“วิกฤตฮอร์มุซ” ยืดเยื้อ เรือผ่านช่องแคบเหลือ 12 ลำ เซ่นพิษความขัดแย้ง
เรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังซบเซา จากระดับปกติ 125 ลำต่อวันก่อนสงคราม ขณะที่ซาอุฯ เร่งส่งออกน้ำมันเดือน ก.ย.กลับมาเหนือ 4 ล้านบาร์เรลต่อวัน
วันที่ 21 กันยายน 2569 เวลา 13.43 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า การสัญจรของเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงอยู่ในระดับต่ำ ท่ามกลางความตึงเครียดในอ่าวเปอร์เซียและภาวะชะงักงันระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน โดยข้อมูลการเดินเรือระบุว่า ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีเรือขนส่งสินค้าเพียง 12 ลำที่สามารถติดตามได้เดินทางผ่านช่องแคบ ลดลงจาก 35 ลำในช่วงสุดสัปดาห์ก่อนหน้า
ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญของตลาดพลังงานโลก โดยก่อนเกิดสงคราม เส้นทางดังกล่าวรองรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ราว 1 ใน 5 ของโลก อย่างไรก็ตามปริมาณเรือที่สามารถติดตามได้ลดลงอย่างมาก แม้ผู้ผลิตน้ำมันในตะวันออกกลางยังคงส่งออกน้ำมันผ่านเส้นทางดังกล่าว โดยเรือบรรทุกน้ำมันบางส่วนปิดระบบส่งสัญญาณระบุตำแหน่ง
ข้อมูลเบื้องต้นจาก Kpler ระบุว่า เมื่อวันอาทิตย์ มีเรือ 4 ลำออกจากช่องแคบฮอร์มุซ ประกอบด้วยเรือบรรทุกผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป 2 ลำ และเรือเปล่าสำหรับสินค้าเทกองและก๊าซอีก 2 ลำ ขณะที่มีเรือบรรทุกน้ำมันขนาดเล็ก 2 ลำเดินทางเข้าสู่อ่าวเปอร์เซีย
ส่วนวันเสาร์ มีเรือ 5 ลำเดินทางออกจากอ่าวเปอร์เซีย โดยบรรทุกสินค้าเกษตร ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) และปุ๋ย ขณะที่มีเรือบรรทุกก๊าซขนาดใหญ่มากที่ยังไม่มีสินค้าเดินทางเข้าสู่อ่าว
ตัวเลขดังกล่าวแตกต่างอย่างมากจากช่วงก่อนสงครามระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่านเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ซึ่งโดยปกติช่องแคบฮอร์มุซรองรับเรือพาณิชย์ขนาดใหญ่ประมาณ 125 ลำต่อวัน ทั้งเรือบรรทุกน้ำมัน เรือบรรทุกก๊าซ เรือสินค้าเทกอง และเรือคอนเทนเนอร์
ขณะเดียวกันการส่งออกน้ำมันดิบของซาอุดีอาระเบียเริ่มฟื้นตัว หลังเหตุโจมตีของกลุ่มฮูตีต่อท่อส่งน้ำมัน East-West ของ Saudi Aramco ทำให้บริษัทต้องเพิ่มการส่งออกผ่านช่องแคบฮอร์มุซในเดือน ก.ย.และ ต.ค. หลังระงับการขนส่งบางส่วนผ่านเมืองยานบู
ข้อมูลเบื้องต้นจาก Kpler ระบุว่า การส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียฟื้นขึ้นมาอยู่ที่มากกว่า 4 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนก.ย. หลังลดลงเหลือเพียง 2.4 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน ส.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2556 เป็นอย่างน้อย
ในสัปดาห์ของวันที่ 13 ก.ย. มีเรือบรรทุกน้ำมันรวม 18 ลำ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่มาก (VLCC) ขนส่งน้ำมันดิบรวมประมาณ 34 ล้านบาร์เรลออกจากช่องแคบฮอร์มุซ โดยซาอุดีอาระเบียมีสัดส่วนประมาณครึ่งหนึ่งของการส่งออกทั้งหมด ส่วนอิรักคิดเป็น 35%
นักวิเคราะห์ของ JPMorgan ระบุว่า กระแสการขนส่งน้ำมันจากตะวันออกกลางยังคงแข็งแกร่งกว่าที่คาด แม้เส้นทางท่อส่งน้ำมัน East-West ของซาอุดีอาระเบียจะได้รับผลกระทบ โดยปริมาณการขนส่งน้ำมันรวมเฉลี่ยในช่วง 10 วันที่ผ่านมาอยู่ที่ 17.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปี 2568 ราว 6.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน
การเปลี่ยนแปลงที่เด่นชัดที่สุดมาจากซาอุดีอาระเบีย โดยข้อมูลดาวเทียมบ่งชี้ว่า ปริมาณน้ำมันซาอุฯ ที่ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 2.9 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วง 6 วันที่ผ่านมา จากเพียง 700,000 บาร์เรลต่อวันในเดือน ส.ค.
อ้างอิง : www.reuters.com