โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘พริษฐ์’ ชี้คำวินิจฉัยประธานศาลอุทธรณ์ ตอกย้ำคดีโกง สว. ต้องไม่ถูกตัดตอนแค่ 77 คน

ไทยโพสต์

อัพเดต 8 พฤศจิกายน 2569 เวลา 1.19 น. • เผยแพร่ 51 นาทีที่แล้ว

"พริษฐ์" ลั่นคดีโกง สว. ไม่จบแค่ 77 คน ชี้คำวินิจฉัยประธานศาลอุทธรณ์เปิดทาง "ประชาชนทุกคนคือผู้เสียหาย" ฟ้อง กกต. ม.157 ได้เอง จี้สอบลึกถึงบงการสีน้ำเงิน-ตัดตอนไม่ได้

7 พฤศจิกายน 2569 - นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงความคืบหน้าการเอาผิดผู้ที่ร่วมอยู่ในขบวนการโกง สว. ว่า หลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เสียงข้างมากมีมติสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาเพียงแค่ 77 คนเมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา ตนได้ยืนยันมาโดยตลอดว่าคดีโกง สว. จะจบลงเพียงแค่นั้นไม่ได้ เพราะมติดังกล่าวขัดต่อทั้งหลักการ หลักกฎหมาย และพยานหลักฐาน อีกทั้งยังเป็นมติที่จงใจ 'มองไม่เห็นช้างทั้ง 3 ตัว ได้แก่ ความเป็นขบวนการจัดตั้งขนาดใหญ่, ความเชื่อมโยงกับพรรคภูมิใจไทย และบรรทัดฐานและมาตรฐานที่ กกต. เคยใช้ดำเนินการในอดีต

นายพริษฐ์ระบุว่า คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ในวันนี้ ยิ่งเป็นเครื่องตอกย้ำว่าคดีโกง สว. จะไม่จบลงง่ายๆ สำหรับบุคคลอีก 2 กลุ่ม นอกเหนือจากกลุ่มผู้ถูกกล่าวหา 77 คนแรกที่ กกต. มีมติสั่งฟ้อง ได้แก่ กลุ่มที่ 1 คือ กกต. สีน้ำเงิน โดยพริษฐ์ชี้ว่า ก่อนหน้านี้หลายฝ่ายมีความกังวลว่าการดำเนินคดีเอาผิดกับ กกต. ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จะถูกจำกัดให้ต้องดำเนินการผ่านคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เท่านั้น ซึ่งนำมาสู่ความกังวลว่า ในเมื่อทั้ง ป.ป.ช. และ กกต. ต่างมีที่มาจากการเห็นชอบของ สว. สีน้ำเงินชุดเดียวกัน ป.ป.ช. จะดำเนินการตรวจสอบ กกต. อย่างตรงไปตรงมาหรือไม่

อย่างไรก็ดี คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ล่าสุด ไม่เพียงแต่รับรองสิทธิของผู้เสียหายในการยื่นฟ้อง กกต. ตรงไปยังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบเท่านั้น แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าคือ ศาลได้ให้นิยามคำว่า ผู้เสียหาย จากการโกง สว. ว่าครอบคลุมถึง 'ประชาชนคนไทยทุกคน' ที่ถูกพรากอำนาจอธิปไตยไป ซึ่งหมายความว่าจากเดิมที่คาดกันว่าผู้ที่จะมีสิทธิฟ้อง กกต. ต่อศาลโดยตรงได้ มีเพียง สว. สำรอง หรือผู้สมัคร สว. เท่านั้น แต่ในปัจจุบัน ประชาชนทั่วไปทุกคนก็มีสถานะเป็นผู้เสียหายและสามารถฟ้องร้องดำเนินคดีกับ กกต. ได้ด้วยตนเอง

ดังนั้น ทันทีที่ กกต. เปิดเผยคำวินิจฉัยฉบับเต็มเกี่ยวกับมติเมื่อวันที่ 14 ก.ย.อย่างเป็นทางการ ซึ่งตามกรอบกฎหมายจะต้องเผยแพร่ภายใน 60 วัน หรือภายในวันที่ 13 พฤศจิกายนนี้ พฤติการณ์การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของ กกต. ก็จะปรากฏต่อสาธารณะอย่างชัดเจน และคำวินิจฉัยฉบับนี้จะเป็นเอกสารหลักฐานชิ้นสำคัญที่ประชาชนสามารถนำไปใช้เป็นสารตั้งต้นในการยื่นฟ้อง กกต. ต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ ต่อไป

ส่วนกลุ่มที่ 2 คือ นักการเมืองสีน้ำเงินที่อยู่เบื้องหลัง พริษฐ์กล่าวว่า เมื่อ กกต. ยื่นคำร้องสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหา 77 คนไปยังศาลฎีกา ซึ่งจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับแต่วันที่จัดทำคำวินิจฉัยเสร็จ (หรือภายในวันที่ 12 ม.ค. 2570) ศาลฎีกาจะมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 226 ในการสั่งไต่สวนข้อเท็จจริงและแสวงหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้ ซึ่งหากกระบวนการไต่สวนของศาลปรากฏพยานหลักฐานชัดเจนว่ามีผู้กระทำความผิดคนอื่นร่วมขบวนการด้วย เช่น ผู้ดำรงตำแหน่งระดับนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรี, สส. หรือกรรมการบริหารพรรคการเมือง กกต. ย่อมมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องถือว่าข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็น ความปรากฏ และต้องมีมติสั่งฟ้องกลุ่มบุคคลระดับแกนนำดังกล่าวเพิ่มเติมไปยังศาลฎีกา

พริษฐ์กล่าวย้ำว่า หากในห้วงเวลานั้น กกต. กำลังเผชิญหน้ากับการถูกประชาชนฟ้องร้องต่อศาลคดีทุจริตฯ ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กกต. ก็คงต้องคิดให้รอบคอบและหนักหน่วง หากจะกระทำการใดๆ ที่เป็นการละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบซ้ำสองเพื่อตัดตอนคดี

"อาชญากรรมทางประชาธิปไตยครั้งนี้ จะต้องไม่ถูกตัดตอนให้เหลือการเอาผิดแค่ 77 คน" นายพริษฐ์กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...