โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

จีที-อาร์ ที-สเปค 2 สี...2 อารมณ์

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 09 พ.ย. 2564 เวลา 08.38 น. • เผยแพร่ 09 พ.ย. 2564 เวลา 08.38 น.

เวทีรถใหม่

นิสสัน จีที-อาร์ สีม่วง มิดไนต์เพอร์เพิล และสีเขียว มิลเลนเนียม เจด ที่เปิดตัวในประเทศญี่ปุ่น และพร้อมจำหน่ายในประเทศไทย ถือเป็นซูเปอร์สปอร์ตคาร์สมรรถนะสูง ระดับตำนานของนิสสัน และเป็นรถในฝันของคนรักรถทั่วโลก

ซึ่ง “ฮิโรชิ ทามูระ” หัวหน้าคณะผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์จีที-อาร์, ทาคาชิ คาวากูชิ วิศวกรยานยนต์ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ และ สึโทมุ ยามากูชิ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายออกแบบขั้นสูงของนิสสัน เล่าให้เราฟังเกี่ยวกับความสำคัญของ 2 สีใหม่ และแรงบันดาลใจของการออกแบบที่ทำให้รถยนต์คันนี้พิเศษและตรงใจลูกค้า

 

 

“ยามากูชิ” กล่าวว่า ถ้าเป็นแฟนพันธุ์แท้ของจีที-อาร์ คุณจะจำได้ทันทีว่าสีม่วง มิดไนต์ เพอร์เพิล และสีเขียว มิลเลนเนียม เจด เป็นสีที่ใช้ในจีที-อาร์ รุ่น R33 และรุ่น R34 ในตอนนั้นเราออกแบบสีม่วง มิดไนต์ เพอร์เพิลให้เป็นสีพิเศษสำหรับรุ่น R33 โดยเฉพาะ เพื่อสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของจีที-อาร์ ในตอนนั้นเรายังพัฒนาสีโดยอ้างอิงจากสีเทาและสีน้ำเงิน แต่ทั้งหมดยังขาดความแปลกใหม่

ผมเชื่อเสมอว่าคุณค่าของจีที-อาร์คือการได้รับความยกย่องและเป็นต้นแบบให้รถรุ่นอื่น ๆ ที่อยากเป็นเหมือนจีที-อาร์ การออกแบบในเจเนอเรชั่นแรก ๆ อย่างรุ่นฮาโกซึกะ และเคนเมริ ซึ่งในตอนนั้นสีม่วงยังเป็นสีต้องห้ามสำหรับการออกแบบรถยนต์

การสร้างความโดดเด่นยังสะท้อนให้เห็นถึงความประณีตและเป็นงานที่ท้าทายที่มีความเสี่ยงสูงมาก เพราะมีเรื่องของมุมมองและทัศนคติเข้ามาเกี่ยวข้อง เราจึงไม่สามารถเน้นแต่สีที่ฉูดฉาดเพียงอย่างเดียวได้ จีที-อาร์จึงไม่เคยใช้สีแฟชั่นแต่เลือกเป็นสีที่มีเอกลักษณ์และแตกต่าง ทำให้ยากที่จะเลียนแบบได้ โดยเราต้องลดความสว่างในสีม่วงเพื่อแสดงออกถึงความดุดันและความแข็งแกร่งของตัวรถ สีม่วง มิดไนต์ เพอร์เพิลจึงมีการพัฒนาและมีวิวัฒนาการเป็นม่วง มิดไนต์ เพอร์เพิลแบบใหม่ซึ่งใช้กับรุ่น R34

คาวากูชิกล่าวว่า คุณภาพสีรถยนต์ที่ดีต้องไม่ซีดจางและไม่ลอก ดังนั้น เมื่อเราพัฒนาสีใหม่เราจึงจำเป็นต้องใช้เวลาทดสอบที่ยาวนานเพื่อให้แน่ใจว่าสียังคงสภาพใหม่ โดยที่สภาพอากาศรูปแบบต่าง ๆ จะไม่ส่งผลกระทบต่อสีตัวรถ

