“รมว.ดีอี” ร่วมเวที Microsoft ชู Safety-by-Design สร้างการรู้เท่าทัน AI ปลอดภัย–รับผิดชอบ
รมว.ดีอี ร่วมเวทีเสวนา Microsoft Safeguarding the AI Generation หนุนแนวทาง Safety-by-Design สร้างการรู้เท่าทัน AI อย่างปลอดภัยและมีความรับผิดชอบ
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมการอภิปรายในหัวข้อ Safeguarding the AI Generation: Confronting Image-Based Abuse – From Harm to Prevention Panel 2 : Preventing Future Harm: Image-Based Abuse in the Age of AI ซึ่งจัดขึ้นโดย บริษัท ไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น สหรัฐอเมริกา ในห้วงการติดตามคณะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 (The 81st Session of the United Nations General Assembly - UNGA81) ณ อาคาร One Dag Hammarskjold นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
ในโอกาสนี้รมว.ดีอี ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นในประเด็นการรับมือความเสียหายจากภัยคุมคามออนไลน์ ที่เกิดขึ้นจากการหลอกลวงในรูปแบบต่างๆ ภายใต้การใช้เทคโนโลยี AI ว่า สำหรับประเทศไทยเรื่องของเทคโนโลยี AI ในเชิงบวกคือ เทคโนโลยีที่ช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับผู้ประกอบการ SMEs ยกระดับการให้บริการภาครัฐ และเพิ่มโอกาสให้กับประชาชนนับล้านสามารถเข้าถึงโอกาสใหม่ ๆ ได้เป็นครั้งแรก
ขณะเดียวกัน AI กำลังทำให้ภัยคุกคามบนโลกออนไลน์มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะความเสี่ยงสำคัญในอีก 3–5 ปี ข้างหน้า คือ การที่ประชาชนจะแยกแยะได้ยากขึ้นว่า “อะไรจริง อะไรปลอม” จาก AI-generated images, deepfake videos และ voice cloning ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการหลอกลวง สวมรอย คุกคาม หรือแสวงหาประโยชน์ จากเด็กและกลุ่มเปราะบาง เรื่องนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์เท่านั้น แต่เป็นเรื่องของความไว้วางใจในโลกดิจิทัล ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีระบบการตรวจสอบยืนยันตัวตนและความน่าเชื่อถือของเนื้อหาที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้รัฐบาลต้องดำเนินการเชิงรุก โดยไม่รอให้เกิดความเสียหายแล้วจึงออกมาตรการ แต่ต้องคาดการณ์ความเสี่ยงล่วงหน้า ผ่านการบูรณาการความร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยี แพลตฟอร์ม นักวิจัย ธนาคาร และผู้ให้บริการโทรคมนาคม รวมถึงดำเนินการทดสอบสถานการณ์จริงผ่าน Regulatory sandbox และ controlled pilot ที่จะช่วยให้เข้าใจทั้งโอกาสและความเสี่ยง โดยมีเป้าหมายเพื่อทำให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จาก AI ได้อย่างเต็มที่ พร้อมกับความเชื่อมั่นที่ว่าสภาพแวดล้อมดิจิทัลรอบตัวมีความปลอดภัยและน่าเชื่อถือ
ในส่วนของประเทศไทย จากการดำเนินงานของ AOC 1441 แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานรัฐและภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อรับมือกับปัญหาอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ ซึ่งก้าวต่อไปคือการยกระดับการตอบสนองอย่างรวดเร็ว ไปสู่การเตรียมการป้องกันล่วงหน้าก่อนที่ความเสียหายจะเกิดขึ้น
“ไทยสนับสนุนหลัก Safety-by-Design หรือการออกแบบเทคโนโลยี AI ให้ปลอดภัยตั้งแต่ต้นทาง ยิ่งเราตรวจพบความเสี่ยงร่วมกันได้เร็วเท่าไร เราก็ยิ่งมีโอกาสป้องกันความเสียหายได้มากขึ้นเท่านั้น ไม่ใช่รอแก้ไขภายหลังจากที่เกิดความเสียหายแล้ว ผ่านการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ แพลตฟอร์ม ผู้พัฒนา AI ภาคโทรคมนาคม สถาบันการเงิน และผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งมีการสร้างความสมดุลระหว่างหลักเกณฑ์ กฎระเบียบ การกำกับดูแลตามระดับความเสี่ยง ภายใต้การคุ้มครองประชาชนโดยไม่สร้างภาระเกินจำเป็นหรือปิดกั้นโอกาสในการสร้างนวัตกรรมที่มีความรับผิดชอบ โดยท้ายที่สุดแล้ว Safety-by-Design ไม่ควรถูกมองว่าเป็นอุปสรรคต่อนวัตกรรม” รมว.ดีอี กล่าว
อย่างไรก็ตามการสร้างความตระหนักรู้ การรู้เท่าทันดิจิทัลให้กับประชาชน ในยุคเทคโนโลยี AI นั้นต้องมากกว่าการใช้เทคโนโลยีเป็น แต่ต้องรู้เท่าทันกลโกง ปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล ตั้งคำถามต่อสิ่งที่เห็นและได้ยิน และต้องเข้าใจว่า AI อาจถูกใช้เพื่อสร้างหรือดัดแปลงเนื้อหาได้ โดยมีหลักการพื้นฐานที่สำคัญ คือ หยุด ตั้งคำถาม และตรวจสอบ
“เป้าหมายของเราไม่ใช่การทำให้ประชาชนหวาดกลัวที่จะใช้งาน AI แต่ต้องการทำให้ประชาชนมีความรู้และความมั่นใจมากเพียงพอที่จะใช้ AI ได้อย่างปลอดภัยและมีความรับผิดชอบ สามารถปรับตัวไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และเพื่อให้โอกาสที่ถูกกล่าวถึงในข้างต้น เป็นโอกาสที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและมีส่วนร่วมได้อย่างแท้จริง” รมว.ดีอี กล่าวในตอนท้าย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : กระทรวงดีอี เล็งตัดสิทธิ “บัตรทอง 30 บาท” คนขายบัญชีม้า ตัดวงจรอาชญากรรมไซเบอร์