โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การแพทย์ในภาคอีสานเมื่อ 90 ปีก่อน ล้าหลังจนหมอจากกรุงเทพฯ “กลุ้มใจจนบางเวลาอยากจะฆ่าตัวตายเสียให้รู้แล้วรู้รอดไป”

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สภาพการคมนาคมในเขตจังหวัดมหาสารคาม และชาวอุบลราชธานีช่วงปลายทศวรรษ 2470 (ภาพจาก : Robert Larimore Pendleton)

การแพทย์ในภาคอีสานเมื่อ 90 ปีก่อน ล้าหลังจนหมอจากกรุงเทพฯ “กลุ้มใจจนบางเวลาอยากจะฆ่าตัวตายเสียให้รู้แล้วรู้รอดไป”

หากไม่นับรวมบรรยากาศของผู้ป่วยที่อัดแน่นตามโรงพยาบาลของรัฐแล้ว คนในยุคปัจจุบันอาจคุ้นเคยกับการแพทย์ที่ทันสมัยและสะดวกสบาย ทั้งยารักษาโรคก็สามารถหาได้ง่ายตามร้านขายยาที่มีอยู่เกือบทุกมุมถนน แต่เมื่อย้อนกลับไปราว 90 ปีก่อน การแพทย์สมัยใหม่ของไทยกลับแตกต่างจากปัจจุบันนี้มากจนเราอาจคาดไม่ถึง และยิ่งในชนบทด้วยแล้วก็ยิ่งยากจะจินตนาการ

ย้อนกลับไปในราวปี 2473-2477 (หรือ 2478 ตามปฏิทินใหม่) ม.ล. เต่อ สนิทวงศ์ นายแพทย์จากกรมสาธารณสุขได้รับคำสั่งให้ไปประจำการที่จังหวัดมหาสารคามและอุบลราชธานีตามลำดับ ในตำแหน่งแพทย์หลวงประจำจังหวัดควบกับตำแหน่งสาธารณสุขจังหวัด ท่านได้บันทึกไว้ว่า การแพทย์ในจังหวัดเหล่านี้ “มันแสนจะล้าหลัง”จนเกือบทำให้ท่าน “กลุ้มใจจนบางเวลาอยากจะฆ่าตัวตายเสียให้รู้แล้วรู้รอดไป”

ความล้าหลังทางการแพทย์ที่ ม.ล. เต่อ ได้พบเมื่อครั้งอยู่ที่มหาสารคามและอุบลราชธานีมีตั้งแต่ปัญหาขาดแคลนยา ทัศนคติของคนท้องถิ่นต่อการแพทย์สมัยใหม่ สุขศาลาและบ้านพักนายแพทย์ทรุดโทรม และสภาพการทำงานที่ติดขัดยุ่งยาก เพราะรัฐบาลขาดงบประมาณ การติดต่อสื่อสารและการคมนาคมระหว่างภาคอีสานกับกรุงเทพฯ ที่ยากลำบาก และระบบงานที่แพทย์หลวงประจำจังหวัดคนก่อน ๆ วางไว้ก็ไม่เป็นระบบระเบียบ

ปัญหาสุขภาพที่คนมหาสารคามและอุบลราชธานีเมื่อราว 90 ปีก่อนเป็นกันมากคือ โรคขาดวิตามินบีและโรคพยาธิ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้หลายคนเสียชีวิต ปัญหาข้างต้นนี้เกิดจากพฤติกรรมการบริโภค (ไม่ชอบกินข้าวซ้อมมือที่มีวิตามินบีและกินอาหารดิบ) และทัศนคติที่ต่อต้านองค์ความรู้ทางการแพทย์สมัยใหม่ ดังที่ ม.ล. เต่อ บันทึกว่า

