โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

รถเมล์เหวี่ยงหัวฟาดกระจกแตก! รถเมล์ไม่ส่ง รพ. ขู่รีดค่าซ่อม

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • ข่าวเวิร์คพอยท์

(18 พ.ค. 69) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Noo Pang Pang” โพสต์ขอความเป็นธรรม หลังคุณแม่ประสบอุบัติเหตุบนรถเมล์ ขณะกำลังเตรียมตัวลงจากรถ แต่ปรากฏว่าเป็นจังหวะที่รถเมล์เข้าโค้งพอดี จึงทำให้แม่ของเจ้าของโพสต์เซเสียหลักล้มลง ศีรษะไปกระแทกกับกระจกรถเมล์จนได้รับบาดเจ็บ สิ่งที่เจ้าของโพสต์คาใจคือ ฝั่งของรถเมล์ไม่ได้นำตัวคุณแม่ส่งรักษาที่โรงพยาบาลในทันที แต่กลับพาไปพูดคุยเรื่องการเรียกร้องค่าเสียหาย โดยอ้างว่าคุณแม่ทำให้ทรัพย์สินของรถเมล์เสียหายคือกระจกแตก

ล่าสุด คุณเนย ณัฏฐ์ชนิตว์ ทีมข่าวเวิร์คพอยท์ ลงพื้นที่ไปยังโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่ผู้บาดเจ็บเข้ารับการรักษาตัว แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร

จากการพูดคุยกับ นางสาวกัณฐิกา อายุ 36 ปี เจ้าของโพสต์ ซึ่งเป็นลูกสาวของ นางบัณฑิตา อายุ 61 ปี ผู้บาดเจ็บ เล่าว่า เหตุการณ์ตามคลิปที่ปรากฏเกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ช่วงเวลาประมาณ 08.00 น. ขณะที่คุณแม่โดยสารรถเมล์เพื่อตั้งใจจะไปลงหมอชิตและนั่งรถต่อเพื่อไปทำบุญ โดยขณะนั้นเป็นป้ายรถเมล์สุดท้ายก่อนจะถึงอู่รถเมล์ แม่เล่าว่าตอนนั้นภายในรถเหลือผู้โดยสารเพียงคนเดียวคือคุณแม่ โดยมีพนักงานขับรถและกระเป๋ารถเมล์ประจำการอยู่

กระทั่งกระเป๋ารถเมล์แจ้งว่าใกล้ถึงป้ายที่ต้องลงแล้ว คุณแม่จึงลุกจากที่นั่งเพื่อไปยืนเตรียมตัว แต่ปรากฏว่าเป็นจังหวะที่รถเมล์เข้าโค้งพอดี ทำให้คุณแม่เซเสียหลักล้มศีรษะกระแทกกระจกรถเมล์จนแตก จากภาพกล้องวงจรปิดภายในรถ จะเห็นว่ามีกระเป๋ารถเมล์เดินเข้ามาดู แต่ทั้งกระเป๋ารถเมล์และคนขับกลับไม่ได้พาคุณแม่ไปส่งโรงพยาบาลในทันที แต่พูดถึงเรื่องค่าเสียหายที่กระจกแตก

ต่อมาฝั่งรถเมล์ได้พาคุณแม่ไปคุยที่อู่ย่านหมอชิต ระหว่างนั้นคุณแม่ได้โทรศัพท์แจ้งตน ตนจึงรีบขับรถตามไปที่อู่ทันที ยอมรับว่าตอนนั้นตกใจและเป็นห่วงคุณแม่มาก ทันทีที่ไปถึงได้สอบถามอาการของคุณแม่ และถามฝั่งรถเมล์ว่าทำไมไม่พาคนเจ็บไปส่งโรงพยาบาลก่อน แม้คุณแม่จะบอกว่าเจ็บไม่มาก แต่สิ่งแรกที่ควรคำนึงถึงคือความปลอดภัยของผู้โดยสาร ไม่ใช่ความเสียหายของรถ หลังจากนั้นตัวแทนประกันภัยชั้น 3 ของรถเมล์มาแจ้งว่า ฝั่งคุณแม่ต้องเป็นคนจ่ายค่าซ่อมกระจกรถเมล์ เป็นเงินจำนวน 4,300 บาท ซึ่งคุณแม่มีการต่อรองเหลือ 4,000 บาท แต่ตนไม่ยอมจ่ายเพราะมองว่าเป็นอุบัติเหตุ ทางประกันจึงแจ้งให้ไปคุยกันที่ สน.ประชาชื่น

