แพทย์เตือน 4 อาการ ผิดปกติหลังตื่นนอนตอนเช้า เป็นสัญญาณเตือนเสี่ยงมะเร็งปอดระยะแรก
เว็บไซต์ SOHA รายงานคำเตือนทางการแพทย์ระบุว่า ช่วงเวลาหลังตื่นนอนตอนเช้าเป็นช่วงที่ร่างกายแสดงอาการของโรคร้ายโดยเฉพาะมะเร็งปอดได้ชัดเจนที่สุด เนื่องจากร่างกายเพิ่งผ่านการพักผ่อนยาวหลายชั่วโมง พลังงานและน้ำลดลง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิและท่าทางขณะตื่นนอน จะเป็นตัวกระตุ้นให้อาการชัดเจนยิ่งขึ้น หากพบ 4 สัญญาณเตือนมะเร็งปอด ต่อไปนี้ อย่าชะล่าใจและควรรีบพบแพทย์ทันที
1. เสียงแหบ หายใจลำบากเรื้อรัง: อาการจะชัดเจนในตอนเช้าหลังร่างกายสูญเสียน้ำตลอดคืน ร่วมกับอุณหภูมิที่ลดต่ำลง การเปลี่ยนท่าทางจากนอนเป็นนั่งหรือยืนจะกระตุ้นให้หายใจลำบาก แน่นคอ มักมาพร้อมความเหนื่อยล้าสะสม เวียนหัว อ่อนแรง คล้ายภาวะขาดออกซิเจน แม้จะพักผ่อนเพียงพอแล้วก็ตาม
2. เจ็บหน้าอก แน่นหน้าอกโดยไม่ทราบสาเหตุ: เกิดจากเนื้องอกลุกลามเข้าผนังทรวงอกที่มีปลายประสาทจำนวนมาก สถิติพบว่าผู้ป่วยมะเร็งปอดประมาณครึ่งหนึ่งเคยประสบอาการนี้ อาการจะรู้สึกแน่นเหมือนมีสิ่งกดทับ และจะเจ็บลึกหรือรุนแรงขึ้นเมื่อออกแรง ไอ หรือหายใจลึก
3. ปวดไหล่และต้นแขนแบบเรื้อรัง: อาการปวดจะชัดเจนขึ้นเมื่อเริ่มขยับแขนและไหล่หลังตื่นนอน เกิดจากเนื้องอกลุกลามไปยังเยื่อหุ้มปอด หรือเนื้องอกบริเวณด้านบนของปอดเจริญเติบโตจนกดทับกล้ามเนื้อ ข้อต่อ และกระดูกใกล้เคียง
4. ไอมาก หรือไอมีเลือดปน: อาการไอจากมะเร็งปอดจะไอเป็นชุดรุนแรง รู้สึกแน่นหน้าอก มักไม่มีเสมหะหรือมีเสมหะสีขาวเหนียว ในรายที่รุนแรงจะมีเลือดปนหรือไอออกมาเป็นเลือด อาการจะกำเริบเมื่อเปลี่ยนท่าทางหรืออุณหภูมิเปลี่ยน และไม่ตอบสนองต่อยาแก้ไอทั่วไป
ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า อาการดังกล่าวไม่ได้จำกัดเฉพาะช่วงเช้า และอาจเกิดจากโรคอื่นได้เช่นกัน แต่หากมีอาการติดต่อกันหลายวัน ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษาอย่างทันท่วงที