โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมบังคับคดีสั่งระงับห้ามขายบ้านคุณยายวัย73ปีถูกยึดบ้านขายทอดตลาดผิดคนแล้ว!(คลิป)

77kaoded

เผยแพร่ 23 พ.ย. 2564 เวลา 06.39 น. • 77 ข่าวเด็ด

ชัยภูมิ – หลังมีเพียงชื่อนามสุกลในครอบครัวของคุณยายไปเหมือนกันกับคนเป็นหนี้เงินกู้ที่มีชื่อนามสกุลเหมือนกันเท่านั้น แต่หลักฐานเลขบัตรประชาชนบ้านเลขที่และมีที่อยู่ไม่ตรงกับคนที่มีชื่อเป็นหนี้เงินกู้ถูกยึดบ้านไปอยู่คนละหมู่บ้านกัน แจงแล้ว! หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางอำเภอเผยล่าสุดด้านกรมบังคับคดีหน่วยงานเกี่ยวข้อง แจงให้กรมบังคับคดีและฝ่ายทนายโจทก์นายทุนปล่อยเงินกู้ที่ยื่นฟ้องยึดบ้านประกาศขายทอดตลาดผิดคนผิดหลังของคุณยายวัย 73 ปี ให้มีการสั่งระงับห้ามขายทอดตลาดไว้ก่อนแล้ว พร้อมให้เร่งออกมาแสดงความรับผิดชอบถอนฟ้องต่อคุณยายที่ถูกฟ้องผิดคน เพื่อคืนความเป็นธรรมให้คุณยายวัย 73 ปี โดยเร็วต่อไปแล้ว!

( 23 พ.ย.64 )  หลังกรณีผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งเรื่องราวขอความเป็นธรรมของชาวบ้านในพื้นที่ ต.สระพัง จากนายประดิษฐ์  พงษ์สระพัง กำนันตำบลสระพัง อ.บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ ในกรณีที่มียายชราขาพิการอายุกว่า 73 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28 ม.1 บ้านสระพัง ต.สระพัง อ.บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ เมื่อวันที่ 19 พ.ย.64 ที่ผ่านมา ได้มีบุคคลนำหมาย-เอกสาร-โฉนดที่ดิน มาแสดงตนว่าเป็นเจ้าของบ้าน-ที่ดินรายใหม่หลังได้ซื้อจากการประมูลจาก ยึดบ้านบนที่ดินของยายเองเพื่อนำไปขายทอดตลาดของกรมบังคับคดีแล้ว พร้อมให้คุณยายและครอบครัวย้ายออกจากบ้านตัวเองในไม่เกินเดือนธันวาคม ปี 2564 นี้  ส่งผลให้ครอบครัวยายชราที่ปัจจุบันอาศัยอยู่ด้วยกันทั้งหมด 7 คนในบ้านของตัวเองหลังดังกล่าวแทบช็อกกันทั้งบ้านว่าไม่เคยนำโฉนดที่ดินบ้านไปกู้หนี้ยืมสินใครเลย และมาเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นกับครอบครัวตังเองมาได้อย่างไร เพื่อขอความเป็นธรรมต่อกรณีที่เกิดขึ้นในครั้งนี้โดยเร็วด้วย

ซึ่งทางด้านคุณยายวัย 73 ปี และญาติ รวมทั้ง นายประดิษฐ์   พงษ์สระพัง กำนันตำบลสระพัง หลังทราบเรื่อง ก็มีการพบข้อสังเกตในเบื้องต้นว่าน่าจะมีการตรวจสอบข้อมูลหรือยึดทรัพย์ผิดคนในครั้งนี้เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งจากการตรวจสอบเอกสารและข้อมูลพบว่าได้มีบุคคลที่ชื่อนางสำลี ทองดี อายุประมาณ 59 ปี ที่มีชื่อนามสุกลเหมือนกันกับคุณยายวัย 73 ปีอีกราย  แต่มีสำเนาทะเบียนบ้านอยู่ที่ ม.2 บ.หนองไผ่ ต.สระพัง อ.บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ มีคู่สมรสคือนายถนอม  ทองดี ก็ไปตรงกับชื่อสามีคุณตาสามีของคุณยายวัย 73 ปี อีกด้วย ซึ่งมีเพียงชื่อสุกุลเหมือนกันเท่านั้น แต่เป็นคนละคนกันและมีบ้านก็อยู่ต่างหมู่บ้านกัน  และทราบว่าชาวบ้านที่มีชื่อเหมือนกันในหมู่ 2 ของตำบลสระพัง  โดยเมื่อปี 2549 ได้ไปยืมเงินนายทุนเพื่อมาทำไร่อ้อยอยู่ที่ อ.คอนสาร มาจำนวนประมาณ 30,000 บาท เพื่อไปทำไร่อ้อย ก่อนจะใช้หนี้คืนนายทุนไปได้เพียง 10,000 บาท และไม่ได้ใช้หนี้อีกเลยมานานกว่า 15 ปี และได้ย้ายไปทำงานที่ต่างจังหวัดกว่า 20 ปีแล้ว ซึ่งเป็นบุคคลที่เป็นหนี้ที่ควรถูกฟ้องยึดบ้านตัวจริง เป็นคนละคนกับคุณยายวัย 73 ปี ชาวบ้านที่หมู่ 1 ของ ต.สระพัง ในครั้งนี้

