โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ดร.ยศชนัน ชู “New Growth Engine” มุ่งวิจัย Deep Tech สู่ธุรกิจ

หุ้นวิชั่น

อัพเดต 21 ตุลาคม 2569 เวลา 19.53 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้น

หุ้นวิชั่น – สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) ร่วมกับ มูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงาน “OUTSTANDING TECHNOLOGIST AWARDS & TECHINNO FORUM 2026” ภายใต้แนวคิด "Unfinished Business" เพื่อทบทวนและแก้ไขโจทย์สำคัญที่ยังค้างคาในระบบนิเวศนวัตกรรมของไทย
มุ่งเชื่อมโยงงานวิจัยและเทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech) สู่การสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์ และการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญา (IP) เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน โดยมีนักเทคโนโลยี นักวิจัย รวมถึงผู้ที่ได้รับรางวัล และแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ ห้องออดิทอเรียม C esean รัชดา กรุงเทพฯ

ภายในงานได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มาร่วมแสดงความยินดี พร้อมกล่าวถึงเรื่อง "Unfinished Business" ว่า “ประเทศไทยจำเป็นต้องสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ (New Growth Engine) ที่มีเทคโนโลยีและทรัพย์สินทางปัญญาเป็นของตนเอง
โดยมุ่งพัฒนางานวิจัยเชิงลึก (Deep Tech) ให้สามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ สร้างงานมูลค่าสูง ดึงดูดการลงทุน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ทั้งนี้ การขับเคลื่อนดังกล่าวต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อเชื่อมโยงความเป็นเลิศของนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญแต่ละบุคคลให้กลายเป็นพลังในการพัฒนาประเทศ พร้อมสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คนรุ่นใหม่สามารถสร้างอนาคตและเติบโตได้ในประเทศไทย และนำพาประเทศก้าวสู่การเป็นประเทศรายได้สูงอย่างยั่งยืน ซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันสานต่อให้สำเร็จ”

ในด้าน คุณธีรนันท์ ศรีหงส์ ประธาน สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) ได้กล่าวถึงแนวคิด ‘Unfinished Business’ ว่า “ในครั้งนี้สะท้อนถึงภารกิจสำคัญที่ TMA และภาคีเครือข่ายร่วมกันขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปี เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย แม้ปัจจุบันประเทศไทยจะมีพัฒนาการด้านการลงทุนวิจัยและพัฒนา (R&D) และมีบุคลากรที่สำเร็จการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ในระดับสูง แต่ผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของ IMD ยังคงชี้ให้เห็นถึงความท้าทายด้านโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยเฉพาะช่องว่างระหว่างศักยภาพของบุคลากรกับการต่อยอดงานวิจัยไปสู่สิทธิบัตรและการใช้ประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาสำคัญไม่ได้อยู่ที่การขาดแคลนบุคลากรที่มีความสามารถเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงระบบนิเวศที่ต้องเอื้อต่อการพัฒนางานวิจัยให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม

การแก้ไขโจทย์นี้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา (Triple Helix) เพื่อร่วมกันพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ยกระดับคุณภาพการศึกษา สนับสนุนการวิจัยและพัฒนา ตลอดจนสร้างกลไกที่ช่วยให้องค์ความรู้และเทคโนโลยีสามารถต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้จริง เพราะเป้าหมายไม่ใช่เพียงการทำให้อันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยดีขึ้น แต่คือการสร้างระบบนิเวศที่ทำให้ศักยภาพของคนไทยสามารถพัฒนาเป็นนวัตกรรมและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นภารกิจที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันสานต่อให้สำเร็จ”

สำหรับดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ชี้ให้เห็นถึงข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของระบบนวัตกรรมไทย ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้งานวิจัยจำนวนหนึ่งไม่สามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้ โดยกล่าวว่า “ความท้าทายสำคัญของประเทศไทยไม่ได้อยู่ที่การขาดศักยภาพด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การพัฒนาระบบนิเวศที่เชื่อมโยงการศึกษา งานวิจัย ภาคอุตสาหกรรม แหล่งทุน และตลาดเข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ ผลการจัดอันดับ Global Innovation Index สะท้อนให้เห็นว่า ไทยยังมีข้อจำกัดด้านการสนับสนุนจากภาครัฐและโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนการผลักดันนวัตกรรมให้เกิดธุรกิจที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech) ซึ่งต้องอาศัยเงินลงทุนสูง ระยะเวลาในการพัฒนาที่ยาวนาน และการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

การแก้ไขโจทย์นี้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ควบคู่กับการพัฒนากลไกสนับสนุนเงินทุนในช่วงรอยต่อที่สำคัญ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและดึงดูดให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนมากขึ้น NIA จึงปรับบทบาทจากการเป็นผู้ให้ทุนสู่การเป็นผู้ร่วมลงทุน (Co-investor) พร้อมผลักดันกลไกทางการเงินและการใช้บัญชีนวัตกรรมไทยเป็นตลาดเริ่มต้น เพื่อเชื่อมโยงงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ เป้าหมายคือการเปลี่ยนศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของไทยให้เป็นธุรกิจนวัตกรรมที่เติบโตได้จริง สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว”

นอกจากนี้ ภายในงานยังอัดแน่นไปด้วยกิจกรรมไฮไลต์สำคัญที่ครอบคลุมมิติการเชิดชูเกียรติ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการต่อยอดทางธุรกิจอย่างครบวงจร ได้แก่ พิธีประกาศผลรางวัลนักเทคโนโลยีดีเด่น และนักเทคโนโลยีรุ่นใหม่ ประจำปี 2569 (Award Ceremony) ซึ่งได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน ประธานมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานในพิธีประกาศผล และกล่าวแสดงความยินดี เพื่อร่วมเชิดชูเกียรติ ยกย่องผลงานที่สร้างผลกระทบเชิงบวกให้แก่ประเทศ พร้อมทั้งสร้างแรงบันดาลใจและผลักดันบุคลากรด้านเทคโนโลยีรุ่นใหม่ของไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล

พร้อมกันนี้ ภายในงานยังจัดให้มี การเสวนาเชิงลึก (Panel Discussions) โดยผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลาย
ภาคส่วน เพื่อเจาะลึก 3 ประเด็นยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่:

  • The Successful Commercialization How to: เจาะลึกกรณีศึกษาความสำเร็จของการผลักดันงานวิจัยและเทคโนโลยีออกจากห้องทดลองสู่การเป็นสินค้าและบริการในตลาดจริง
  • Think IP, Think Future: การวางกลยุทธ์และแนวทางการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อปกป้อง เสริมสร้างมูลค่า และต่อยอดนวัตกรรมสู่ความยั่งยืน
  • How AI is Transforming Innovation: บทบาทของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในฐานะตัวเร่งการเปลี่ยนผ่านและปลดล็อกศักยภาพใหม่ๆ ในการสร้างสรรค์นวัตกรรม

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมี เวที Technology Talk ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญในการถ่ายทอดประสบการณ์จริงจากผู้ได้รับรางวัล ในการออกแบบนวัตกรรมเชิงลึกเพื่อแก้โจทย์ความท้าทายทางธุรกิจ พร้อมด้วย TechInno Mart โซนจัดแสดงผลงานนวัตกรรมและเทคโนโลยีพร้อมใช้ จากทั้งภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการเจรจาจับคู่ธุรกิจ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ และการต่อยอดนวัตกรรมสู่เชิงพาณิชย์ได้อย่างแท้จริง

งาน OUTSTANDING TECHNOLOGIST AWARDS & TECHINNO FORUM 2026 ในครั้งนี้ จึงนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการผนึกกำลัง สานพลังเชื่อมโยงองค์ความรู้ งานวิจัย และเทคโนโลยีเชิงลึก เข้ากับภาคธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อร่วมกันปลดล็อกทุกอุปสรรค ทลายข้อจำกัด และขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม (Innovation-Driven Economy) ที่เติบโตอย่างเข้มแข็ง มั่นคง และยั่งยืนบนเวทีโลก

สามารถติดตามกิจกรรมดี ๆ พร้อมข่าวสารได้ที่เว็บไซต์: TMA , Facebook: TMA-Thailand Management Association , Instagram: TMAThailand หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ โทร. 02 319 7677 ต่อ 122

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...