โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“จีน” ชูผลงานปราบสแกมเมอร์เอเชีย อ้างกวาดล้างฐานใหญ่ในเมียนมาหมดแล้ว

การเงินธนาคาร

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

"จีน" เผยปฏิบัติการร่วมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ช่วยสกัดแก๊งสแกมเมอร์ได้ผล ขณะที่ Interpol เตือนเครือข่ายอาชญากรรมแตกตัวเป็นฐานขนาดเล็ก ติดตามยากขึ้น

วันที่ 23 กันยายน 2569 เวลา 12.38 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เจ้าหน้าที่ความมั่นคงระดับสูงของจีน ระบุว่า ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายร่วมกันในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประสบความสำเร็จในการควบคุมปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ในภูมิภาค พร้อมชูแนวทางแบบจีนเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการรับมือเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์

หยาง เว่ยหลิน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีน กล่าวในการประชุมนานาชาติว่าด้วยการต่อต้านการหลอกลวงออนไลน์ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันพุธว่า หลังจากใช้เวลาหลายปีดำเนินมาตรการอย่างเข้มข้น จีนได้พัฒนาแนวทางของตนเองในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

หยาง ระบุว่า การปราบปรามร่วมกันในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมกล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างจีนกับเมียนมาสามารถกวาดล้างฐานโทรคมนาคมหลอกลวงขนาดใหญ่ได้ทั้งหมด ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเมียนมา

เขาอธิบายว่าแนวทางแบบจีนให้ความสำคัญกับประชาชนเป็นศูนย์กลาง ควบคู่กับการยกระดับการวิจัยเฉพาะทาง การใช้เทคโนโลยี และการกระชับความร่วมมือระหว่างประเทศ

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลปักกิ่งทำงานร่วมกับประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเพื่อนำตัวผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมไซเบอร์หลายหมื่นคนกลับจีน ขณะที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้เรียกร้องต่อผู้นำประเทศต่าง ๆ โดยตรงให้เร่งจัดการปัญหาดังกล่าว

หนึ่งในคดีสำคัญ คือ การส่งตัว เฉิน จื้อ ประธาน Prince Group ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นหนึ่งในผู้บงการเครือข่ายสแกมเมอร์ หลังถูกจับกุมในกัมพูชาและส่งตัวกลับจีนเมื่อเดือนมกราคม โดยสหรัฐเคยต้องการตัวเขาเช่นกัน และได้คว่ำบาตรบริษัทที่เกี่ยวข้องจากข้อกล่าวหาว่ามีความเชื่อมโยงกับการฉ้อโกงทางไซเบอร์

อย่างไรก็ตาม การประกาศความสำเร็จของจีนสวนทางกับคำเตือนจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศและองค์กรติดตามสิทธิมนุษยชน ซึ่งระบุว่า เครือข่ายอาชญากรรมกำลังปรับตัวอย่างรวดเร็ว

แม้ทางการในภูมิภาคระบุว่า ศูนย์สแกมเมอร์ขนาดใหญ่หลายแห่งในกัมพูชาและเมียนมาถูกกวาดล้างแล้ว แต่เครือข่ายเหล่านี้กลับแตกตัวเป็นกลุ่มขนาดเล็กและย้ายฐานปฏิบัติการไปยังแอฟริกาตะวันตกและเอเชียใต้มากขึ้น ขณะที่ความเสียหายจากการหลอกลวงทั่วโลกถูกประเมินว่าสูงถึงประมาณ 440,000 ล้านดอลลาร์

คณะกรรมาธิการทบทวนเศรษฐกิจและความมั่นคงสหรัฐ-จีน ซึ่งทำหน้าที่ติดตามและให้คำแนะนำต่อสภาคองเกรสเกี่ยวกับประเด็นความมั่นคงในความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ระบุว่า การปราบปรามศูนย์สแกมเมอร์ในประเทศอย่างกัมพูชา ทำให้อาชญากรจีนบางส่วนเดินทางกลับประเทศและเปลี่ยนไปดำเนินงานในขนาดเล็กลง โดยมุ่งหลอกลวงชาวต่างชาติเท่านั้น

ด้านนิโคลัส คอร์ต ผู้อำนวยการฝ่ายประสานงานคณะทำงานขององค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ (Interpol) ซึ่งเข้าร่วมการประชุมเดียวกัน เปิดเผยว่า จำนวนประกาศของ Interpol ที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

คอร์ต ระบุว่า ศูนย์สแกมเมอร์ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังเปลี่ยนจากศูนย์ขนาดใหญ่ไปเป็นฐานขนาดเล็กจำนวนมาก ซึ่งติดตามตรวจสอบได้ยากกว่าเดิม สะท้อนว่ามาตรการบังคับใช้กฎหมายกำลังสร้างผลกระทบต่อเครือข่ายเหล่านี้ แต่การฉ้อโกงยังคงเป็นอาชญากรรมที่มีปริมาณมากที่สุดประเภทหนึ่งของโลก

ขณะที่ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศหลีกเลี่ยงการกล่าวโทษ การทำให้ประเด็นดังกล่าวกลายเป็นเรื่องการเมือง และการใช้มาตรการบีบบังคับฝ่ายเดียว โดยระบุว่าแนวทางเหล่านี้อาจบั่นทอนอธิปไตยของรัฐและทำลายความร่วมมือที่จำเป็นต่อการจัดการเครือข่ายอาชญากรรมที่มีความซับซ้อน

กัมพูชายังกล่าวหาว่าไทยใช้ประเด็นอาชญากรรมไซเบอร์เป็นเหตุผลสนับสนุนการรุกล้ำดินแดนบริเวณชายแดน ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาของฝ่ายกัมพูชาตามที่รายงานในข่าวต้นฉบับ

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจจีน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...