“ออยศรี” เปิดปากจุดเริ่มต้นตรวจสอบ “บุ๋ม ปนัดดา” ยันไม่มีการวางแผน
“ออยศรี” เปิดปากจุดเริ่มต้นตรวจสอบ “บุ๋ม ปนัดดา” ยันไม่มีการวางแผน แต่พบพฤติกรรมใช้บัญชีส่วนตัวรับบริจาค ขอหยุดดรามา ต้องเอาหลักฐานมาแจง
จากกรณี ดรามาเรื่องเงินบริจาคของมูลนิธิองค์กรทำดี ของ บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี นักแสดง พิธีกร และประธานมูลนิธิองค์กรทำดี ถูกวิจารณ์เรื่องความโปร่งใสนั้น
วันที่ 29 ต.ค. 69 น.ส.บุญยนุช แสงศรี หรือ ออยศรี เจ้าของบริษัทที่ปรึกษากฎหมายออยศรีและผองเผือกจำกัด กล่าวถึงกรณีสเตทเม้นท์ 45 ล้านบาท ที่โอนจากมูลนิธิฯ ไปให้ช่างเอ๋ ผู้รับเหมา แล้วช่างเอ๋แฉว่ามีคำสั่งให้โอนต่อไปยังบัญชีของ ก๊อต อธิป สามีของบุ๋มนั้นว่า การนำเอาบัญชีมูลนิธิฯ โอนเงินออกไปนั้นเกี่ยวอะไรกับพลูวิลล่า เนื่องจากช่างเอ๋ ไม่ได้สร้างมูลนิธิ ส่วนพฤติกรรมสลับบัญชีนั้น อย่างที่ทราบว่ามี 2 บัญชี แตกต่างกันแค่ชื่อนำหน้า ไม่ได้เกิดความเคลือบแคลงอะไรเป็นพิเศษ ที่ผ่านมามีการสลับใช้ไปมา ทำให้คนเข้าใจผิด และบุ๋ม ปนัดดา ย่อมรู้ดีถึงเจตนานี้ว่าเป็นอย่างไร ซึ่งมีหลายคนที่โอนเข้าไปผิด
ส่วนการที่ บุ๋ม ปนัดดา ชี้แจงว่า เงินที่ ก๊อต อธิป เอาไปใช้สร้างพูลวิลล่าหรือซื้อที่ดิน เป็นเงินส่วนตัว และเงินขวัญถุงลูก ไม่เกี่ยวกับเงินบริจาคมูลนิธิ น.ส.บุญยนุช กล่าวว่ามีหลักฐานหักล้างไหมว่าเงินก้อนนั้นมีความเชื่อมโยงกับเงินบริจาคของประชาชน
น.ส.บุญยนุช กล่าวว่า เงินที่ไปซื้อจะจากไหนไม่รู้ แต่เงินที่ใช้สร้างพลูวิลล่า มาจากองค์กรทำความดี ซึ่งเป็นบัญชีส่วนบุคคลที่ใช้ในการแทรกซึมรับบริจาค ดังนั้นต้องถามว่าความโปร่งใสมีหรือไม่ ซึ่งปกติมูลนิธิฯ เป็นนิติบุคคล มาใช้บัญชีส่วนบุคคลไม่ได้
ส่วนมีจดทะเบียนเป็นมูลนิธิอย่างถูกต้องตั้งแต่ปี 2565 ทำไมถึงยังไม่ปิดหรือยังใช้บัญชีส่วนตัวรับเงินเรื่อยมา ข้ออ้างที่ว่าเอาเงินส่วนตัวสำรองจ่ายไปก่อน ฟังขึ้นไหม น.ส.บุญยนุช กล่าวว่า อาจจะดูแปลกๆ การก่อตั้งองค์กรทำความดีเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 57 และปี 65 การเปิดมูลนิธิฯ สิ่งที่ควรเกิดขึ้นคือบัญชีส่วนบุคคลควรจะปิดลง ไม่ใช้มาควบคู่กับบัญชีมูลนิธิ ต่อให้อ้างว่านำเข้าสู่วาระการประชุมก็ไม่ได้ เพราะเงินที่ประชาชนบริจาคตั้งใจเข้ามูลนิธิ แต่เมื่อบอกว่าจะบริจาคเข้าบัญชีไหนก็แล้วแต่ก็นำไปช่วยคนทั้งหมด แล้วนำไปเข้าบัญชีส่วนบุคคลทำไม เพื่อให้คนเกิดความเคลือบแคลงสงสัย ซึ่งวันนี้นี้มีหลักฐานอื่นต้องชี้แจงมากกว่านี้ และการอ้างว่านายเอ๋ เป็นผู้รับเหมาสร้างมูลนิธิ 50 บาท แต่กลับคำว่าไม่ใช่ แล้วใครเป็นคนทำ จึงอยากให้เปิดหลักฐานในการว่าจ้าง เนื่องจากช่างเอ๋ ไม่เคยมีส่วนมาร่วมก่อสร้างมูลนิธิเลย โดยอยากให้ชี้แจงเรื่องเงินเข้า-ออก เนื่องจากจะต้องมีการดำเนินคดีอย่างจริงจัง เนื่องจากในวันที่ บุ๋ม ปนัดดา แถลงข่าว บอกให้ตนเต็มที่เลย ซึ่งตนก็จะเต็มที่ เมื่อเดินทางมาถึงจุดนี้ ซึ่ง บุ๋ม ปนัดดา เป็นคนที่สังคมไทยให้ความเชื่อ ดังนั้นกันไปตามพยานหลักฐานและเรื่องประโยชน์สาธารณะ ซึ่งตนอยากให้หยุดร้องไห้ ซึ่งวันนี้เราพูดคุยด้วยข้อเท็จจริง ว่ามีการนำบัญชีส่วนตัวมาเปิดรับบริจาค ขอหยุดดราม่า มาพูดคุยด้วยเหตุผลและข้อเท็จจริง
