โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“กรุงศรี” กำไร 9 เดือนโต 3.9% สินเชื่อรายใหญ่พุ่ง 6.5% สวนทาง SME–รายย่อยหดตัว

Manager Online

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

กรุงศรีเผยกำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 25,572 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.9% แม้เผชิญภาวะดอกเบี้ยต่ำ ได้แรงหนุนจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่เติบโต 6.5% และสินเชื่ออาเซียนขยายตัว 7.7% ขณะที่สินเชื่อ SME และรายย่อยในประเทศยังหดตัว สะท้อนความแตกต่างของการเติบโตระหว่างกลุ่มลูกค้า ด้านส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิปรับดีขึ้น หนี้เสียลดลง พร้อมประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2569 เติบโต 2.1% ท่ามกลางความเสี่ยงจากน้ำท่วมและกำลังซื้อครัวเรือนที่ยังเปราะบาง

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ หรือกรุงศรี กรุ๊ป รายงานผลประกอบการช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 มีกำไรสุทธิ 25,572 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 960 ล้านบาท หรือ 3.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ธุรกิจธนาคารจะดำเนินงานท่ามกลางภาวะอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำและตลาดสินเชื่อที่ยังเผชิญความท้าทาย

ปัจจัยสนับสนุนกำไรหลักมาจากการขยายตัวของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และสินเชื่อในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงการรับรู้ผลการดำเนินงานของพอร์ตสินเชื่อ TIDLOR การเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ ตลอดจนการบริหารต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาการเติบโตของสินเชื่อแต่ละกลุ่ม พบว่ามีทิศทางแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยสินเชื่อรวม ณ สิ้นเดือนกันยายน 2569 อยู่ที่ 1.94 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 0.8% หรือ 15,382 ล้านบาท จากสิ้นปี 2568

การขยายตัวดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากสินเชื่อลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ที่เติบโต 6.5% และสินเชื่อในภูมิภาคอาเซียนที่เติบโต 7.7% ขณะที่สินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) และสินเชื่อรายย่อยในประเทศยังคงหดตัว ส่งผลให้การเติบโตของสินเชื่อรวมอยู่ในระดับจำกัด

ภาพดังกล่าวสะท้อนว่าการขยายสินเชื่อของกรุงศรีในช่วง 9 เดือนแรกยังพึ่งพากลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่และธุรกิจในต่างประเทศเป็นสำคัญ ขณะที่กลุ่ม SME และรายย่อยในประเทศยังไม่สามารถกลับมาเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตของสินเชื่อได้ โดยธนาคารยังคงดำเนินกลยุทธ์เน้นการเติบโตของสินเชื่ออย่างมีคุณภาพ

ในด้านความสามารถในการทำกำไรจากธุรกิจดอกเบี้ย กรุงศรีมีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Margin: NIM) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 4.58% จาก 4.28% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 หรือเพิ่มขึ้น 0.30 จุดเปอร์เซ็นต์

การปรับตัวดีขึ้นของ NIM ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการรับรู้ผลการดำเนินงานของพอร์ตสินเชื่อ TIDLOR ซึ่งมีอัตราผลตอบแทนสูงขึ้น รวมถึงการบริหารโครงสร้างเงินฝาก เงินกู้ยืม และสภาพคล่อง เพื่อลดต้นทุนทางการเงินท่ามกลางทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ

ขณะที่เงินรับฝากรวมอยู่ที่ 1.71 ล้านล้านบาท ลดลง 29,380 ล้านบาท หรือ 1.7% จากสิ้นปี 2568 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของเงินฝากประจำ ซึ่งถูกชดเชยบางส่วนด้วยการเพิ่มขึ้นของเงินฝากออมทรัพย์ สอดคล้องกับกลยุทธ์ปรับโครงสร้างเงินทุนเพื่อลดต้นทุนทางการเงินของธนาคาร

สำหรับรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 1,444 ล้านบาท หรือ 3.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากฐานรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ ขณะที่อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost to Income Ratio) ปรับลดลงมาอยู่ที่ 45.6% จาก 46.4% สะท้อนการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ดีขึ้น

ด้านคุณภาพสินทรัพย์ อัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Ratio) ลดลงมาอยู่ที่ 3.19% จาก 3.26% ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 ขณะที่สัดส่วนการตั้งสำรองต่อสินเชื่อรวมอยู่ที่ 231 เบสิสพอยท์ และอัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage Ratio) ปรับดีขึ้นมาอยู่ที่ 143.1%

ส่วนฐานะเงินกองทุนยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง โดย ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 กรุงศรีมีสินทรัพย์รวม 2.62 ล้านล้านบาท เงินกองทุนของธนาคาร 339,510 ล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง 20.46% เทียบกับ 20.69% ณ สิ้นปี 2568 และมีอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของอยู่ที่ 16.23%

นายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 สะท้อนความสามารถของกรุงศรี กรุ๊ป ในการรักษาการเติบโตท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการขยายตัวของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ในประเทศ ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของธุรกิจ

“การเติบโตของธุรกิจในประเทศได้รับการขับเคลื่อนหลักจากกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่เป็นสำคัญ ซึ่งสะท้อนถึงกิจกรรมการลงทุนที่ยังคงเดินหน้าในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและภาคธุรกิจที่มีศักยภาพการเติบโตสูง”

นายเคนอิจิกล่าวว่า สินเชื่อในภูมิภาคอาเซียนยังเติบโตต่อเนื่อง สะท้อนความแข็งแกร่งของเครือข่ายธุรกิจกรุงศรีที่ครอบคลุมหลายประเทศ และมีส่วนสำคัญต่อการสนับสนุนผลประกอบการโดยรวมของกลุ่ม

สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้า นายเคนอิจิประเมินว่า เศรษฐกิจมีแนวโน้มทยอยฟื้นตัว โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการลงทุนภาคเอกชน การส่งออกที่ขยายตัวตามวัฏจักรขาขึ้นของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี และมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ

อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย และกำลังซื้อภาคครัวเรือนที่ยังเปราะบาง ซึ่งอาจเป็นปัจจัยฉุดรั้งการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ กรุงศรีคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยปี 2569 จะขยายตัว 2.1% โดยมีการลงทุนและความต้องการสินค้าจากต่างประเทศเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ขณะที่การเติบโตของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และอาเซียนยังมีบทบาทต่อผลประกอบการของธนาคาร ท่ามกลางสินเชื่อ SME และรายย่อยในประเทศที่ยังหดตัว

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...