โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

DREIT ชี้อัตราการเข้าพัก “ดุสิตธานี มัลดีฟส์” ฟื้นตัว 80% หนุนกำไรสุทธิงวด 9 เดือนโต 27%

Moneyclub

เผยแพร่ 23 พ.ย. 2564 เวลา 05.14 น. • Money Club Asia

ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดุสิตธานี (“DREIT” หรือ “กองทรัสต์”) ประกาศผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนปี 2564 เผยมีรายได้รวมกว่า 331.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 321.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% จากระยะเวลาเดียวกันของปีที่แล้วที่มีกำไรสุทธิ 252.38 ล้านบาท ระบุปัจจัยสำคัญมาจากผลการดำเนินงานของโครงการโรงแรมดุสิตธานี มัลดีฟส์ หลังจากการท่องเที่ยวกลับมาฟื้นตัว ทำให้อัตราการเข้าพักสูงขึ้น ขณะเดียวกัน กองทรัสต์ยังสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้ใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้บริหารทรัพย์สินของกองทรัสต์ (Hotel Operator) เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กลุ่มดุสิตธานีได้ปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็นแผนการตลาด รวมถึงการปรับโครงสร้างค่าใช้จ่ายและการควบคุมต้นทุน และที่สำคัญที่สุดคือการกำหนดนโยบายด้านความปลอดภัยด้านสุขภาพที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่แขกผู้เข้าพัก

ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวทำให้โรงแรมมีความพร้อมที่จะเปิดให้บริการแก่ลูกค้า เช่น ในประเทศสาธารณรัฐมัลดีฟส์ที่ภายหลังจากเปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ ทำให้ปัจจุบันโรงแรมดุสิตธานี มัลดีฟส์ มีอัตราการเข้าพักอยู่ที่ระดับ 70-80% ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการกลับมาฟื้นตัวของการท่องเที่ยวอย่างชัดเจนหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดมีแนวโน้มคงที่มากขึ้น  ขณะที่โรงแรมในประเทศไทย ก็มีแนวโน้มผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น โดยเฉพาะโรงแรมในจังหวัดภูเก็ตซึ่งมีโครงการนำร่องภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์ ในช่วงไตรมาสที่ 3 ปี 2564 โดยมีอัตราการเข้าพักอยู่ที่ประมาณ 40%

ทางด้าน นายสานต่อ มุทธสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดุสิตธานี พร็อพเพอร์ตี้ส์ รีท จำกัด ผู้จัดการกองทรัสต์ (REIT Manager) ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดุสิตธานี (DREIT) กล่าวว่า การบริหารจัดการกองทรัสต์ฯ ในช่วงที่ผ่านมา ผู้จัดการกองทรัสต์เน้นบริหารจัดการแบบเชิงรุก (Active)  โดยกระจายความเสี่ยงในการลงทุนไปยังทรัพย์สินในต่างประเทศ ทำให้ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการที่โรงแรมในต่างประเทศมีผลการดำเนินงานฟื้นตัวเร็วขึ้น

นอกจากนี้ ในอนาคตกองทรัสต์ฯ จะยังคงมีนโยบายที่จะลงทุนเพิ่มเติมโดยจะเน้นลงทุนในทรัพย์สินที่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของเศรษฐกิจไม่มาก รวมถึงมีนโยบายที่จะเพิ่มประสิทธิภาพของทรัพย์สินที่มีอยู่ (Asset Optimization) การบริหารจัดการทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด (Asset Rationalization) และ/หรือ การรับรู้รายได้จากการบริหารจัดการเงินลงทุน (Gain from Sales of investment) เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ ซึ่งจากแนวโน้มในปัจจุบันคาดว่ากองทรัสต์ฯ จะยังคงสามารถรักษาระดับการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนสำหรับผลการดำเนินงานปี 2564 ทั้งในรูปเงินส่วนแบ่งกำไรและ/หรือเงินลดทุน ให้แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ได้ไม่น้อยกว่าปีก่อนหน้า

ทั้งนี้ ฐานะทางการเงินของกองทรัสต์ฯ ยังคงมีความเข้มแข็ง แม้จะต้องเผชิญกับปัจจัยท้าทายจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยมีเงินกู้ยืมในระดับที่ต่ำ และมีความสามารถในการชำระหนี้ในระดับที่ดี  และปัจจุบันกองทรัสต์ฯ มีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อสินทรัพย์รวมอยู่เพียง 22% โดยมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อกำไรก่อนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย ดอกเบี้ย และภาษีเงินได้ (Debt to EBTIDA Ratio) อยู่ที่ 4.42 เท่า

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง : DUSITผลงาน Q3 ขาดทุนลดลง มองธุรกิจโรงแรมกระเตื้อง-ปรับกลยุทธ์ รับเทรนด์ท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...