และล่าสุดได้พาคุณยายพร้อมครอบครัว ไปขอความเป็นธรรมติดต่อขอคัดคำร้องต่อที่ศาลจังหวัดภูเขียว และสำนักงานบังคับคดีจังหวัดชัยภูมิ สาขาภูเขียว รวมทั้งศูนย์ดำรงธรรมอำเภอบ้านแท่น สำนักงานอัยการ โดยสรุปว่าได้มีการตรวจสอบแล้ว พบว่ามีข้อมูลผิดพลาด ที่คุณยายวัย 73 ปีไปมีชื่อนามสกุลไปเหมือนกันกับคนที่เป็นหนี้เท่านั้น แต่หลักฐานเลขบัตรประชาชน เลขที่บ้าน และชื่อหมู่บ้านก็เป็นคนละหมู่บ้านกัน จึงให้มีการระงับการซื้อขายพื้นที่บ้านดังกล่าวของคุณยายทั้งหมดไว้แล้ว เนื่องจากมีคุณยายเป็นผู้มาร้องเรียนขอความเป็นธรรม และจะทำหนังสือเพื่อเชิญทนายความ ซึ่งทำเอกสาร ส่งฟ้องศาลและ กรมบังคับคดียึดทรัพย์ดังกล่าวมาเพื่อเจรจาให้มีการรับผิดชอบเพื่อถอนฟ้องคุณยายวัย 73 ปี ที่ถูกฟ้องยึดบ้านผิดคนโดยเร็วต่อไปแล้ว ซึ่งล่าสุดเองทางหน่วยงานทางศูนย์ดำรงธรรมอำเภอบ้านแท่น ได้ตรวจสอบว่ากรณีที่เกิดขึ้นทนายที่ยื่นฟ้องยึดบ้านขายผิดคนในครั้งนี้ได้มีการถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต จาการเป็นทนายความไปแล้ว

โดยล่าสุดด้านนายพีระพงษ์  วิกุญชร เจ้าหน้าที่ฝ่ายศูนย์ดำรงธรรมอำเภอบ้านแท่น กล่าวว่า ล่าสุดทางศูนย์ดำรงธรรมได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายประดิษฐ์  พงษ์สระพัง กำนันตำบลสระพังที่เป็นตัวแทนชาวบ้านที่เดือดร้อนในกรณีที่เกิดขึ้น และได้สอบถามกับคุณยายสำลีว่าก่อนหน้านี้ได้รับทราบหรือได้รับหมายศาลในตลอดระยะเวลา 10 ปี ที่ผ่านหรือไม่ ทางคุณยายสำลีและครอบครัวทุกคน ก็ยืนยันว่าไม่เคยได้รับหมายศาลมาที่บ้านเลย แต่เพิ่งจะมาได้รับตอนเกิดเรื่องว่าถูกฟ้องยึดบ้านที่ดินไปขายทอดตลาดเมื่อวันที่ 19 พ.ย.64 นี้ไม่กี่วันมานี้เองเท่านั้น เพราะคุณยายสำลี วัย 73 ปี เองไม่ได้เอาโฉนดไปจำนองหรือนำไปดำเนินการทำธุรกรรมกู้ยืมเงินอะไรกับใครที่ผ่านมาตลอดหลายสิบปีเลย

และทางศูนย์ดำรงธรรมได้มีการปรึกษากับทนายความที่ทำงานร่วมกันและทนายความของโจทก์ที่ยื่นเรื่องร้องเรียนยึดที่ดินก็ได้ทราบว่าทนายที่เป็นฝ่ายโจทย์ยื่นฟ้องคุณบ้านคุณยายวัย 73 ปี ผิดคนผิดหลังครั้งนี้มีการถูกเพิกถอนใบอนุญาตการเป็นทนายไปนานแล้ว ซึ่งจากนี้ไปทางศูนย์ดำรงธรรมอำเภอบ้านแท่น ก็ได้ประสานกับทางทายาทของเจ้าหนี้(นายทุน)เพื่อที่จะได้เร่งไปยื่นดำเนินการถอนฟ้องคุณยายผิดคนที่กองบังคับคดีเพื่อคืนความเป็นธรรมให้คุณยายวัย 73 ปีโดยเร็วต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...