เมื่อไปถึง สน.ประชาชื่น ก็พบว่าเจ้าหน้าที่ประกันนั่งคุยอยู่กับตำรวจก่อนแล้ว โดยตำรวจชี้แจงว่าฝั่งคนขับรถเมล์ไม่ได้ขับรถโดยประมาท ขับด้วยความเร็วปกติ และให้ฝั่งตนไปเจรจาตกลงค่าเสียหายกันเอง ซึ่งคนขับรถเมล์ได้ขอให้คุณแม่ช่วยจ่ายค่าซ่อมครึ่งหนึ่งคือคนละ 2,000 บาท อ้างว่าเพิ่งมาทำงานได้ไม่นานและไม่มีเงิน ตนไม่ได้ตอบรับอะไรแต่ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจลงบันทึกประจำวันไว้ก่อน เพราะต้องการรีบพาคุณแม่ไปรักษา ซึ่งฝั่งรถเมล์แจ้งให้พาคุณแม่ไปที่โรงพยาบาลบางปะกอก 1 เนื่องจากประกันภัยครอบคลุมที่นี่

ทว่าเมื่อมาถึงโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่แจ้งว่าตนต้องสำรองจ่ายค่ารักษาล่วงหน้าก่อน เนื่องจากไม่มีตัวแทนบริษัทประกันเดินทางมาด้วย ตนเริ่มรู้สึกไม่ดีจึงปฏิเสธและขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยประสานตัวแทนประกันให้รีบมาด่วน จนกระทั่งตัวแทนประกันมาถึง คุณแม่จึงได้เข้ารับการสแกนสมองและตรวจร่างกาย

คุณแม่ประสบเหตุตั้งแต่ 8 โมงเช้า แต่กว่าจะได้เข้าการรักษาจริงคือช่วงบ่าย ซึ่งคุณแม่มีอาการปวดศีรษะ เวียนศีรษะ และอาเจียน แพทย์จึงให้นอนพักรักษาตัวเพื่อรอดูอาการอย่างใกล้ชิด

ต่อมาวันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2569 ตัวแทนของ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้เดินทางมามอบกระเช้าเยี่ยมพร้อมขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และรับปากว่าจะพาคนขับและกระเป๋ารถเมล์ไปที่ สน.ประชาชื่น เพื่อแก้ไขใบบันทึกประจำวัน โดยที่ทางฝั่งคุณแม่ไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายใด ๆ ทั้งสิ้น และยืนยันว่า ขสมก. จะดูแลเยียวยาอย่างเต็มที่

กระทั่งช่วงสายของวันนี้ (18 พฤษภาคม 2569) คนขับรถเมล์ กระเป๋ารถเมล์ พร้อมหัวหน้างาน ขสมก. ได้เดินทางมาขอโทษคุณแม่ถึงเตียงคนไข้ ซึ่งตนเองได้สะท้อนปัญหากลับไปตามข้อเท็จจริงว่า สิ่งแรกที่พนักงานควรคำนึงถึงคือชีวิตและความปลอดภัยของผู้โดยสาร ไม่ใช่ห่วงความเสียหายของวัตถุ ซึ่งทาง ขสมก. รับฟังและย้ำว่าจะนำไปปรับปรุงแก้ไขต่อไป

ลูกสาวผู้บาดเจ็บ ระบุทิ้งท้ายว่า เชื่อว่าไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ แต่เมื่อเกิดขึ้นบนรถโดยสารสาธารณะ สิ่งสำคัญที่สุดคือการดูแลชีวิตผู้โดยสารเป็นอันดับแรก ยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ครอบครัวเสียความรู้สึกและเสียใจเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ในช่วงสายของวันเดียวกัน นายนพพร คงอยู่ หัวหน้ากลุ่มงานปฏิบัติการเดินรถ กลุ่มปฏิบัติการเดินรถที่ 1 อู่พระประแดง สังเกตการณ์ในนามองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) พร้อมพนักงานขับรถและกระเป๋ารถเมล์คันเกิดเหตุ ได้เข้ามอบกระเช้าขอขมาผู้บาดเจ็บ พร้อมชี้แจงว่า พนักงานขับรถเพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่นานทำให้ยังขาดประสบการณ์ ยอมรับว่าช่วงเกิดเหตุพนักงานทั้งสองคนตกใจจนทำอะไรไม่ถูก พร้อมขอน้อมรับผิดและยืนยันว่า ขสมก. จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าเสียหายรวมถึงค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดของผู้บาดเจ็บจนกว่าจะหายดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...