โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิด 77 นโยบายประกันสังคมก้าวหน้า เพิ่มสิทธิบำนาญ-สวัสดิการ

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 48 นาทีที่แล้ว
เปิดรายละเอียด 77 นโยบายทีมประกันสังคมก้าวหน้า ครอบคลุมเงินบำนาญ สิทธิว่างงาน ค่ารักษาพยาบาล เงินสงเคราะห์บุตร และการบริหารกองทุน ตั้งเป้าผลักดันภายใน 2 ปี

เปิด 77 นโยบายประกันสังคมก้าวหน้า มีอะไรบ้าง ผู้ประกันตนได้ประโยชน์อย่างไร?

ทีมประกันสังคมก้าวหน้าเปิดตัวข้อเสนอปฏิรูประบบประกันสังคมรวม 77 นโยบาย ภายใต้เป้าหมายยกระดับสิทธิประโยชน์ผู้ประกันตน ควบคู่กับการปรับปรุงระบบบริหารจัดการกองทุนให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น โดยกำหนดกรอบเวลาผลักดันตั้งแต่ 7 วันแรก ภายใน 1 ปี และภายใน 2 ปี

นโยบายทั้งหมดแบ่งออกเป็น 2 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านบริหาร 42 นโยบาย และด้านสวัสดิการ 35 นโยบาย ครอบคลุมตั้งแต่การจัดสรรงบประมาณ การลงทุนกองทุนประกันสังคม การพัฒนาระบบบริการออนไลน์ ไปจนถึงการเพิ่มเงินบำนาญ สิทธิว่างงาน เงินสงเคราะห์บุตร และบริการรักษาพยาบาล

ข้อเสนอดังกล่าวจัดทำขึ้นภายใต้แนวคิดที่ว่า หากทีมประกันสังคมก้าวหน้ามีตัวแทน 14 เสียงในคณะกรรมการประกันสังคม จะสามารถผลักดันการเปลี่ยนแปลงด้านใดได้บ้าง

อย่างไรก็ตาม ทั้ง 77 นโยบายยังอยู่ในสถานะข้อเสนอของทีมประกันสังคมก้าวหน้า ไม่ใช่สิทธิประโยชน์ที่มีผลบังคับใช้ทั้งหมด โดยบางเรื่องจำเป็นต้องผ่านการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การปรับแก้กฎหมาย หรือกระบวนการอนุมัติตามขั้นตอน

นโยบายทั้งหมด

77 ข้อ

รวม 11 หมวด

เป้าหมายผลักดัน

2 ปี

ตามกรอบเวลาของผู้เสนอ

ด้านบริหาร

42 ข้อ (54.5%)

ด้านสวัสดิการ

35 ข้อ (45.5%)

42 นโยบายด้านบริหาร ปรับงบประมาณ เปิดข้อมูล และพัฒนากองทุน

นโยบายด้านบริหารแบ่งออกเป็น 6 หมวด รวม 42 ข้อ โดยมุ่งเน้นการบริหารเงินกองทุน การกำหนดงบประมาณ การพัฒนาระบบเทคโนโลยี การปรับปรุงกฎหมาย และการเพิ่มบทบาทของผู้ประกันตนในการตรวจสอบการดำเนินงาน

1. หมวดงบประมาณ 10 นโยบาย

ข้อเสนอด้านงบประมาณมุ่งควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารสำนักงานประกันสังคม และจัดสรรทรัพยากรให้เกิดประโยชน์กับผู้ประกันตนมากขึ้น

  • จำกัดงบบริหารสำนักงานประกันสังคมไม่เกิน 3% ของรายรับต่อปี จากกรอบเดิมที่เว็บไซต์ระบุว่าไม่เกิน 10% ตั้งเป้าภายใน 7 วัน

  • ติดตามหนี้เงินสมทบของรัฐบาล โดยให้รายงานความคืบหน้าในการประชุมคณะกรรมการประกันสังคมทุกครั้ง ภายใน 7 วัน

  • เปิดเผยงบศึกษาดูงานและงบอุดหนุนโครงการ พร้อมจัดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ภายใน 7 วัน

  • เปิดโอกาสให้ผู้ประกันตนร่วมเสนอความคิดเห็นในการจัดทำงบประมาณโครงการต่าง ๆ ภายใน 1 ปี

