นายกฯย้ำต้องไม่ขัดขากัน น้อมรับเสียงตำหนิ แก้ปัญหาน้ำท่วม
นายกฯ คิกออฟฟื้นกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาฯ รับมือน้ำท่วม ย้ำจุดหมายอุดรอยรั่ว-เติมเต็มภารกิจ ขรก.-ทหาร-จิตอาสาให้บูรณาการสมบูรณ์ที่สุด เผยไม่มีการขัดแข้งขัดขากัน พร้อมรับเสียงตำหนิ ปชช.มาแก้ปัญหา
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม
นายกรัฐมนตรี ระบุว่า วันนี้เป็นการประชุมครั้งแรก แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและการรับทราบสภาวะปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นจากอุทกภัยน้ำท่วมที่เกิดขึ้นทั้งในกรุงเทพและจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงจังหวัดอื่นๆทั่วประเทศที่ เกิดน้ำหลาก
อย่างไรก็ตาม วันนี้ที่ตนนัดประชุมครั้งแรก ไม่ใช่เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพเท่านั้น แต่เรามีผู้ว่าบริหารจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากทั่วประเทศมาร่วมประชุม จุดมุ่งหมายจะต้องอุดรอยรั่วและเติมเต็มภารกิจซึ่งกันและกันให้สมบูรณ์ที่สุด เพราะสิ่งสำคัญที่สุดเวลานี้ คือการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการดูแลสวัสดิภาพความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งตั้งแต่เกิดเหตุมา ตนขอบคุณทุกหน่วยงานทั้งจากฝ่ายข้าราชการประจำ กองทัพ จืตอาสาสมัครต่างๆ ที่เข้าดูแลประชาชน จนทำให้การช่วยเหลือพวกของพวกเขาได้ได้รับการดูแลในระดับที่เราใส่ใจ
ส่วนผลกระทบที่เกิดขึ้นในช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา ได้มีการเข้าไปดำเนินการดูแลประชาชนและแก้ไขสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี และตนได้ดูลงพื้นที่ซึ่งเห็นหลายพื้นที่ได้เห็นสภาพความเดือดร้อนของพื้นที่ประสบภัย จึงมาประสานงานร่วมกับทุกหน่วยงาน แต่ก็ต้องยอมรับว่าเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เสียงตำหนิและเสียงว่าจากที่น้องประชาชน เราต้องมองว่าในสภาวะขณะนี้ เราต้องยอมรับและให้กำลังใจพวกเขา ซึ่งเป็นความต้องการของพวกเขาที่สะท้อนออกมาเพื่อให้นำไปหาวิธีการที่จะตอบสนองความต้องการของพวกเขาให้มากที่สุดเท่าที่จำได้
ส่วนตัวได้ไปเผชิญมากับทุกสถานการณ์ ฉะนั้นก็ขอกราบเรียนทุกคนว่า ทุกคนควรมีความใจกว้าง อดทนและอย่าไปถือสาในเรื่องของคำพูดต่างๆ แต่ตรงกันข้ามขอนำสิ่งเหล่านั้นกลับมาหาหนทางในการแก้ไขปัญหาให้พวกเขาเพื่อทำให้การตอบสนองซึ่งกันและกันจะได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ก่อนย้ำว่า สถานการณ์เช่นนี้เป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งหากทำให้ข้อมูลข่าวสารเข้าถึงก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง แต่น้ำท่วมนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะเมื่อปี 2554 ก็มีการตั้งศูนย์บัญชาการเช่นนี้ ซึ่งผ่านไปกว่า 15 ปีแล้ว ฉะนั้นการที่ทุกหน่วยงานมาร่วมประชุมกันก็จะทำให้ทั่วประเทศได้รับข้อมูลข่าวสารรวมถึงสภาวะความเป็นไป และความพร้อมของสถานพยาบาลที่จะดูแลผู้ป่วย ซึ่งทุกอย่างเมื่อลงมาศูนย์ก็จะสามารถประคับประคองและควบคุมสถานการณ์ได้
พร้อมยอมรับว่า ไม่ต้องกังวลว่าคนไหนจะทำอะไรโดยที่อีกฝ่ายไม่รับทราบ ก่อนยกตัวอย่างว่าถ้าไม่มีการประสานหรือเชื่อมต่อกัน กทม. จะต้องเดือดร้อนและฟังประชาชนทุกวัน ขณะที่ชลประทานจะต้องปล่อยน้ำจากเขื่อนทุกวัน ทำให้ทรัพยากรทั้งหลายสูญเปล่า ฉะนั้นศูนย์แห่งนี้คือการบูรณาการทำงานร่วมกัน
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews