โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เมียหลวงเดือดจัด ดูไลฟ์เห็นคาตา ผัวตำรวจพากิ๊กสาวเข้ารีสอร์ต

Amarin TV

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เมียหลวงเดือดจัด ดูไลฟ์เห็นคาตา บอยนักสืบ เผยเบื้องหลังภารกิจตามผัวตำรวจพากิ๊กสาวเข้ารีสอร์ต ก่อนบานปลาย หลักฐาน100%พัง ลั่นงดรายงานเรียลไทม์

เมียหลวงเดือดจัด ดูไลฟ์เห็นคาตา บอยนักสืบ เผยเบื้องหลังภารกิจตามผัวตำรวจพากิ๊กสาวเข้ารีสอร์ต ก่อนบานปลาย หลักฐาน100%พัง ลั่นงดรายงานเรียลไทม์

วันที่ 23 ก.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานเบื้องหลังปฏิบัติการลับของทีมงาน "บอยนักสืบ"สะกดรอยตามพฤติกรรมสามีตำรวจ ซึ่งภรรยาสงสัยว่าแอบไปมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับพนักงานหญิงในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง

บอยนักสืบ ระบุว่า ได้ลงพื้นที่เฝ้าติดตามพฤติกรรมอย่างต่อเนื่องจนรวบรวมพยานหลักฐานได้แน่นหนากว่า 90%

จนเมื่อช่วงดึกวันที่ 22 ก.ย. ที่ผ่านมา พบฝ่ายสามีได้นัดหมายหญิงชู้ และเดินทางด้วยรถโดยสารผ่านแอปพลิเคชันแกร็บ มุ่งหน้าไปยังรีสอร์ตแห่งหนึ่ง ชุดสะกดรอยของ "บอยนักสืบ" จึงได้สะกดรอยติดตามไปอย่างกระชั้นชิด และสามารถบันทึกภาพหลักฐานสำคัญขณะที่ทั้งคู่เดินเข้าพักภายในรีสอร์ตได้อย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างปฏิบัติการงาน ภรรยาซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างได้โทรศัพท์ติดต่อเข้ามายังทีมงาน ร้องขอให้ "ไลฟ์สด" เหตุการณ์ เนื่องจากต้องการเห็นการทำงาน และสถานการณ์จริงในขณะนั้น

ทีมงานจึงตัดสินใจเปิดไลฟ์สดตามคำขอ และเมื่อเดินเข้าใกล้บริเวณหน้าห้องพัก จนกระทั่งได้ยินเสียงกิจกรรมภายในห้องอย่างชัดเจน

เหตุการณ์กลับบานปลายขึ้นเมื่อฝ่ายภรรยาที่รับชมไลฟ์สดอยู่ เกิดอารมณ์โกรธแค้นอย่างรุนแรง และเดินทางมายังจุดเกิดเหตุทันที เพื่อเผชิญหน้าสามีและหญิงชู้ จนทำให้สถานการณ์วิกฤต และเสี่ยงต่อความปลอดภัย ทำให้บอยนักสืบต้องตัดสินใจถอย ถอนกำลังออกจากพื้นที่ เพื่อลดความขัดแย้งทันที โดยยังไม่ทันได้ถ่ายบันทึกภาพตอนสามีพาหญิงชู้ออกจากห้องพัก ซึ่งจะทำให้หลักฐานในคดีฟ้องชู้ครั้งนี้สมบูรณ์ 100%

จากบทเรียนในครั้งนี้ บอยนักสืบ ได้ส่งข้อความแจ้งผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์ไปยังภรรยาผู้ว่าจ้าง ยืนยันถึงนโยบายการทำงานใหม่ว่า

"ต่อจากนี้ตนจะไม่มีการอัปเดตหรือรายงานผลแบบเรียลไทม์ระหว่างปฏิบัติงานโดยเด็ดขาด"

เนื่องจากการไลฟ์สดหรือการรายงานสดขณะเกิดเหตุ จะส่งผลให้ผู้ว่าจ้างขาดสติ ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ จนกระทบต่อแผนการทำงาน ความปลอดภัยของทีมงาน และอาจทำให้หลักฐานสำคัญในคดีต้องเสียไปโดยปริยาย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...