  • พัฒนาสวัสดิการและระบบเงินเกษียณของพนักงานสำนักงานประกันสังคมให้สอดคล้องกับกฎหมายแรงงาน ภายใน 1 ปี

  • จัดทำงบประมาณฐานศูนย์ โดยพิจารณาจากความจำเป็นของโครงการ ไม่ยึดตัวเลขงบประมาณปีก่อน ภายใน 1 ปี

  • เปิดเผยรายละเอียดโครงการวงเงินตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไป รวมถึงงบอุดหนุน เพื่อให้สาธารณชนตรวจสอบ ภายใน 1 ปี

  • ผลักดันระบบเงินสมทบแบบก้าวหน้า ให้รัฐบาลและนายจ้างร่วมสมทบตามสัดส่วนฐานเงินเดือน ภายใน 2 ปี

  • พัฒนาการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมผ่านระบบออนไลน์ หรือ E-Vote โดยให้สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) ดูแล ตั้งเป้าลดงบเลือกตั้งกว่า 300 ล้านบาท ภายใน 2 ปี

  • ลดค่าใช้จ่ายในการบริหารสำนักงานปีละ 1,000 ล้านบาท ให้เหลือประมาณ 3,000 ล้านบาท ภายใน 2 ปี

2. หมวดเทคโนโลยีและบริการ 10 นโยบาย

กลุ่มนโยบายนี้มุ่งลดต้นทุนด้านเทคโนโลยีและเพิ่มความสะดวกให้ผู้ประกันตนสามารถใช้บริการผ่านช่องทางออนไลน์ได้มากขึ้น

  • ลดกรอบงบประมาณด้านเทคโนโลยีสารสนเทศจาก 1,500 ล้านบาท เหลือไม่เกิน 300 ล้านบาท ภายใน 7 วัน

  • ใช้ระบบเทคโนโลยีส่วนกลางของภาครัฐและร่วมมือกับหน่วยงานอื่น แทนการลงทุนพัฒนาระบบเอง ภายใน 7 วัน

  • เปิดเผยข้อมูลผ่านระบบ Open Data และ API เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงและนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ภายใน 1 ปี

  • กำหนดให้การจัดจ้างพัฒนาระบบใหม่ใช้เทคโนโลยี Open Source เป็นมาตรฐาน ภายใน 1 ปี

  • ผลักดันนโยบาย Cloud-first เพื่อลดต้นทุนการลงทุนและดูแลโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที ภายใน 1 ปี

  • ออกแบบบริการดิจิทัลให้รองรับคนพิการ ผู้ใช้หลายภาษา และประชาชนทุกกลุ่ม ภายใน 1 ปี

  • ปรับที่ตั้งสำนักงานประกันสังคมสาขาไปยังย่านธุรกิจและนิคมอุตสาหกรรม โดยใช้พื้นที่เช่าแทนการซื้อที่ดินสร้างอาคาร ภายใน 1 ปี

  • พัฒนาระบบให้บริการประกันสังคมผ่านช่องทางออนไลน์ได้ 99% ของบริการทั้งหมด ภายใน 2 ปี

  • จัดทำระบบร้องเรียนออนไลน์ที่สามารถติดตามความคืบหน้าได้ ทั้งกรณีบริการทางการแพทย์และสำนักงานสาขา ภายใน 2 ปี

  • จัดตั้งระบบบริการแรงงานแบบเบ็ดเสร็จ เชื่อมโยงข้อมูลหน่วยงานรัฐ เพื่อให้ขึ้นทะเบียน ส่งเงินสมทบ และดำเนินธุรกรรมว่างงานได้ในจุดเดียว ภายใน 2 ปี

3. หมวดกฎหมาย 4 นโยบาย

  • ปรับโครงสร้างธรรมาภิบาลของสำนักงานประกันสังคมให้มีความเชื่อมโยงกับประชาชนมากขึ้น ตั้งเป้าเริ่มผลักดันภายใน 7 วัน

  • ยกเลิกข้อยกเว้นด้านอาชีพภายใต้กฎหมายประกันสังคม เพื่อขยายความครอบคลุมของระบบ ภายใน 1 ปี