เมื่อถามว่า หลายคนมองว่า บุ๋ม ปนัดดา ทำดีช่วยเหลือสังคมมานานนับสิบปี ทำไมถึงเลือกที่จะเปิดแผล เรื่องบัญชีบริจาคในช่วงเวลานี้ ซ้ำเติมมรสุมชีวิตของเขา มีอะไรแอบแฝงหรือไม่ น.ส.บุญยนุช กล่าวว่า ก่อนวันที่ บุ๋ม ปนัดดาจะแถลงข่าว เรามาเจอข้อมูลนี้ ซึ่งมีการนั่งพูดคุยกับเพื่อน ได้โอนเงินบริจาค และเห็นการโอนเงินเข้าองค์กร ซึ่งเป็นบัญชีส่วนบุคคล ไม่มีการวางแผนมาก่อน ทุกอย่างเป็นข้อเท็จจริง
ส่วนที่ บุ๋มโยงว่าออยศรีทำแบบนี้ เพราะรักและต้องการปกป้อง “กัน จอมพลัง” ความจริงแล้วจุดเริ่มต้นของการไปขุดเจอเรื่องบัญชีผิดปกตินี้ เกิดจากอะไรกันแน่ น.ส.บุญยนุช กล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องปกป้องมูลนิธิกัน จอมพลัง หรือ มูลนิธิใด และตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับมูลนิธิใดทั้งสิ้น สำหรับมูลนิธิ กัน จอมพลัง ตนไม่เคยโอนเงิน แต่โอนไปที่มูลนิธิของบุ๋ม ปนัดดา ซึ่งเป็นที่เดียวที่ไว้วางใจ ดังนั้นขอให้เลิกดรามา และโยงให้ตนไม่มีความชอบธรรมในการเปิดข้อมูล เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่ เพราะตนแต่เพราะเขาทำตัวเอง และการที่ตนเปิดข้อมูลมาอาจทำให้เสียประโยชน์หรือไม่ ทั้งนี้การที่มาบอกว่ามีการพูดคุยกับทนายตั้มจึงโกรธนั้นคงไม่ได้ ที่ผ่านมาทนายตั้ม พยายามเปิดมา 2 เดือน หากมีหลักฐานการโกงชัดเจน เช่น กรณีบุ๋ม ปนัดดา ตนจะช่วยทนายตั้มเหยียบย่ำให้เอง ไม่ต้องกังวล ส่วนที่เพิ่งมาตรวจสอบเนื่องจากว่าที่ผ่านมาไม่ได้สนใจ
ส่วนกรณี บุ๋ม ปนัดดา ประกาศยุติบทบาทพิธีกรรายการ เคลียร์ชัดๆ 1 เดือน เพราะอึดอัดที่ต้องจัดรายการสัมภาษณ์ทนายตั้ม ขยี้เรื่องเงินบริจาคมูลนิธิของ กัน จอมพลัง น.ส.บุญยนุช กล่าวว่า ต้องเลิกดรามา ต้องเลิกเป็นดาราสาวก่อน ให้ว่ากันตามความจริง อะไรก็แล้วแต่การทำงานของเขา และการวิพากษ์วิจารณ์เรา อยากจะบอกว่าควรพูดคุยกันในเรื่องพยานหลักฐานต่างๆ การขยี้ชีวิตใครคนใดคนหนึ่งต่อให้คิดว่าเขาเป็นคนเลวคนชั่ว ตราบใดที่ไม่มีพยานหลักฐานก็เป็นการกล่าวหา สำหรับตนวิพากษ์วิจารณ์เพื่อให้มีการทำงาน และให้เกิดความชัดเจนเหมือนรายการ ซึ่งวันนี้ตนเปิดพยานหลักฐานส่วน บุ๋มปนัดดา มานั่งร้องไห้ ซึ่งความจริงคือการมีหรือไม่มีพยานหลักฐาน
สังคมตั้งคำถามดังๆ ว่า ตกลงความสัมพันธ์ระหว่างออยศรี กับ “กัน จอมพลัง” สนิทกันแค่ไหน น.ส.บุญยนุช กล่าวว่า ไม่ได้สนิทกัน แต่ตนเปิดบริษัทกฎหมาย เมื่อใครเข้ามาต้อนรับทั้งหมด ซึ่งมีการพูดคุยกัน ยืนยันว่าไม่ยุ่งเกี่ยวเรื่องของมูลนิธิ หากพบว่ามีการคดโกง มีพยานหลักฐาน ก็จะโดนเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าอยู่หรือไม่ ส่วนกับทนายตั้ม ที่เคยฟาดกันอย่างรุนแรงก่อนหน้านี้ ก็เป็นคู่แค้นกัน ที่ผ่านมามีการดำเนินคดีกับคน 7 คดี ตนแพ้เขา 1 คดี ตนชนะเขา 6 คดี อยากให้ทุกคนอย่าไปคิดว่าเป็นเรื่องส่วนตัวหรือมีความแค้น ทางนี้หักทนายตั้ม ไปนั่งพูดคุยกับบุ๋ม ปนัดดา และมีพยานหลักฐานชัดถึงความผิด ตนไม่ใช่คนโง่ที่จะไปแทงสวนกับพยานหลักฐาน ซึ่งจะสนับสนุนด้วยซ้ำแม้ว่าจะเป็นทนายตั้ม