โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อว.สร้างคน AI ปั้นไทย สู่เวทีโลก

MATICHON ONLINE

อัพเดต 21 มี.ค. 2565 เวลา 02.06 น. • เผยแพร่ 21 มี.ค. 2565 เวลา 00.14 น.

อว.สร้างคน AIž ปั้นไทยžสู่เวทีโลก

AI หรือปัญญาประดิษฐ์ มีความจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศอย่างมาก

เนื่องจากปัจจุบันเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และคอมพิวเตอร์นับเป็นเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเป็นที่ต้องการของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมที่หลากหลาย

ดังนั้น การสร้าง คน AIŽ จึงมีความสำคัญเพื่อตอบสนองความต้องการของประเทศและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศใน 7 ด้าน คือ 1.ด้านการแพทย์และวิทยาศาสตร์ชีวภาพ 2.ด้านการเงินและธุรกิจ 3.ด้านการศึกษา 4.ด้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ 5.ด้านโลจิสติกส์ 6.ด้านอุตสาหกรรมเกษตรอาหาร และ 7.ด้านเศรษฐกิจดิจิทัล

ศ.เอนก เหล่าธรรมทัศน์

 

การสร้าง คน AIŽ จะถูกสร้างผ่านกลไกของระบบการศึกษายุคใหม่ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) คือ หลักสูตรแซนด์บ็อกซ์ เพื่อพัฒนากำลังคนด้านวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI และคอมพิวเตอร์ให้กับประเทศ

โดยมีคณาจารย์จากเครือข่ายมหาวิทยาลัยปัญญาประดิษฐ์ไทย 6 แห่ง ร่วมกันดำเนินการ ได้แก่ม.ซีเอ็มเคแอล สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ม.มหิดล ม.ขอนแก่น ม.เชียงใหม่ และ ม.สงขลานครินทร์ ผ่านการดำเนินการร่วมภายใต้สถาบันวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งจะเป็นหน่วยงานภายใต้มหาวิทยาลัยซีเอ็มเคแอล ที่มีหน้าที่ช่วยขับเคลื่อนการดำเนินงานระหว่างเครือข่ายมหาวิทยาลัย มีการแบ่งปันทรัพยากรระหว่างมหาวิทยาลัย เปิดโอกาสให้นักศึกษาสามารถเข้าร่วมศึกษาแลกเปลี่ยนและปฏิบัติงานวิศวกรรมและวิจัยกับทีมงานระหว่างมหาวิทยาลัยได้

อว.กำลังจัดทำหลักสูตรแซนด์บ็อกซ์ เพื่อพัฒนากำลังคนด้านวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI และคอมพิวเตอร์ให้กับประเทศ ผ่านกระบวนการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยเป็นความร่วมมือของ 6 มหาวิทยาลัย ได้แก่ ม.ซีเอ็มเคแอล สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ม.มหิดล ม.ขอนแก่น ม.เชียงใหม่ และ ม.สงขลานครินทร์ ผ่านการดำเนินการร่วมภายใต้สถาบันวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์ ทั้งนี้ การจัดการเรียนการสอนในหลักสูตร

ดังกล่าวจะเน้นสมรรถนะของผู้เรียน ผ่านการจัดการศึกษาร่วมกันของทั้ง 6 มหาวิทยาลัย โดยนักศึกษาสามารถเรียนในบางรายวิชาข้ามมหาวิทยาลัยได้ ซึ่งมีทั้งเรียนแบบในชั้นเรียนและแบบออนไลน์Ž ศ.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อว. กล่าวถึงการพัฒนากำลังคนด้าน AI ให้กับประเทศ พร้อมระบุว่า

หลักสูตรนี้จะเน้นการพัฒนากำลังคนด้าน AI เพื่อตอบสนองความต้องการของประเทศใน 7 ด้าน คือ 1.ด้านการแพทย์และวิทยาศาสตร์ชีวภาพ 2.ด้านการเงินและธุรกิจ 3.ด้านการศึกษา 4.ด้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ 5.ด้านโลจิสติกส์ 6.ด้านอุตสาหกรรมเกษตรอาหาร และ 7.ด้านเศรษฐกิจดิจิทัล

