โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

(สรุป) เป้าหมาย Pomelo 2022 & Beyond วางเป้าเติบโต 100% สู่แพลตฟอร์มแฟชั่น No.1 ใน SEA

Marketing Oops

อัพเดต 24 มี.ค. 2565 เวลา 04.25 น. • เผยแพร่ 23 มี.ค. 2565 เวลา 09.49 น. • prakai

Pomelo ถือว่าเป็นแบรนด์แฟชั่นที่เติบโตมาจากไซส์ start up ตั้งแต่ที่เปิดตัวในปี 2013 ผ่านมาแล้วกับเส้นทางตลอด 9 ปี ยกระดับแบรนด์ให้กลายเป็นแพลตฟอร์มแฟชั่นแบบ omnichannel ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA)

โอกาสของตลาดอคอมเมิร์ซใน SEA ถือว่ายังอยู่ในจุดฮอตสปอร์ต จากรายงานของกูเกิล เทมาเส็ก และ บริษัท เบน แอนด์ คอมพานี ที่ระบุว่า เศรษฐกิจดิจิทัลใน SEA จะขยายมูลค่าแตะที่ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2030 จากจำนวนนักช้อปกว่า 350 ล้านคน ซึ่งหมวดเสื้อผ้า, เครื่องสำอาง, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และ ของใช้ภายในบ้าน ถือว่าเป็นกลุ่มสินค้าที่เติบโตมากที่สุดจากการช้อปปิ้งออนไลน์

 

Credit: Pomelo’s 2022 Directions

ทั้งนี้คุณเดวิด โจว CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง Pomelo fashion ได้พูดถึงจุดยืนของแบรนด์ที่ดำเนินมาตลอด 9 ปีว่า Pomelo ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความมั่นใจและทัศคติที่ดีผู้หญิงทุกคน ผ่านผลิตภัณฑ์แฟชั่นที่มีคุณภาพ มีสไตล์ ในราคาที่เข้าถึงได้ โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ล้ำสมัย”

 

Credit: Pomelo’s 2022 Directions

นอกจากนี้ยังได้พูดถึงเส้นทางการเติบโตของ Pomelo ที่ผ่านมาว่าเป็นแบรนด์ที่มีการดำเนินธุรกิจแบบ omnichannel อย่างจริงจังโดยจะเห็นจากสัดส่วนช่องทางลูกค้าที่เข้ามา ก็คือ

  • อีคอมเมิร์ซ 51%
  • บริการ Try.Buy 24%
  • ร้านค้าออฟไลน์ 25%

 

Credit: Pomelo’s 2022 Directions

 

เป้าหมายที่จะทำในปี2022 & Beyond

ในงานแถลงการณ์ของ Pomelo คุณเดวิด ยังได้เปิดเผยถึง vision ที่จะทำในปีนี้และปีต่อๆ ไปของ Pomelo โดยเราจะสรุปมาให้เข้าใจง่ายๆ ว่าแบรนด์แฟชั่นคิดและจะทำอะไรต่อไปจากนี้ระยะสั้น

  • วางเป้าขยายมูลค่าธุรกรรมรวมในตลาด (GMV) 260%
  • เตรียมลงทุน 1,000 ล้านบาทสำหรับกลยุทธ์ใหม่ เช่น คอนเทนต์, การตลาด เพื่อขยายกลุ่มเป้าหมายทั้งในประเทศที่มีอยู่แล้วและตลาดต่างประเทศ
  • เตรียมขยายร้านสาขาจากปัจจุบัน 27 สาขา เพิ่มเป็น 54 สาขาทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • เตรียมเพิ่มแบรนด์ในแพลตฟอร์ม Pomelo จากกว่า 500 แบรนด์เป็น 2,000 แบรนด์
  • ขยายบริการ Try.Buy. ฟีเจอร์การช้อปจากออนไลน์สู่ออฟไลน์ที่ลูกค้าเลือกซื้อสินค้าผ่านออนไลน์ แต่สามารถมาลองสินค้าจริงได้ที่ร้านสาขาใกล้บ้านก่อนซื้อ
  • ยังให้ความสำคัญกับบริการ Prism ไปยังตลาดใหม่ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี 4 อย่างที่เป็นไฮไลท์ของ Pomelo เช่น เปิดกว้างเรื่องการจัดการ supply chain กับพาร์ทเนอร์แบบ seamless หรือ การจัดตั้งทีมโดยเฉพาะสำหรับ insight เพื่อลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นราคาสินค้าควรจะอยู่ที่เท่าไหร่ หรือลูกค้าควรจะซื้อสินค้ามากเท่าไหร่ เป็นต้น

 

Credit: Pomelo’s 2022 Directions

ทั้งนี้ Pomelo ยังได้เปิดเผยด้วยว่า ต้องการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เอ็กซ์คลูซีฟและหลากหลายให้กับผู้บริโภค และต้องการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ผ่านศูนย์บริการ Dropship และ Seller Center นอกจากนี้แบรนด์ต่างๆ บน Pomelo platform จะสามารถใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์ใหม่ๆ ได้ด้วยซึ่งจะเป็นการกระตุ้นยอดขายให้กับทั้ง Pomelo และแบรนด์พาร์ทเนอร์

โดยเป้าหมายที่ Pomelo จะทำต่อไปคือ ให้ความสำคัญกับศูนย์ผู้ขายแห่งใหม่ (Seller Center), การค้าปลีกที่เชื่อมถึงกัน (Connected Retail) และการทำงานแบบข้ามพรมแดนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในอนาคตจะมีฟีเจอร์ต่างอีกมากมายเพื่อประสบการณ์ของลูกค้าที่ดีขึ้นเรื่อยๆ

ทั้งนี้คุณเดวิด ได้ย้ำด้วยว่าเป้าหมายสูงสุดของ Pomelo ก็คือ การเป็นแพลตฟอร์มแฟชั่นอันดับ 1 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งดูจาก vision ทั้งหมดที่เปิดเผยวันนี้ดูแล้วไม่น่าจะไกลเกินฝัน

 

อ่านบทความทั้งหมด ที่ MarketingOops.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...