โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

สธ. ดันไทย ‘ฮับสุขภาวะและอายุยืน’ เผย 3 ต้นทุนศักยภาพไทย

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2569 ที่พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ปาฐกถา เรื่อง“การขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาวะและการมีอายุยืน : จากศักยภาพของประเทศสู่ความเชื่อมั่นระดับโลก” ในการเป็นประธานพิธีเปิดงานThaiFDA Wellnext 2026 ว่า โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงสำคัญ ประชากรมีอายุยืนยาวขึ้นจากการความก้าวหน้าทางการแพทย์ที่ช่วยป้องกันและรักษาโรค ขณะเดียวกันก็ต้องเผชิญกับความท้าทายจากสังคมสูงวัย โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ โดยองค์การอนามัยโลก(WHO)คาดการณ์ว่า ภายในปี พ.ศ. 2573 ประชากร 1 ใน 6 ของโลกจะมีอายุ 60 ปีขึ้นไป

สร้างอายุยืนอย่างมีสุขภาวะ รับมือสังคมสูงวัย

ส่วนประเทศไทย คาดการณ์ว่าในปี พ.ศ. 2573 จะมีผู้สูงอายุเกิน 60 ปี มากกว่า 17 ล้านคน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 4 ของประชากรทั้งประเทศ ตัวเลขนี้สะท้อนถึงความท้าทายที่ต้องเตรียมระบบสุขภาวะและสาธารณสุขรองรับ เพื่อให้การมีชีวิตที่ยืนยาวนั้นมาพร้อมกับคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างเป็นอิสระและมีคุณค่าในครอบครัวและสังคม

“หัวใจสำคัญของการดำเนินงาน คือ Healthy Longevity หรือการมีอายุยืนอย่างมีสุขภาวะ โดยเน้นว่าการดูแลสุขภาพไม่ควรเริ่มต้นเมื่อเจ็บป่วย แต่ต้องเริ่มจากการส่งเสริม ป้องการ และสร้างพฤติกรรมสุขภาพที่ดีตลอดทุกช่วงชีวิต เพราะเป้าหมายไม่ใช่แค่การเพิ่มจำนวนปีให้กับชีวิต แต่เป็นการเพิ่มคุณภาพให้กับทุก ๆ ปีที่มีชีวิตอยู่”นายพัฒนากล่าว

ต้นทุนและศักยภาพในการต่อยอด

ประเทศไทยมีต้นทุนและศักยภาพสำคัญ 3 ประการที่สามารถนำมาต่อยอดได้ ได้แก่

1.) ความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์และระบบสุขภาพ ที่มีบุคลากรที่มีประสบการณ์สูงและสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานสากล

2.) ภูมิปัญญาและทรัพยากรไทย ทั้งการแพทย์แผนไทย สมุนไพร อาหารไทย นวด และบริการส่งเสริมสุขภาพ ร่วมกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่

และ3.) ความสามารถด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม จากมหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย และผู้ประกอบการ

ทั้งนี้ ข้อมูลจาก Global Wellness Institute รายงานว่าในปี 2567 เศรษฐกิจสุขภาวะของไทยมีมูลค่าประมาณ 242,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเติบโตอย่างต่อเนื่องและช่วยสร้างรายได้ อาชีพ และมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศ

3 มิติ ดันศูนย์กลางทางการแพทย์และสุขภาพมูลค่าสูง

ประเทศไทยมีโอกาสพัฒนาจากจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ไปสู่การเป็นศูนย์กลางด้านองค์ความรู้ นวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ และบริการสุขภาวะที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลก ซึ่งในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 หมุดหมายที่ 4 มุ่งให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์และสุขภาพมูลค่าสูง โดยกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)ได้ดำเนินนโยบายภายใต้แนวคิด"สุขภาพดีทุกช่วงวัย สร้างเศรษฐกิจไทยด้วยนวัตกรรมภูมิปัญญา" ผ่าน 3 มิติหลัก ได้แก่

  • การสร้างระบบสุขภาพที่เข้มแข็งเน้นการส่งเสริมและป้องกันโรคตั้งแต่นต้นทาง
  • การนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาใช้ตั้งแต่การประเมินความเสี่ยง การคัดกรอง วินิจฉัย และดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล
  • และการสนับสนุนผลิตภัณฑ์และบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ สร้างมูลค่าเพิ่ม และขยายโอกาสสู่ตลาดโลก

“การนำผลิตภัณฑ์และบริการสุขภาพไทยสู่ตลาดโลก สิ่งสำคัญที่สุดอยู่ที่ การสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัย โดยนวัตกรรมด้าน Wellness และ Longevity ต้องตั้งอยู่บนงานศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ การประเมินหลักฐานอย่างรอบคอบ และระบบกำกับดูแลที่คุ้มครองประชาชนพร้อมกับส่งเสริมผู้ประกอบการไทยตามมาตรฐานสากล”นายพัฒนากล่าว

3 ภารกิจสู่ศูนย์กลางด้านสุขภาวะและอายุยืน

การผลักดันประเทศก้าวสู่การเป็น “ศูนย์กลางด้านสุขภาวะและอายุยืน” จะต้องดำเนินงานผ่าน 3 ภารกิจสำคัญ ได้แก่

1.) การเสริมสร้างสุขภาพดีและการป้องกันโรคครอบคลุมทุกช่วงวัย

2.) การนำศักยภาพ ภูมิปัญญา งานวิจัย และเทคโนโลยีมาพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการสุขภาวะโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

และ3.) การสร้างความเชื่อมั่นในระดับโลกด้วยการยกระดับคุณภาพ มาตรฐาน และความปลอดภัยเพื่อความสามารถในการแข่งขันระยะยาว

"สุขภาพดีคือเป้าหมาย ศักยภาพไทยคือโอกาส และความเชื่อมั่นคือกุญแจสำคัญ โดยเชื่อมั่นว่า งาน ThaiFDA Wellnext 2026 จะเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือใหม่ ๆ ระหว่างภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา และองค์กรระหว่างประเทศ ในการนำศักยภาพที่มีมาต่อยอดให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพดี มีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาวะและการมีอายุยืนที่ได้รับการยอมรับในเวทีระดับโลก”นายพัฒนากล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...