"รูเล็กๆ ข้างใบหู" เกิดจากอะไร ทำไมบางคนมีบางคนไม่มี อันตราย? เฉลยทำขนลุกเบาๆ
เคยสังเกตไหม? รูเล็กๆ ข้างใบหูคืออะไรกันแน่ ไขข้อข้องใจทางการแพทย์ เกิดจากอะไร อันตรายไหม พร้อมข้อห้ามสำคัญที่คนมีรูนี้ห้ามทำเด็ดขาด
ส่องกระจกทีไรเคยสังเกตเห็นรูเล็กๆ ขนาดเท่าปลายเข็มที่อยู่บริเวณรอยต่อระหว่างหน้าหูกับใบหน้ากันบ้างไหม? บางคนมีข้างเดียว บางคนมีทั้งสองข้าง หรือบางคนอาจจะหันไปเห็นว่าเพื่อนมีแต่ทำไมเราไม่มี จนเกิดความสงสัยว่าสิ่งนี้คือความผิดปกติของร่างกายหรือเปล่า?
ในโซเชียลมีเดียมีทั้งความเชื่อที่ว่ามันคือ 'รูเรียกทรัพย์' ไปจนถึงข่าวลือที่น่ากลัว วันนี้เราจะพาทุกคนไปสลัดความเชื่องมงาย แล้วไปหาคำตอบทางการแพทย์กันค่ะว่า"รูข้างหู" คืออะไรกันแน่ อันตรายต่อชีวิตไหม และถ้าคุณมีรูนี้อยู่… มีสิ่งไหนที่คุณไม่ควรทำเด็ดขาด!
เจาะลึก "รูข้างหู" (Ear Pit) เรื่องใกล้ตัวที่สายสุขภาพต้องรู้ รูข้างหู คืออะไร? เกิดจากอะไร?
ในทางการแพทย์เรียกรูนี้ว่า "Preauricular Pit" หรือ "Preauricular Sinus" (รูหน้าหู) มันคือความแตกต่างทางร่างกายที่เป็นมาตั้งแต่กำเนิด โดยมีสาเหตุมาจากตอนที่เรายังเป็นทารกตัวน้อยอยู่ในครรภ์มารดา ช่วงสัปดาห์ที่ 4-8 ของการตั้งครรภ์ เนื้อเยื่อส่วนที่จะพัฒนาไปเป็นใบหูเกิดเชื่อมต่อกันไม่สมบูรณ์ ผิวหนังส่วนนั้นจึงบุ๋มลงไปกลายเป็นรูเล็กๆ โดยเนื้อเยื่อภายในรูนั้นจะทอดลึกลงไปเป็นถุง (Sac) หรือเป็นท่อเล็กๆ ซ่อนอยู่ใต้ผิวหนังค่ะ
เป็นกันทุกคนไหม?
คำตอบคือ "ไม่ใช่ทุกคน" สถิติทั่วโลกพบรูนี้ได้น้อยมาก โดยเฉลี่ยพบเพียง 0.1% - 10% ของประชากรเท่านั้น แต่ที่น่าสนใจคือรูนี้มักพบในคนภูมิภาคเอเชียและแอฟริกาบ่อยกว่าคนยุโรปและอเมริกา และส่วนใหญ่แล้วเกิดจาก "พันธุกรรม" ถ่ายทอดจากพ่อแม่สู่ลูก หากคนในครอบครัวมี รูนี้ก็มีโอกาสโผล่มาทักทายในรุ่นลูกรุ่นหลานได้เช่นกัน
อันตรายไหม?
โดยทั่วไปแล้ว "ไม่มีอันตรายใดๆ และไม่ส่งผลต่อการได้ยิน" คนส่วนใหญ่มีรูนี้ติดตัวไปตั้งแต่เกิดจนแก่อย่างสงบสุขโดยไม่มีอาการใดๆ เลย
แต่สิ่งที่จะกลายเป็นปัญหากวนใจคือ "การติดเชื้อแบคทีเรีย" เนื่องจากถุงใต้ผิวหนังที่ซ่อนอยู่นั้น จะมีการผลัดเซลล์ผิวและมีต่อมไขมันอยู่ภายใน ทำให้บางครั้งมีสิ่งสกปรกสะสมจนกลายเป็นสารคัดหลั่งคล้ายแป้งหรือไขมันสีขาวๆ และอาจมีกลิ่นเหม็นโชยออกมาบ้างเป็นครั้งคราว
ข้อควรระวังและวิธีดูแลตัวเอง (สำคัญมาก!)
ห้ามบีบ ห้ามเค้น ห้ามแคะเด็ดขาด! หลายคนชอบมือบอนไปบีบเพราะเห็นว่ามีไขมันสีขาวๆ ไหลออกมา รู้ไหมว่านั่นคือการเปิดประตูรับแบคทีเรียจากนิ้วมือเข้าสู่ใต้ผิวหนัง ซึ่งจะทำให้เกิดการอักเสบ บวม แดง เจ็บปวด จนกลายเป็นฝีหนองได้ในที่สุด
วิธีทำความสะอาดที่ถูกต้อง: เวลาอาบน้ำล้างหน้า ให้ใช้น้ำสะอาดหรือสบู่อ่อนๆ ลูบผ่านเบาๆ แล้วใช้ผ้าสะอาดหรือคอตตอนบัดซับรอบๆ ให้แห้งสนิทก็เพียงพอแล้ว ไม่ต้องพยายามแยงเข้าไปข้างในรู
เมื่อไหร่ที่ต้องไปพบแพทย์? หากวันดีคืนดีรูหน้าหูเกิดอาการบวมแดง กดแล้วเจ็บ หรือมีหนองไหลออกมา ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีเพื่อรับยาปฏิชีวนะ และในรายที่มีอาการอักเสบเป็นฝีซ้ำซาก คุณหมอมักจะแนะนำให้ทำ "การผ่าตัดเล็กเพื่อเอาถุงนี้ออก" ซึ่งแผลเล็กมากและช่วยให้หายขาดได้ค่ะ
แหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ (References)
National Institutes of Health (NIH): ข้อมูลความบกพร่องทางกายวิภาคศาสตร์แต่กำเนิดและการพัฒนาของเนื้อเยื่อบริเวณใบหูทารก
Children's Hospital of Philadelphia (CHOP): ข้อมูลสถิติ อัตราการเกิด Preauricular Pit ในประชากรกลุ่มต่างๆ และแนวทางการรักษาทางการแพทย์
คลังข้อมูลความรู้ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล / โรงพยาบาลรามาธิบดี: คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลตนเองและอาการแทรกซ้อนจากการอักเสบของรูหน้าหู