โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ไอซ์’ ลุยสอบโควตาหวยทหารผ่านศึก แฉ ‘อผศ.’ อุบให้เอกสาร จี้เปลี่ยนขายผ่าน ‘เป๋าตัง’

เดลินิวส์

อัพเดต 30 ตุลาคม 2569 เวลา 23.46 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
‘ไอซ์’ ลุยสอบโควตาหวยทหารผ่านศึก 1 ล้านใบ ทหารชั้นผู้น้อยไม่ได้สวัสดิการ แฉ ‘อผศ.’ ไม่ส่งเอกสาร 7 รายการ อ้างส่ง ป.ป.ช. หมดแล้ว จี้เปลี่ยนระบบขายสลากผ่านแอป ‘เป๋าตัง’ โอนเงินตรงถึงทหารผ่านศึก

เมื่อวันที่ 30 ต.ค. น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงการติดตามตรวจสอบการบริหารโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) งวดละประมาณ 1 ล้านใบ โดยเชิญชวนประชาชนร่วมตรวจสอบการบริหารโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) รวมถึงรายได้จาก 7 กิจการขององค์การฯ ว่ามีการจัดการอย่างโปร่งใสและผลประโยชน์ตกถึงทหารผ่านศึกตัวจริงหรือไม่

น.ส.รักชนก ระบุว่า ก่อนหน้านี้ ตนและนายธนเดช เพ็งสุข สส.กทม. พรรคประชาชน เคยตั้งคำถามถึงการจัดสรรโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลของ อผศ. ซึ่งได้รับจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดละประมาณ 1 ล้านใบ หรือ 10,988 เล่ม เล่มละ 100 ใบ โดยมีต้นทุนใบละ 70.40 บาท เพื่อนำรายได้ไปจัดสรรเป็นสวัสดิการและช่วยเหลือทหารผ่านศึก รวมถึงเปิดโอกาสให้ทหารผ่านศึกนำสลากไปจำหน่ายเป็นอาชีพ แต่กลับพบข้อสงสัยเกี่ยวกับการนำสลากไปทำข้อตกลงกับเอกชนในราคาต้นทุนใบละ 70.40 บาท โดยไม่มีการบวกกำไร และให้เอกชนนำไปจำหน่าย ก่อนบริจาคเงินกลับมาให้ อผศ. ตามความสมัครใจ ซึ่งตั้งคำถามว่าการดำเนินการดังกล่าวมีหลักประกันหรือไม่ว่าเงินจะกลับถึงองค์การฯ อย่างครบถ้วน และผู้รับโควตามีตัวตนจริงหรือเป็นเพียงตัวแทนของบุคคลอื่น อีกทั้งตั้งข้อสังเกตว่าการบริหารโควตารูปแบบดังกล่าวอาจทำให้เงินที่ควรนำไปช่วยเหลือทหารผ่านศึก กว่า 200 ล้านบาทต่อปี ไม่ถึงมือผู้มีสิทธิอย่างแท้จริง ขณะที่ทหารผ่านศึกบางส่วนยังร้องเรียนว่าเข้าไม่ถึงสิทธิและสวัสดิการที่ควรได้รับ

น.ส.รักชนก ระบุด้วยว่า กมธ.ติดตามงบประมาณฯ ได้เชิญผู้แทนจาก อผศ. มาชี้แจง เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยคณะกรรมาธิการฯ ขอเอกสารประกอบการตรวจสอบ 7 รายการ แต่ไม่ได้รับเอกสารตามที่ร้องขอ โดยก่อนหน้านี้เชิญผู้อำนวยการ อผศ. เข้าชี้แจงแล้ว 2 ครั้ง แต่ไม่ได้รับการตอบรับ อีกทั้ง ระหว่างการประชุม ผู้แทนจาก อผศ. ชี้แจงว่าไม่สามารถส่งเอกสารให้คณะกรรมาธิการฯ ได้ เนื่องจากได้ส่งเอกสารให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แล้ว หลังจากนายธนเดชนำเรื่องไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. แต่คณะกรรมาธิการฯ ชี้แจงว่าเป็นคนละกระบวนการ และใช้อำนาจหน้าที่ต่างกัน การส่งเอกสารให้ ป.ป.ช. จึงไม่ได้เป็นเหตุให้ปฏิเสธการส่งเอกสารให้กรรมาธิการฯ และผู้แทนจาก นอกจากนี้ ผู้แทนจาก อผศ. ระบุว่าเอกสารต้นฉบับไม่มีสำเนา และไม่มีไฟล์เก็บไว้ แต่ต่อมา ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายของ อผศ. ระบุว่าโดยปกติ อผศ. มีสำเนาเก็บไว้ เพราะในทางกฎหมาย หน่วยงานต้องทำสำเนาหนังสือทุกแผ่นตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526

ส่วนประเด็นการจัดสรรสลากนั้น อผศ. ชี้แจงว่าไม่ได้ขายให้เอกชน แต่เป็นการฝากสมาชิกช่วยจำหน่าย โดยสมาชิกไม่มีต้นทุน และจำหน่ายในราคาไม่เกิน 80 บาท ก่อนส่งรายได้กลับให้องค์การฯ 100 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่เมื่อถูกถามถึงรายชื่อผู้รับโควตาประมาณ 130 ราย และจุดจำหน่าย รวมถึงสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงกับเอกชนในช่วงที่ผ่านมา ผู้แทนของ อผศ. ไม่สามารถนำเอกสารมาแสดงได้ โดยอ้างว่าส่งให้ ป.ป.ช. แล้ว

สำหรับผลกำไรจากการจำหน่ายสลาก ผู้แทนของ อผศ. ระบุว่าจำตัวเลขที่แน่นอนไม่ได้ แต่กำไรไม่เกิน 12 เปอร์เซ็นต์ และแจ้งว่าเงินที่จัดสรรให้ทหารผ่านศึกอยู่ที่ประมาณ 70 ล้านบาท ส่วนที่เหลือนำไปสมทบงบสงเคราะห์ 6 ประเภท อย่างไรก็ตาม เมื่อคณะกรรมาธิการฯ สอบถามรายละเอียดการจัดสรรเงินให้ทหารผ่านศึกแต่ละชั้นและจำนวนเงินที่ได้รับ ผู้แทนของ อผศ. ยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้ และไม่สามารถส่งเอกสารประกอบมาให้ตรวจสอบได้เช่นกัน

อีกประเด็นที่ถูกตั้งคำถามคือโบนัสผู้บริหาร โดยผู้แทน อผศ. ระบุว่าจำตัวเลขแน่นอนไม่ได้ แต่โบนัสรวมทั้งปีไม่เกิน 50,000 บาท แต่จากข้อมูลของนายธนเดชที่ให้ต่อ กมธ. ว่า ในปี 2567 เฉพาะกิจการสลากฯ ของ อผศ. มีการจ่ายโบนัสครั้งละ 30,000 บาท ซึ่งหักภาษีแล้วเหลือ 27,000 บาท ปีละ 2 ครั้ง รวม 54,000 บาท พร้อมตั้งคำถามถึงที่มาของระเบียบการจ่ายโบนัสว่าใครเป็นผู้กำหนดและมีอำนาจลงนาม ซึ่งผู้แทนของ อผศ. ชี้แจงว่าเป็นระเบียบที่ออกภายในองค์การฯ ซึ่งผู้อำนวยการฯ เป็นผู้ลงนาม

น.ส.รักชนก ระบุด้วยว่า ที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯ ยังได้หารือถึงแนวทางเปลี่ยนโควตาการจำหน่ายสลากทหารผ่านศึกเป็นสลากดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ซึ่งสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลชี้แจงว่าสามารถดำเนินการได้ผ่านร้านค้าของสำนักงานฯ ส่วน อผศ. ระบุว่าบอร์ดมีมติตั้งแต่เดือน ส.ค. 2569 ให้เปลี่ยนเป็นการจำหน่ายสลากดิจิทัล แต่ติดปัญหาเรื่องการแยกโควตากับสมาคมฯ ซึ่งขณะนี้ได้ลงนามแยกโควตาแล้ว และจะเร่งนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมบอร์ด อผศ. ภายในวันที่ 20 ธ.ค. นี้ เพื่อดำเนินการเรื่องดังกล่าวเป็นลำดับแรก แต่หากดำเนินการผิดระเบียบ ก็สามารถยกเลิกสัญญากลางปีได้

“ดิฉันอยากถามตรงๆ ว่ามีหน้าไปมองตาพ่อแม่พี่น้องทหารผ่านศึกได้ยังไง คนที่เคยแบกปืนไปรบ คนที่เสียขา เสียแขน วันนี้ยังต้องเขียนจดหมายร้องเรียนว่าเข้าไม่ถึงสิทธิของตัวเอง ขณะที่องค์กรที่ตั้งขึ้นมาเพื่อดูแลพวกเขา ไม่กล้าแม้แต่จะบอกว่าสลากของทหารผ่านศึกไปอยู่ในมือใคร ถ้าไม่มีอะไรต้องปิด ก็เปิดมาเลยค่ะ 20 ธ.ค. นี้ ดิฉันจะติดตามว่า อผศ. ทำตามที่ยืนยันไว้กลางที่ประชุมหรือไม่ ฝากทุกคนช่วยกันจับตา เพราะเงินนี้เป็นของทหารผ่านศึก ไม่ใช่ของทุนเทารายใด ดิฉันคงต้องตั้งคำถามกับผู้บริหารองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกว่า #ทหารมีไว้ทำไม ทหารมีไว้ไปออกรบ แต่คนที่ไปรบมาจริงๆ เงินรายปียังไม่ได้เท่าคนนั่งห้องแอร์ที่ออกระเบียบมาปรนเปรอให้โบนัสตัวเองเลย ทำไมถึงกล้าทำได้แบบไม่อาย” น.ส.รักชนก ระบุ

ต่อมา น.ส.รักชนก โพสต์ข้อความอีกว่า พรรคประชาชนได้เสนอไว้ช่วงหาเสียงการเลือกตั้งว่าโควตาสลากกินแบ่งของ อผศ. ควรเอาไปขายในแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ให้หมด แล้วโอนเงินตรงให้ทหาร จะได้ไม่มีใครมาหาส่วนต่างกับโควตาสลากกินแบ่งพวกนี้ได้อีก นี่จะเซ็นสัญญารอบใหม่แล้ว ยังไม่มีวี่แววว่าคนในรัฐบาลจะมีใครสนใจเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...