โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"รูเล็กๆ ข้างใบหู" เกิดจากอะไร ทำไมบางคนมีบางคนไม่มี อันตราย? เฉลยทำขนลุกเบาๆ

sanook.com

เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • Sanook
เคยสังเกตไหม? รูเล็กๆ ข้างใบหูคืออะไรกันแน่ ไขข้อข้องใจทางการแพทย์ เกิดจากอะไร อันตรายไหม พร้อมข้อห้ามสำคัญที่คนมีรูนี้ห้ามทำเด็ดขาด

เคยสังเกตไหม? รูเล็กๆ ข้างใบหูคืออะไรกันแน่ ไขข้อข้องใจทางการแพทย์ เกิดจากอะไร อันตรายไหม พร้อมข้อห้ามสำคัญที่คนมีรูนี้ห้ามทำเด็ดขาด

ส่องกระจกทีไรเคยสังเกตเห็นรูเล็กๆ ขนาดเท่าปลายเข็มที่อยู่บริเวณรอยต่อระหว่างหน้าหูกับใบหน้ากันบ้างไหม? บางคนมีข้างเดียว บางคนมีทั้งสองข้าง หรือบางคนอาจจะหันไปเห็นว่าเพื่อนมีแต่ทำไมเราไม่มี จนเกิดความสงสัยว่าสิ่งนี้คือความผิดปกติของร่างกายหรือเปล่า?

ในโซเชียลมีเดียมีทั้งความเชื่อที่ว่ามันคือ 'รูเรียกทรัพย์' ไปจนถึงข่าวลือที่น่ากลัว วันนี้เราจะพาทุกคนไปสลัดความเชื่องมงาย แล้วไปหาคำตอบทางการแพทย์กันค่ะว่า"รูข้างหู" คืออะไรกันแน่ อันตรายต่อชีวิตไหม และถ้าคุณมีรูนี้อยู่… มีสิ่งไหนที่คุณไม่ควรทำเด็ดขาด!

เจาะลึก "รูข้างหู" (Ear Pit) เรื่องใกล้ตัวที่สายสุขภาพต้องรู้ รูข้างหู คืออะไร? เกิดจากอะไร?

ในทางการแพทย์เรียกรูนี้ว่า "Preauricular Pit" หรือ "Preauricular Sinus" (รูหน้าหู) มันคือความแตกต่างทางร่างกายที่เป็นมาตั้งแต่กำเนิด โดยมีสาเหตุมาจากตอนที่เรายังเป็นทารกตัวน้อยอยู่ในครรภ์มารดา ช่วงสัปดาห์ที่ 4-8 ของการตั้งครรภ์ เนื้อเยื่อส่วนที่จะพัฒนาไปเป็นใบหูเกิดเชื่อมต่อกันไม่สมบูรณ์ ผิวหนังส่วนนั้นจึงบุ๋มลงไปกลายเป็นรูเล็กๆ โดยเนื้อเยื่อภายในรูนั้นจะทอดลึกลงไปเป็นถุง (Sac) หรือเป็นท่อเล็กๆ ซ่อนอยู่ใต้ผิวหนังค่ะ

เป็นกันทุกคนไหม?

คำตอบคือ "ไม่ใช่ทุกคน" สถิติทั่วโลกพบรูนี้ได้น้อยมาก โดยเฉลี่ยพบเพียง 0.1% - 10% ของประชากรเท่านั้น แต่ที่น่าสนใจคือรูนี้มักพบในคนภูมิภาคเอเชียและแอฟริกาบ่อยกว่าคนยุโรปและอเมริกา และส่วนใหญ่แล้วเกิดจาก "พันธุกรรม" ถ่ายทอดจากพ่อแม่สู่ลูก หากคนในครอบครัวมี รูนี้ก็มีโอกาสโผล่มาทักทายในรุ่นลูกรุ่นหลานได้เช่นกัน

อันตรายไหม?

โดยทั่วไปแล้ว "ไม่มีอันตรายใดๆ และไม่ส่งผลต่อการได้ยิน" คนส่วนใหญ่มีรูนี้ติดตัวไปตั้งแต่เกิดจนแก่อย่างสงบสุขโดยไม่มีอาการใดๆ เลย

แต่สิ่งที่จะกลายเป็นปัญหากวนใจคือ "การติดเชื้อแบคทีเรีย" เนื่องจากถุงใต้ผิวหนังที่ซ่อนอยู่นั้น จะมีการผลัดเซลล์ผิวและมีต่อมไขมันอยู่ภายใน ทำให้บางครั้งมีสิ่งสกปรกสะสมจนกลายเป็นสารคัดหลั่งคล้ายแป้งหรือไขมันสีขาวๆ และอาจมีกลิ่นเหม็นโชยออกมาบ้างเป็นครั้งคราว

ข้อควรระวังและวิธีดูแลตัวเอง (สำคัญมาก!)

  • ห้ามบีบ ห้ามเค้น ห้ามแคะเด็ดขาด! หลายคนชอบมือบอนไปบีบเพราะเห็นว่ามีไขมันสีขาวๆ ไหลออกมา รู้ไหมว่านั่นคือการเปิดประตูรับแบคทีเรียจากนิ้วมือเข้าสู่ใต้ผิวหนัง ซึ่งจะทำให้เกิดการอักเสบ บวม แดง เจ็บปวด จนกลายเป็นฝีหนองได้ในที่สุด

  • วิธีทำความสะอาดที่ถูกต้อง: เวลาอาบน้ำล้างหน้า ให้ใช้น้ำสะอาดหรือสบู่อ่อนๆ ลูบผ่านเบาๆ แล้วใช้ผ้าสะอาดหรือคอตตอนบัดซับรอบๆ ให้แห้งสนิทก็เพียงพอแล้ว ไม่ต้องพยายามแยงเข้าไปข้างในรู

  • เมื่อไหร่ที่ต้องไปพบแพทย์? หากวันดีคืนดีรูหน้าหูเกิดอาการบวมแดง กดแล้วเจ็บ หรือมีหนองไหลออกมา ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีเพื่อรับยาปฏิชีวนะ และในรายที่มีอาการอักเสบเป็นฝีซ้ำซาก คุณหมอมักจะแนะนำให้ทำ "การผ่าตัดเล็กเพื่อเอาถุงนี้ออก" ซึ่งแผลเล็กมากและช่วยให้หายขาดได้ค่ะ

แหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ (References)

  • National Institutes of Health (NIH): ข้อมูลความบกพร่องทางกายวิภาคศาสตร์แต่กำเนิดและการพัฒนาของเนื้อเยื่อบริเวณใบหูทารก

  • Children's Hospital of Philadelphia (CHOP): ข้อมูลสถิติ อัตราการเกิด Preauricular Pit ในประชากรกลุ่มต่างๆ และแนวทางการรักษาทางการแพทย์

  • คลังข้อมูลความรู้ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล / โรงพยาบาลรามาธิบดี: คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลตนเองและอาการแทรกซ้อนจากการอักเสบของรูหน้าหู

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...