‘ไอซ์’ ลุยสอบโควตาหวยทหารผ่านศึก แฉ ‘อผศ.’ อุบให้เอกสาร จี้เปลี่ยนขายผ่าน ‘เป๋าตัง’
เมื่อวันที่ 30 ต.ค. น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงการติดตามตรวจสอบการบริหารโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) งวดละประมาณ 1 ล้านใบ โดยเชิญชวนประชาชนร่วมตรวจสอบการบริหารโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) รวมถึงรายได้จาก 7 กิจการขององค์การฯ ว่ามีการจัดการอย่างโปร่งใสและผลประโยชน์ตกถึงทหารผ่านศึกตัวจริงหรือไม่
น.ส.รักชนก ระบุว่า ก่อนหน้านี้ ตนและนายธนเดช เพ็งสุข สส.กทม. พรรคประชาชน เคยตั้งคำถามถึงการจัดสรรโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลของ อผศ. ซึ่งได้รับจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดละประมาณ 1 ล้านใบ หรือ 10,988 เล่ม เล่มละ 100 ใบ โดยมีต้นทุนใบละ 70.40 บาท เพื่อนำรายได้ไปจัดสรรเป็นสวัสดิการและช่วยเหลือทหารผ่านศึก รวมถึงเปิดโอกาสให้ทหารผ่านศึกนำสลากไปจำหน่ายเป็นอาชีพ แต่กลับพบข้อสงสัยเกี่ยวกับการนำสลากไปทำข้อตกลงกับเอกชนในราคาต้นทุนใบละ 70.40 บาท โดยไม่มีการบวกกำไร และให้เอกชนนำไปจำหน่าย ก่อนบริจาคเงินกลับมาให้ อผศ. ตามความสมัครใจ ซึ่งตั้งคำถามว่าการดำเนินการดังกล่าวมีหลักประกันหรือไม่ว่าเงินจะกลับถึงองค์การฯ อย่างครบถ้วน และผู้รับโควตามีตัวตนจริงหรือเป็นเพียงตัวแทนของบุคคลอื่น อีกทั้งตั้งข้อสังเกตว่าการบริหารโควตารูปแบบดังกล่าวอาจทำให้เงินที่ควรนำไปช่วยเหลือทหารผ่านศึก กว่า 200 ล้านบาทต่อปี ไม่ถึงมือผู้มีสิทธิอย่างแท้จริง ขณะที่ทหารผ่านศึกบางส่วนยังร้องเรียนว่าเข้าไม่ถึงสิทธิและสวัสดิการที่ควรได้รับ
น.ส.รักชนก ระบุด้วยว่า กมธ.ติดตามงบประมาณฯ ได้เชิญผู้แทนจาก อผศ. มาชี้แจง เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยคณะกรรมาธิการฯ ขอเอกสารประกอบการตรวจสอบ 7 รายการ แต่ไม่ได้รับเอกสารตามที่ร้องขอ โดยก่อนหน้านี้เชิญผู้อำนวยการ อผศ. เข้าชี้แจงแล้ว 2 ครั้ง แต่ไม่ได้รับการตอบรับ อีกทั้ง ระหว่างการประชุม ผู้แทนจาก อผศ. ชี้แจงว่าไม่สามารถส่งเอกสารให้คณะกรรมาธิการฯ ได้ เนื่องจากได้ส่งเอกสารให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แล้ว หลังจากนายธนเดชนำเรื่องไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. แต่คณะกรรมาธิการฯ ชี้แจงว่าเป็นคนละกระบวนการ และใช้อำนาจหน้าที่ต่างกัน การส่งเอกสารให้ ป.ป.ช. จึงไม่ได้เป็นเหตุให้ปฏิเสธการส่งเอกสารให้กรรมาธิการฯ และผู้แทนจาก นอกจากนี้ ผู้แทนจาก อผศ. ระบุว่าเอกสารต้นฉบับไม่มีสำเนา และไม่มีไฟล์เก็บไว้ แต่ต่อมา ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายของ อผศ. ระบุว่าโดยปกติ อผศ. มีสำเนาเก็บไว้ เพราะในทางกฎหมาย หน่วยงานต้องทำสำเนาหนังสือทุกแผ่นตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526
ส่วนประเด็นการจัดสรรสลากนั้น อผศ. ชี้แจงว่าไม่ได้ขายให้เอกชน แต่เป็นการฝากสมาชิกช่วยจำหน่าย โดยสมาชิกไม่มีต้นทุน และจำหน่ายในราคาไม่เกิน 80 บาท ก่อนส่งรายได้กลับให้องค์การฯ 100 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่เมื่อถูกถามถึงรายชื่อผู้รับโควตาประมาณ 130 ราย และจุดจำหน่าย รวมถึงสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงกับเอกชนในช่วงที่ผ่านมา ผู้แทนของ อผศ. ไม่สามารถนำเอกสารมาแสดงได้ โดยอ้างว่าส่งให้ ป.ป.ช. แล้ว
