สมัชชาคนจน เดินขบวนกดดัน IMF–World Bank ทวงคืน ‘อธิปไตยทางอาหาร’
วันที่ 16 ตุลาคม 2569 ซึ่งตรงกับ 'วันอาหารโลก' ของสหประชาชาติ (UN) กลุ่มสมัชชาคนจน นำโดย นายบารมี ชัยรัตน์ แกนนำ ร่วมกับสมาชิกขบวนการชาวนาสากล 'ลาเวียคัมเปซินา' (La Via Campesina) แรงงาน และคนจนเมืองกว่า 500 คน ได้รวมตัวเคลื่อนขบวนจากสวนลุมพินี มุ่งหน้าไปยังศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อกดดันการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026) โดยมีเป้าหมายหลักในการโต้กลับทุนนิยมข้ามชาติ และทวงคืนอธิปไตยทางอาหารให้แก่ประชาชน
เจาะลึก 6 ข้อเรียกร้องหลักของผู้ประท้วง
กลุ่มสมัชชาคนจนและเครือข่าย ได้ประกาศข้อเรียกร้องหมุดหมายใหม่จำนวน 6 ประการ เพื่อยื่นต่อธนาคารโลกและ IMF โดยเน้นย้ำการหยุดยั้งกับดักหนี้ บั่นทอนทุนนิยมข้ามชาติ และคืนสิทธิในการกำหนดระบบอาหารให้แก่ประชาชน ดังนี้:
- ยกเลิกหนี้ของประเทศรายได้ต่ำและปานกลางที่เผชิญวิกฤตหนี้สิน
- เปิดให้ประชาชนตรวจสอบหนี้ต่างประเทศ ที่รัฐบาลไปก่อไว้
- ยุติการอุดหนุนบรรษัทใหญ่ แล้วนำงบมาสนับสนุนระบบเกษตรนิเวศ
- เพิ่มรายได้รัฐด้วยภาษีบรรษัทและภาษีความมั่งคั่ง แบบก้าวหน้า
- ปฏิรูปธนาคารกลางให้เป็นประชาธิปไตย โปร่งใส และรับผิดชอบต่อประชาชน
- ยึดประชาชนและโลกเป็นหัวใจหลัก ในการพัฒนานโยบายเศรษฐกิจ
ตรึงกำลังเข้มงวดห้ามเข้าใกล้พื้นที่ประชุม
การเคลื่อนขบวนครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมๆ กับที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางไปเป็นประธานเปิดการประชุม IMF-World Bank 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ขณะเดียวกันในพื้นที่ใกล้เคียงบริเวณแยกพระรามที่ 4 ยังมีกลุ่ม P-Move และเครือข่าย กป.อพช. อีกกว่า 300 คน ปักหลักชุมนุมค้างแรมมาตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม
อย่างไรก็ตาม ทางการได้ประกาศให้พื้นที่ศูนย์ฯ สิริกิติ์และบริเวณโดยรอบเป็นเขตห้ามชุมนุมตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) ตั้งแนวตรึงกำลังอย่างเข้มงวดทุกช่องทาง ทำให้โอกาสที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะยื่นหนังสือถึงมือนายกรัฐมนตรีโดยตรง เป็นไปได้ยาก