โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘กรุงศรี’ คาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.40-33.10 จับตาตลาดบอนด์โลก

ไทยโพสต์

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.40-33.10 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 32.65 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 32.28-32.67 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินสำคัญ ขณะที่การเจรจายุติความขัดแย้งในตะวันออกกลางและการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซยังไม่คืบหน้า รวมถึงตลาดปรับมุมมองต่อแนวโน้มดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หลังตัวเลขเงินเฟ้อออกมาแข็งแกร่งเกินคาด โดยดัชนีราคาผู้บริโภคเพิ่มขึ้น 3.8% ในเดือนเมษายน ขณะที่เงินเฟ้อผู้ผลิตพุ่งขึ้น 6.0%

18 พ.ค. 2569 - นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นอีกครั้ง ซึ่งเพิ่มความปั่นป่วนในตลาดพันธบัตรโลก ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่าช่องแคบฮอร์มุซ “อาจไม่จำเป็นต้องเปิดเลยก็ได้” ตอกย้ำความกังวลของนักลงทุนที่ว่าการปิดช่องแคบจะยืดเยื้อกว่าที่เคยคาดไว้ ทางด้านเงินปอนด์เผชิญแรงกดดันเพิ่มเติมจากความไม่แน่นอนทางการเมืองและความเสี่ยงทางการคลังในสหราชอาณาจักร ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทย 9,162 ล้านบาท แต่ขายพันธบัตร 11,373 ล้านบาท

สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ มองว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นและพันธบัตรโลกอาจบ่งชี้ความเปราะบางมากขึ้นและหนุนเงินดอลลาร์ต่อเนื่อง หลังจากการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำสหรัฐฯกับจีนสิ้นสุดลงโดยไม่มีความคืบหน้าในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่นักลงทุนกังวลว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ขึ้นดอกเบี้ยช้าเกินไป โดยส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นช่วงอายุ 2 ปีกับ 30 ปีกำลังกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากท่าทีทางนโยบายการเงินของญี่ปุ่นยังผ่อนคลายมาก ทำให้การคงดอกเบี้ยในการประชุมครั้งล่าสุดของบีโอเจเริ่มถูกมองว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด

นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเกี่ยวกับงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพ อัตราผลตอบแทนที่แท้จริงอยู่ในระดับต่ำและยังคงลดลงต่อเนื่องตามเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น การแทรกแซงค่าเงินเยนระลอกใหม่จึงมีแนวโน้มสูง แต่ประสิทธิผลของการแทรกแซงขึ้นอยู่กับปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของญี่ปุ่น นั่นคืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรโลกซึ่งกำลังสูงขึ้นท่ามกลางความวิตกที่ว่าภาวะหยุดชะงักของอุปทานพลังงานอาจยืดเยื้อกว่าที่เคยประเมินไว้

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยในประเทศ ตลาดจะให้ความสนใจกับรายงานจีดีพีไตรมาส 1/2569 จากสภาพัฒน์ ขณะที่ในภาพรวม การเคลื่อนไหวของราคาทองคำและน้ำมันดิบยังคงเป็นประเด็นชี้นำสำคัญต่อทิศทางค่าเงินบาทในระยะสั้นนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...