สำหรับผลกำไรจากการจำหน่ายสลาก ผู้แทนของ อผศ. ระบุว่าจำตัวเลขที่แน่นอนไม่ได้ แต่กำไรไม่เกิน 12 เปอร์เซ็นต์ และแจ้งว่าเงินที่จัดสรรให้ทหารผ่านศึกอยู่ที่ประมาณ 70 ล้านบาท ส่วนที่เหลือนำไปสมทบงบสงเคราะห์ 6 ประเภท อย่างไรก็ตาม เมื่อคณะกรรมาธิการฯ สอบถามรายละเอียดการจัดสรรเงินให้ทหารผ่านศึกแต่ละชั้นและจำนวนเงินที่ได้รับ ผู้แทนของ อผศ. ยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้ และไม่สามารถส่งเอกสารประกอบมาให้ตรวจสอบได้เช่นกัน
อีกประเด็นที่ถูกตั้งคำถามคือโบนัสผู้บริหาร โดยผู้แทน อผศ. ระบุว่าจำตัวเลขแน่นอนไม่ได้ แต่โบนัสรวมทั้งปีไม่เกิน 50,000 บาท แต่จากข้อมูลของนายธนเดชที่ให้ต่อ กมธ. ว่า ในปี 2567 เฉพาะกิจการสลากฯ ของ อผศ. มีการจ่ายโบนัสครั้งละ 30,000 บาท ซึ่งหักภาษีแล้วเหลือ 27,000 บาท ปีละ 2 ครั้ง รวม 54,000 บาท พร้อมตั้งคำถามถึงที่มาของระเบียบการจ่ายโบนัสว่าใครเป็นผู้กำหนดและมีอำนาจลงนาม ซึ่งผู้แทนของ อผศ. ชี้แจงว่าเป็นระเบียบที่ออกภายในองค์การฯ ซึ่งผู้อำนวยการฯ เป็นผู้ลงนาม
น.ส.รักชนก ระบุด้วยว่า ที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯ ยังได้หารือถึงแนวทางเปลี่ยนโควตาการจำหน่ายสลากทหารผ่านศึกเป็นสลากดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ซึ่งสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลชี้แจงว่าสามารถดำเนินการได้ผ่านร้านค้าของสำนักงานฯ ส่วน อผศ. ระบุว่าบอร์ดมีมติตั้งแต่เดือน ส.ค. 2569 ให้เปลี่ยนเป็นการจำหน่ายสลากดิจิทัล แต่ติดปัญหาเรื่องการแยกโควตากับสมาคมฯ ซึ่งขณะนี้ได้ลงนามแยกโควตาแล้ว และจะเร่งนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมบอร์ด อผศ. ภายในวันที่ 20 ธ.ค. นี้ เพื่อดำเนินการเรื่องดังกล่าวเป็นลำดับแรก แต่หากดำเนินการผิดระเบียบ ก็สามารถยกเลิกสัญญากลางปีได้
“ดิฉันอยากถามตรงๆ ว่ามีหน้าไปมองตาพ่อแม่พี่น้องทหารผ่านศึกได้ยังไง คนที่เคยแบกปืนไปรบ คนที่เสียขา เสียแขน วันนี้ยังต้องเขียนจดหมายร้องเรียนว่าเข้าไม่ถึงสิทธิของตัวเอง ขณะที่องค์กรที่ตั้งขึ้นมาเพื่อดูแลพวกเขา ไม่กล้าแม้แต่จะบอกว่าสลากของทหารผ่านศึกไปอยู่ในมือใคร ถ้าไม่มีอะไรต้องปิด ก็เปิดมาเลยค่ะ 20 ธ.ค. นี้ ดิฉันจะติดตามว่า อผศ. ทำตามที่ยืนยันไว้กลางที่ประชุมหรือไม่ ฝากทุกคนช่วยกันจับตา เพราะเงินนี้เป็นของทหารผ่านศึก ไม่ใช่ของทุนเทารายใด ดิฉันคงต้องตั้งคำถามกับผู้บริหารองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกว่า #ทหารมีไว้ทำไม ทหารมีไว้ไปออกรบ แต่คนที่ไปรบมาจริงๆ เงินรายปียังไม่ได้เท่าคนนั่งห้องแอร์ที่ออกระเบียบมาปรนเปรอให้โบนัสตัวเองเลย ทำไมถึงกล้าทำได้แบบไม่อาย” น.ส.รักชนก ระบุ
ต่อมา น.ส.รักชนก โพสต์ข้อความอีกว่า พรรคประชาชนได้เสนอไว้ช่วงหาเสียงการเลือกตั้งว่าโควตาสลากกินแบ่งของ อผศ. ควรเอาไปขายในแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ให้หมด แล้วโอนเงินตรงให้ทหาร จะได้ไม่มีใครมาหาส่วนต่างกับโควตาสลากกินแบ่งพวกนี้ได้อีก นี่จะเซ็นสัญญารอบใหม่แล้ว ยังไม่มีวี่แววว่าคนในรัฐบาลจะมีใครสนใจเรื่องนี้