งมาส่ง) ชี้แจงว่าที่บ้านต้องดูแลสามีและลูกอีก 2 คน ทั้งยังต้องรับแม่สามีมาผ่าตัด จึงไม่สะดวกอย่างยิ่ง และยืนยันว่าคุณยายเป็นคนขอร้องให้มาส่งที่วัดเอง

หลังจากเครือญาติทุกฝ่ายต่างปฏิเสธและปัดความรับผิดชอบในการเลี้ยงดู ทางเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองลำสามแก้ว จึงได้ประสานต่อไปยังเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จังหวัดปทุมธานี เพื่อส่งตัวคุณยายไปพักอาศัยชั่วคราว ณ บ้านคนไร้ที่พึ่ง ตำบลรังสิต อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี เพื่อให้การช่วยเหลือเยียวยา รักษาโรคประจำตัว และจัดสรรสวัสดิการแห่งรัฐที่เหมาะสมตามขั้นตอนต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...