โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘นายกรัฐมนตรี’ แถลงผลสอบทุจริตสอบท้องถิ่น สั่งสอบวินัยร้ายแรง 5 ข้าราชการ

The Bangkok Insight

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

"นายกรัฐมนตรี" แถลงผลสอบทุจริตสอบท้องถิ่น เดินหน้าตรวจสอบปมทุจริตสอบท้องถิ่น ย้ำดำเนินการโปร่งใส เอาผิดผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ พร้อมสั่งสอบวินัยร้ายแรง 5 ข้าราชการ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และนายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ร่วมแถลงข่าวผลการสอบข้อเท็จจริงกรณีการทุจริตสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น

ทุจริตสอบท้องถิ่น

โดย นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่า ภายหลังได้รับรายงานและข้อร้องเรียน ได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยเร่งดำเนินการตรวจสอบ โดยปลัดกระทรวงมหาดไทยได้แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเป็นการเร่งด่วน เพื่อสอบสวนอย่างรอบด้าน โปร่งใส และเป็นธรรม พร้อมกำหนดกรอบเวลาให้ดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 7 วัน

คณะกรรมการได้เร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวนและจัดทำรายงานผลการตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว พบข้อมูลที่บ่งชี้ถึงความไม่โปร่งใสและพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายการทุจริตในการสอบแข่งขัน ซึ่งอาจมีการดำเนินการเพื่อเอื้อประโยชน์ให้บุคคลที่มีความเชื่อมโยงกันได้รับการคัดเลือกและบรรจุเข้ารับราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยจะเปิดเผยข้อมูลในส่วนที่สามารถเปิดเผยได้ตามกฎหมายและกระบวนการสอบสวน โดยมอบหมายให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย และคณะกรรมการสืบสวนเป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดต่อสื่อมวลชน พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส และหากพบผู้กระทำผิดหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง จะดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบราชการอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น

ทุจริตสอบท้องถิ่น

นายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีการทุจริตในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เปิดเผยว่า คณะกรรมการฯ ได้ดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน ทั้งจากการรวบรวมพยานหลักฐาน การเชิญผู้เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลและชี้แจงรวมเกือบ 15 ราย ทั้งผู้ที่เข้าชี้แจงด้วยตนเองและผู้ที่ส่งคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร รวมถึงการรวบรวมเอกสารจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) มาให้ข้อมูลและข้อเสนอแนะประกอบการพิจารณา

ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ผู้รับจ้างดำเนินการจัดสอบไม่ได้จัดส่งไฟล์ภาพถ่ายกระดาษคำตอบพร้อมผลการประมวลคะแนนให้แก่หน่วยงานทันทีภายหลังการตรวจข้อสอบแล้วเสร็จ คณะกรรมการฯ จึงได้เข้าตรวจสอบข้อมูลที่จัดเก็บอยู่ในแฟลชไดรฟ์ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งบันทึกไฟล์ภาพถ่ายกระดาษคำตอบและข้อมูลผลคะแนนทั้งหมด

จากการสุ่มตรวจผู้เข้าสอบจำนวน 79 ราย พบว่ามีผู้สอบถึง 48 รายที่คะแนนในสำเนากระดาษคำตอบไม่สอดคล้องกับคะแนนในไฟล์ประมวลผล โดยพบพฤติการณ์การแก้ไขคะแนนทั้งในภาค ก. และภาค ข. ให้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้คะแนนภาค ก. ของผู้เข้าสอบบางรายสูงเกินร้อยละ 60 และคะแนนภาค ข. สูงถึงร้อยละ 90 ซึ่งแตกต่างจากข้อมูลในกระดาษคำตอบที่ตรวจสอบได้

ทุจริตสอบท้องถิ่น

นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ ยังตรวจสอบกระบวนการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบภาค ค. พบว่า ผู้รับจ้างได้ส่งผลการประมวลคะแนนภาค ก. ภาค ข. และวิชาภาษาอังกฤษ ให้แก่คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ผ่านแฟลชไดรฟ์เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า กสถ. ได้นำข้อมูลภาพถ่ายกระดาษคำตอบในแฟลชไดรฟ์มาเปรียบเทียบหรือสอบทานกับผลการประมวลคะแนนที่ผู้รับจ้างจัดส่งก่อนให้ความเห็นชอบประกาศผล

รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายหลังจากที่ กสถ. มีมติเห็นชอบรายชื่อผู้มีสิทธิสอบภาค ค. แล้ว ยังมีการเข้าไปแก้ไขข้อมูลก่อนนำขึ้นประกาศในระบบสารสนเทศ โดยพบผู้เกี่ยวข้องประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ผู้รับจ้างจากบริษัทเอกชน และบุคคลอื่นซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบเพื่อยืนยันตัวตน ทั้งนี้ จากการสืบสวนข้อเท็จจริงในเบื้องต้น คณะกรรมการฯ เห็นว่ามีข้าราชการพลเรือนสามัญสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จำนวน 5 ราย ที่มีมูลอันควรเชื่อได้ว่าอาจกระทำผิดวินัย จึงเสนอให้ดำเนินการตามกระบวนการทางวินัยและกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ผลการตรวจสอบของกระทรวงมหาดไทยในครั้งนี้เป็นเพียงการสืบสวนข้อเท็จจริงในเบื้องต้น โดยการดำเนินการไม่ได้มีเพียงกระทรวงมหาดไทยเท่านั้น แต่เป็นการบูรณาการร่วมกับอีก 7 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งแต่ละหน่วยงานอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการสืบสวนสอบสวนตามอำนาจหน้าที่ของตน ก่อนนำข้อมูลมาประกอบการตรวจสอบร่วมกัน เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างรอบด้านและมีประสิทธิภาพ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...