บีโอไอ ไฟเขียว 3 ผู้ผลิต PCB ลงทุนไทยรวมกว่า 2.2 หมื่นล้าน
"บีโอไอ" อนุมัติ 3 บริษัทผู้ผลิต PCB ระดับโลกจากจีนและไต้หวัน ขยายลงทุนไทยเฟสสอง มูลค่ารวมกว่า 2.2 หมื่นล้านบาท ย้ำศูนย์กลางอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงของภูมิภาค
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการพิจารณาโครงการได้อนุมัติโครงการขยายการลงทุนของ 3 บริษัทผู้ผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (Printed Circuit Board: PCB) ระดับโลกจากจีนและไต้หวัน หลังจากเข้ามาลงทุนเฟสแรกในไทยได้ไม่ถึง 2 ปี สะท้อนความเชื่อมั่นและศักยภาพของไทยในการเป็นศูนย์กลางอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงของภูมิภาค
การขยายการลงทุนในเฟสที่สองนี้ คาดว่าจะก่อให้เกิดการจ้างงานบุคลากรไทยเพิ่มขึ้นอีกกว่า 5,000 คน (จากเดิมในเฟสแรกที่มีการลงทุนรวมกันกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท และจ้างงานไปแล้วกว่า 7,000 คน) เพื่อรองรับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีแห่งอนาคต อาทิ AI Server ใน Data Center, ระบบสื่อสารความเร็วสูง และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ
สำหรับทั้ง 3 บริษัทดังกล่าว ได้แก่ 1. บริษัท คอมเปค เทคโนโลยี (Compeq Technology) ผู้ผลิต PCB รายใหญ่จากจีน ขยายการลงทุนเฟสสองเพิ่มอีก 9,170 ล้านบาท (เฟสแรกลงทุน 1.3 หมื่นล้านบาท) ณ นิคมอุตสาหกรรมเอเชีย (สุวรรณภูมิ) สมุทรปราการ เพื่อผลิต Flexible PCB ซึ่งเป็นแผงวงจรแบบโค้งงอได้ น้ำหนักเบา สำหรับอุปกรณ์ IoT, สมาร์ตโฟน และสมาร์ตวอตช์
2. บริษัท มัลติ-ฟายน์ไลน์ อิเล็กทรอนิกส์ (Multi-Fineline Electronics) บริษัทในเครือ Dongshan Precision (DSBJ) จากจีน ขยายการลงทุนเพิ่ม 5,800 ล้านบาท (เฟสแรกลงทุน 1.4 หมื่นล้านบาท) ณ นิคมอุตสาหกรรมโรจนะหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี ผลิต Multilayer และ Flexible PCB ส่งมอบให้ลูกค้ายักษ์ใหญ่ระดับโลก เช่น Apple, META, Microsoft และ Tesla
3. บริษัท โกลด์ เซอร์คิท อีเลคโทรนิคส์ (Gold Circuit Electronics) ผู้ผลิตจากไต้หวัน ขยายการลงทุนเพิ่ม 7,230 ล้านบาท (เฟสแรกลงทุน 8,000 ล้านบาท) ณ เขตอุตสาหกรรม 304 จังหวัดปราจีนบุรี เน้นผลิตแผงวงจรชนิดพิเศษ High Density Interconnect (HDI) และ Multilayer PCB ที่รองรับการติดตั้งชิ้นส่วนจำนวนมากในพื้นที่จำกัด ช่วยให้อุปกรณ์ทำงานเร็วและประหยัดพลังงานขึ้น
นายนฤตม์ กล่าวว่า ผู้ผลิต PCB ระดับโลกทั้ง 3 ราย ได้เข้ามาลงทุนตั้งฐานการผลิตขนาดใหญ่ในไทยช่วงปี 2567-2568 หลังจากนั้นไม่ถึง 2 ปี ก็ขยายการลงทุนต่อเนื่องครั้งใหญ่ในเฟสสอง แสดงถึงการเติบโตของตลาด และความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพของไทย ทั้งในด้านระบบนิเวศอุตสาหกรรม ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและบุคลากร มาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ
นอกจากนี้ ยังรวมถึงความสะดวกในการลงทุนผ่านกลไก Thailand FastPass ซึ่งจะช่วยเร่งรัดกระบวนการอนุมัติ อนุญาตต่าง ๆ โดยการขยายการลงทุนครั้งนี้ มีความสำคัญต่อการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงและดิจิทัลของภูมิภาค
ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 2566-2568) มีผู้ผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) และวัตถุดิบสำหรับ PCB ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุน จำนวน 222 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวมกว่า 3.2 แสนล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนจากจีน ไต้หวัน ฮ่องกง และญี่ปุ่น ส่งผลให้ปัจจุบันไทยก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิต PCB อันดับหนึ่งในอาเซียน และอันดับ 5 ของโลก
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'ติ๊กต๊อก' นำทัพลงทุนไทยกว่า 8 แสนล้าน ดันยอด 'บีโอไอ' อนุมัติรวมกว่า 9 แสนล้าน
- 'บีโอไอ' เผยยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนไตรมาสแรก ปี 69 ทะลุ 1 ล้านล้าน
- 'ไบต์แดนซ์' ยอมถอย! ตัดใจขายหุ้น 'ติ๊กต๊อก' ในสหรัฐกว่า 80% เลี่ยงโดนแบน
ติดตามเราได้ที่