เกมสามสี ดีลนี้ใครคุมไพ่
หวังใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองในการถ่วงดุลอำนาจ และดับความซ่าของ “พรรคเพื่อไทย”
ชนวนเหตุสำคัญมาจากพฤติกรรม “เล่นสองหน้า” ของ “เพื่อไทย” ที่ทำให้แกนนำฝั่ง “สีน้ำเงิน” เริ่มหมดความอดทน ทั้งกระแสข่าวการเตรียมพลิกขั้วรัฐบาลในสูตร “ส้ม-แดง-ฟ้า”
การที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอย่าง “อ.เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว.อว. ใช้กระแสโซเชียลเข้ามาขี่คอทำงานข้ามหัว “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกฯ และรมว.มหาดไทยในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย
ตลอดจนการเคลื่อนไหวของ สส.เพื่อไทย ที่งดออกเสียงจนทำให้ฝ่ายค้านชนะในชั้น กมธ.กฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภา ที่ “รังสิมันต์ โรม” สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธาน
ส่งผลให้ “อนุทิน” ต้องถูก พ.ร.บ.คำสั่งเรียกไปชี้แจงเรื่องทุจริตสอบท้องถิ่น และคำให้สัมภาษณ์ของ “วิสุทธิ์ ไชยณรุณ” ประธาน สส.พรรคเพื่อไทย ที่กั๊กเสียงโหวตซักฟอก ขอฟังข้อมูลฝ่ายค้าน และรัฐบาลชี้แจงก่อน
ถือเป็นการส่งสัญญาณข่มขู่ที่ทำให้ผู้นำรัฐบาลถึงกับควันออกหูหรือไม่ ฝ่ายบริหาร “พรรคสีน้ำเงิน” จึงจำเป็นต้องส่งสัญญาณเตือนเพื่อดัดหลัง และกำหลาบมารยาททางการเมือง “พรรคเพื่อไทย”
ในมุม “พรรคกล้าธรรม” การถูกใช้เป็นหมากถ่วงดุล กลับกลายเป็นโอกาสทองที่ต้องรีบฉวยไว้ โดยพยายามปั่นกระแสอยากเข้าร่วมรัฐบาลภายหลังศึกซักฟอกทันที เพราะสถานการณ์ภายในพรรคเริ่มแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการดูแล สส. ไม่ไหว
นอกจากนี้มีการสร้างกระแสด้วยการปล่อยภาพหลุดร่วมโต๊ะอาหารอินเดียระหว่าง “อนุทิน” กับ “ธรรมนัส” พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม รวมถึงฉากชื่นมื่นที่นายกฯ เดินทางไปร่วมอวยพรวันเกิด “สส.พรรคกล้าธรรม” ถึงห้องพัก สส.
ยิ่งกว่านั้นยังมีการปล่อยข่าวโควตารัฐมนตรีข้ามชอต 5 กระทรวง หวังยึดกระทรวงเกรดเออย่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรืออย่างน้อยต้องได้กระทรวงริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างกระทรวงพาณิชย์
อย่างไรก็ตามความฝันของ “พรรคกล้าธรรม” หวังจะร่วมรัฐบาลหลังศึกซักฟอก อาจไม่แน่เสียแล้วเมื่อเจอด่านสำคัญ และสัญญาณเบรกจากแกนนำ “พรรคภูมิใจไทย”
“นายกฯ อนุทิน” ได้ออกมาชี้แจงดักทาง ว่า ภาพการร่วมงานวันเกิดเป็นเพียงความบังเอิญจากการตั้งใจไปเยี่ยมอาการป่วยของ “ธรรมนัส” เท่านั้น พร้อมแบ่งบทบาทอย่างชัดเจนระหว่างความเป็นเพื่อนส่วนตัว กับการบริหารงานร่วมรัฐบาล
ที่สำคัญยังสยบกระแสข่าวการริบเก้าอี้ของ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ อย่างเด็ดขาด ด้วยการระบุว่า “หากเปลี่ยนตัวศุภจี ต้องเปลี่ยนนายกฯ” พร้อมการันตีเป็นหนึ่งในเสาหลักรัฐบาลนี้
ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่า “พรรคสีน้ำเงิน” ไม่ยอมให้ใครยึดกระทรวงพาณิชย์ หรือยุ่งเกี่ยวกับ “ศุภจี”
สอดรับกับการออกมาเคลื่อนไหวของ “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม ย้ำชัดว่า ระยะเวลา 6 เดือนยังเร็วเกินไปที่จะปรับ ครม. ควรให้โอกาสรัฐมนตรีที่กำลังทำงานเข้าที่เข้าทางได้ทำงานต่อไป
สำคัญที่สุด คือ ภายใน “พรรคภูมิใจไทย” ยังมีบรรดา “บ้านใหญ่” และ สส. หลายสมัยที่ทำงานทุ่มเทให้พรรคต่อคิวรอเก้าอี้รัฐมนตรีอยู่อีกมาก หาก “พรรคสีน้ำเงิน” ยอมยกโควตารัฐมนตรีให้ “กล้าธรรม” ก่อน โดยไม่มีเหตุร้ายทางการเมือง มีหวังภายใน “ภูมิใจไทย” เองที่จะเป็นฝ่ายเกิดแรงสั่นสะเทือนจนพรรคแตกเสียเอง
การส่งสัญญาณเบรกกระแส “พรรคเขียว” ผ่านคำพูดของ “นายกฯ อนุทิน” และ “แม่ทัพภาคใต้ของพรรคภูมิใจไทย” เช่นนี้“พรรคกล้าธรรม” อาจต้องคอยเก้อต่อไปอีกหลายยกเว้นแต่ “เพื่อไทย” จะเล่นพิสดารจนกินยาผิดซองเสียเอง.