ในการพัฒนาสีของจีที-อาร์ R35 รุ่นปี 2022 ได้แรงบันดาลใจมาจากออโรร่าหรือแสงเหนือ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่แสงจากดวงอาทิตย์กระทบกับชั้นบรรยากาศ ทำให้เกิดการเรืองแสงสะท้อนอยู่บนท้องฟ้า ในการพัฒนาครั้งนี้เราจึงเลือกใช้สีมัลติเพล็กซ์และใช้เทคนิคการเคลือบสีซึ่งยากที่จะผลิตซ้ำ

ขณะที่ทามูระกล่าวว่า ภายในของที-สเปคยังมีสิ่งที่โดดเด่นและสามารถดึงความสนใจของคุณได้ถึง 3 อย่างคือ (1) แผงคอนโซลหน้า ที่ใช้วัสดุอัลแคนทาร่า ซึ่งได้รับความชื่นชมอย่างมากจากลูกค้านิสโมที่สามารถลดการสะท้อนของแสง แต่ขณะเดียวกัน ก็ให้ความรู้สึกหรูหรา ดังนั้น เราจึงใช้วัสดุอัลแคนทาร่าบนเบาะนั่งและขอบประตูด้วย (2) วัสดุภายในสีเขียวที่พัฒนาขึ้นใหม่ ซึ่งมีความสอดคล้องลงตัวเข้ากันกับรถคันนี้

(3) บริเวณตรงกลางคอนโซล สัญลักษณ์สีทองสำหรับรุ่นที-สเปค สัญลักษณ์ที่ใช้สีทองที่ด้านหน้าและด้านหลัง

และเมื่อคุณเปิดประตูรถ บนคิ้วบันได คุณจะพบลวดลายสีทอง ซึ่งนี่เป็นอีกเอกลักษณ์หนึ่งของรุ่นที-สเปค เราตั้งใจทำให้มันโดดเด่นด้วยการใช้สีทองเพิ่มในหลาย ๆ จุด อย่างบนฝาครอบเครื่องยนต์และล้ออย่างที่บอก วงล้อสีทองซึ่งผลิตมาจำนวนจำกัด สำหรับสีทองบนฝาครอบเครื่องยนต์เราพัฒนาให้ทนต่ออุณหภูมิและการใช้งานของเครื่องยนต์ที่มีความร้อนสูง ซึ่งแตกต่างจากสีตัวถังรถโดยสิ้นเชิง ดังนั้น เราจึงมีอีกความท้าทายในการพัฒนาสีทองนี้เพิ่มขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับการเป็นรถรุ่นที-สเปคทั้งหมด

จีที-อาร์ ที-สเปค เป็นรุ่นพิเศษที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในญี่ปุ่นเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีการปรับปรุงสมรรถนะและดีไซน์ด้วยเบรกคาร์บอนเซรามิก สปอยเลอร์หลังแบบคาร์บอนไฟเบอร์ ฝาครอบเครื่องยนต์พิเศษสำหรับรุ่นลิมิเต็ด เอดิชั่น และตราสัญลักษณ์รุ่นที-สเปค ลิมิเต็ด เอดิชั่น ที่ด้านหน้าและด้านหลัง

ล้ออัลลอยฟอร์จจาก RAYSสีบรอนซ์ ขนาด 20 นิ้ว และสีตัวถังใหม่ 2 สี ได้แก่ สีม่วง มิดไนต์ เพอร์เพิล และสีเขียว มิลเลนเนียม เจด ควบคู่ไปกับสีหลักอื่น ๆ อีก 4 สี ภายในตกแต่งเฉพาะด้วยสีเขียว โมริ กรีน และมีเบาะนั่งหุ้มด้วยหนังกลับ ภายในหลังคาใช้วัสดุอัลแคนทาร่า และสัญลักษณ์ที-สเปคบริเวณคอนโซล

สมรรถนะของจีที-อาร์ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์แบบ V6 24 วาล์ว ขนาด 3.8 ลิตร ทวินเทอร์โบชาร์จ เครื่องยนต์ทุกเครื่องประกอบด้วยมือจากช่างเทคนิคระดับสูงสุดของจีที-อาร์ หรือ “ทาคูมิ” มอบความประณีตและสมรรถนะอันทรงพลัง ให้พละกำลังสูงสุด 555 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 632 นิวตันเมตร กำลังของเครื่องยนต์ถูกส่งไปยังล้อทั้งสี่ล้อผ่านชุดเพลาส่งกำลังขับเคลื่อนในระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...