“(จังหวัดมหาสารคาม – ผู้เขียน) มีโรคเหน็บชามากไม่แพ้จังหวัดอุบลราชธานี ที่ข้าพเจ้าไปอยู่ถัดจากจังหวัดนี้ไป และมักจะตายด้วยโรคนี้เมื่อมันไปเล่นงานเอาหัวใจเข้าเรียกว่า Cardiac Beri Beri ถ้ามี Vitamin B1 ฉีดเข้าหลอดเลือดดำก็จะหายเป็นปลิดทิ้ง แต่ก็ไม่มีเลยสำหรับสมัยนั้น สาเหตุของโรคนี้ก็คือ ขาดธาตุหรือสารไวตามิน บี นั่นเอง โดยเฉพาะไวตามิน บี1 เป็นด้วยบริโภคข้าวที่สีจากโรงสีไฟ ถ้าให้ใช้ข้าวแดงคือข้าวสีด้วยมือ นักโทษก็ไม่ชอบบริโภคเพราะมันยังมีเยื่อหุ้มเม็ดข้าว (Pericarp) เมื่อหุงเสร็จแล้วเอามาปั้นให้เป็นก้อน จิ้มน้ำปลาร้าไม่ได้”

อีกปัญหาที่พบคือ เด็กเกิดใหม่เสียชีวิตหลายรายด้วยโรคบาดทะยัก เนื่องจากไม่มีองค์ความรู้การทำคลอดที่ถูกต้อง ดังที่ ม.ล. เต่อ บันทึกว่า

“นอกจากนี้ทารกที่เกิดใหม่(ในจังหวัดอุบลราชธานี – ผู้เขียน) ตายกันมากน่าตกใจ ส่วนใหญ่ตายเพราะบาดทะยัก เนื่องมาจากการขาดแคลนแพทย์ และใช้หมอตำแยที่ไม่มีความรู้ เวลาเด็กคลอดแล้วเขาก็จัดการวิ่งลงไปหาไม้รวกหรือเปลือกหอย ที่ใต้ถุนบ้านหรือหลังบ้าน เอามาทั้ง ๆ ที่ยังสกปรกอยู่อย่างนั้นแหละตัดสายสะดือ แล้วก็เอาเชือกสกปรกผูกสายสะดือ แล้วเลิกสาด (เสื่อ) เอามือโกยขี้ผงใต้เสื่อโรยสะดือเด็ก แล้วเด็กจะไม่เป็นบาดทะยักได้ยังไง”

การแพทย์ในภาคอีสานถูกมองว่าล้าหลังมาอย่างยาวนาน จนกระทั่งหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ถึงช่วงทศวรรษ 2500 ที่ประกาศใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับแรก ซึ่งกำหนดให้การพัฒนาการแพทย์และสาธารณสุขเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญ การแพทย์ของภูมิภาคนี้จึงพัฒนาขึ้นอย่างเป็นระบบและก้าวหน้า อันเนื่องมาจากการสนับสนุนด้านการพัฒนาจากองค์การสหประชาชาติและชาติตะวันตกอย่างสหรัฐอเมริกา

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

กนก ยะสารวรรณ. “การบริหารงานพัฒนาการอนามัยท้องถิ่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พ.ศ. 2503-2505.” วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, คณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ม.ป.ป.

เต่อ สนิทวงศ์, ม.ล. “การแพทย์เมื่อ 40 ปีเศษในจังหวัดมหาสารคามและอุบลราชธานี ในระหว่าง พ.ศ. 2473-77.” ใน อนุสรณ์ พระราชทานเพลิงศพ ม.ล.ทวีวัฒน์ สนิทวงศ์ และฌาปนกิจศพ คุณแม่ปลั่ง สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ณ เมรุวัดธาตุทอง 29 พฤษภาคม 2517, 77-127. ม.ป.ท.: ม.ป.พ., 2517.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 29 ตุลาคม 2569

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : การแพทย์ในภาคอีสานเมื่อ 90 ปีก่อน ล้าหลังจนหมอจากกรุงเทพฯ “กลุ้มใจจนบางเวลาอยากจะฆ่าตัวตายเสียให้รู้แล้วรู้รอดไป”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...