การจัดการเรียนการสอนในรูปแบบเน้นสมรรถนะ จะทำให้ผู้ประกอบการหรือองค์กรที่มีความต้องการรับบุคลากรด้าน AI ไปทำงานต่อ มีความชัดเจน นอกจากนี้ ยังทำให้มหาวิทยาลัยสามารถสร้างบุคลากรที่มีความหลากหลายของสมรรถนะ โดยไม่จำเป็นต้องคอยสร้างปริญญาใหม่ตลอดเวลา เช่น นักศึกษาบางคนอยากเน้นด้านความปลอดภัยไซเบอร์และด้าน AI นักศึกษาบางคนอยากเน้นด้านการออกแบบประสบการณ์และปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้และด้าน AI ก็ได้เช่นกัน การจัดการเรียนการสอนในรูปแบบนี้จะทำให้นักศึกษามีทางเลือกเพื่อการเรียนรู้ที่หลากหลาย และปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมได้ โดยหลักสูตรนี้คาดว่าจะเริ่มจัดการเรียนการสอนได้ในปีการศึกษา 2565 นี้ ตั้งเป้าว่าในปี 2565-2572 จะผลิตผู้สำเร็จการศึกษาให้ได้ 1,000 คน หรือเฉลี่ย 200 คนต่อปีŽ รมว.อว.กล่าว

อักฤทธิ์ สังข์เพ็ชร

ขณะที่ นายอักฤทธิ์ สังข์เพ็ชร ผอ.โครงการคาร์เนกีเมลลอน-KMITL (Carnegie Mellon-KMITL) มหาวิทยาลัยซีเอ็มเคแอล ในฐานะแกนนำผู้จัดทำหลักสูตรแซนด์บ็อกซ์ เพื่อพัฒนากำลังคนด้านวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI และคอมพิวเตอร์ให้กับประเทศ กล่าวว่า หลักสูตรแซนด์บ็อกซ์ด้านวิศวกรรม AI และคอมพิวเตอร์ เป็นหลักสูตรที่คณะทำงานถอดบทเรียนมาจากประสบการณ์การเรียนรู้ผ่านงานวิจัยและพัฒนาที่ทำร่วมกับมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน ประเทศสหรัฐอเมริกา มามากกว่า 12 ปี ซึ่งคาร์เนกีเมลลอนถือเป็นแหล่งกำเนิดของซอฟต์แวร์ AI ตัวแรก และเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของโลกในด้าน AI โดยหลักสูตรที่เราดำเนินการได้พัฒนาเป็นองค์ความรู้ที่คลอบคลุมทั้งสี่ด้านของสาขาวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI Engineering)

อันประกอบไปด้วย เทคโนโลยีซอฟต์แวร์ปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง (AI & Machine Learning), เทคโนโลยีระบบคอมพิวเตอร์ (Computer System), ความปลอดภัยไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวของข้อมูล (Cybersecurity & Privacy) และการออกแบบระบบที่คำนึงถึงผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง (Human-Centered Design) ซึ่งนักศึกษาสามารถเลือกเรียนและทำโครงการวิศวกรรมและเทคโนโลยีที่แต่ละมหาวิทยาลัยดำเนินงานร่วมกับผู้ประกอบการชั้นนำได้ตั้งแต่เข้าเรียน

โดยเครือข่ายมหาวิทยาลัยจะร่วมกันพัฒนาบุคลากรผ่านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี AI เพื่อประยุกต์ใช้หลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งด้านการแพทย์ ธุรกิจการเงิน เศรษฐกิจสร้างสรรค์ การศึกษา การค้าและโลจิสติกส์ เป็นต้น ซึ่งทางหลักสูตรมุ่งเน้นการสร้างบัณทิตที่มีทักษะการพัฒนาเทคโนโลยี AI ด้วยกระบวนการทางวิศวกรรมที่คำนึงถึงผู้ใช้ และสามารถวิจัยพัฒนาเทคโนโลยี ซอฟต์แวร์และระบบเพื่อรองรับการใช้งาน AI ที่จำเป็นต่อการพัฒนาของประเทศ

ทั้งนี้ นักศึกษาที่เรียนในหลักสูตรนี้จะได้ลงไปทำงานจริงตั้งแต่ปีแรก ทั้งในฟาร์ม ในโรงงาน ในชุมชน ไปจนถึงองค์กรธุรกิจและเทคโนโลยีชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ

ที่สำคัญนักศึกษาจะได้ร่วมเรียนรู้จากคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกทั้งที่อยู่ที่ ม.ซีเอ็มเคแอล ม.คาร์เนกีเมลลอน และจากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งต่างมาช่วยกันพัฒนาและขับเคลื่อนการศึกษาและความรู้ด้านวิศวกรรม AI และคอมพิวเตอร์ของไทย เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางการพัฒนาเทคโนโลยี AI ที่แข่งขันในเวทีโลกได้Ž นายอักฤทธิ์ระบุ

นี่คือกระบวนการปั้น คน AIŽ ให้กับประเทศ และถือเป็นก้าวสำคัญอีกก้าวของการปฏิรูปการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศในยุคของ ศ.เอนก เหล่าธรรมทัศน์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...