  • ปรับปรุงระเบียบการลงทุนและการหาประโยชน์จากกองทุน เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและผลตอบแทน ภายใน 1 ปี

  • ผลักดันระบบประกันสังคมถ้วนหน้าที่บริหารโดยตัวแทนประชาชน ภายใน 2 ปี

4. หมวดบริการทางการแพทย์ 5 นโยบาย

  • ให้คณะกรรมการประกันสังคมประชุมร่วมกับคณะกรรมการการแพทย์ทุกครั้งที่มีวาระปรับนโยบาย ตั้งเป้าภายใน 7 วัน

  • เพิ่มมาตรการจัดการสถานพยาบาลคู่สัญญาที่เรียกเก็บเงินเพิ่มเติมหรือไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง ภายใน 1 ปี

  • จัดทำแผนที่โรงพยาบาลและร้านยาที่ให้บริการผู้ประกันตน เพื่อค้นหาสถานพยาบาลใกล้ตัว ภายใน 1 ปี

  • ปรับระบบค่ารักษาพยาบาลเพื่อลดการสำรองจ่าย เช่น ค่าคลอดบุตร การบำบัดทดแทนไต และโรคร้ายแรง ภายใน 1 ปี

  • เปิดเผยข้อมูลสรุปข้อร้องเรียนด้านบริการรักษาพยาบาลทุกไตรมาส ภายใน 2 ปี

5. หมวดการลงทุน 5 นโยบาย

  • ตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบความผิดพลาดด้านการลงทุนของกองทุน รวมถึงการส่งข้อมูลเพื่อดำเนินคดีหากพบการกระทำผิด ภายใน 7 วัน

  • ปรับโครงสร้างพอร์ตลงทุนตามกรอบ 60:40 เพิ่มการลงทุนต่างประเทศ และกำหนดสินทรัพย์ทางเลือก 15% ภายใน 1 ปี

  • เปิดเผยข้อมูลพอร์ตการลงทุนของกองทุนประกันสังคมผ่านเว็บไซต์ ให้ประชาชนตรวจสอบได้ ภายใน 1 ปี

  • ปรับโครงสร้างการบริหารเงินลงทุนให้เป็นมืออาชีพ มีความโปร่งใส และมีความเป็นอิสระจากระบบราชการมากขึ้น ภายใน 1 ปี

  • เพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนของกองทุนประกันสังคมในระยะยาวอย่างเป็นระบบ ภายใน 2 ปี

สำหรับแนวทางพอร์ต 60:40 เว็บไซต์ไม่ได้แจกแจงสัดส่วนสินทรัพย์ทั้งสองประเภทไว้อย่างชัดเจน จึงต้องรอรายละเอียดประกอบก่อนสรุปรูปแบบการลงทุน

6. หมวดเปิดเผยข้อมูลและการมีส่วนร่วม 8 นโยบาย

  • ถ่ายทอดสดการประชุมคณะกรรมการประกันสังคมและคณะอนุกรรมการทุกชุด ภายใน 7 วัน

  • เปิดเผยบันทึกการประชุมและมติคณะกรรมการประกันสังคมต่อสาธารณะ ภายใน 7 วัน

  • ให้สำนักงานประกันสังคมในแต่ละพื้นที่สำรวจปัญหาและความคิดเห็นของผู้ประกันตน เพื่อนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ภายใน 7 วัน

  • เปิดเผยฐานข้อมูลเกี่ยวกับผู้ประกันตน ข้อมูลเชิงพื้นที่ การจ่ายสิทธิประโยชน์ เงินเดือน และการจ้างงาน ภายใน 1 ปี

  • พัฒนาระบบประชาพิจารณ์ออนไลน์ที่ยืนยันตัวตนผู้ประกันตนได้ ภายใน 1 ปี

  • เปิดให้ผู้ประกันตนลงทะเบียนเข้าสังเกตการณ์การประชุมคณะกรรมการ เริ่มจากการประชุมบอร์ดใหญ่และการพิจารณางบประมาณ ภายใน 1 ปี

  • สนับสนุนทุนการศึกษา การอบรม และงานวิจัยเกี่ยวกับประกันสังคมและรัฐสวัสดิการ ภายใน 2 ปี

  • ส่งเสริมการรวมกลุ่มและการเจรจาต่อรองร่วมของแรงงานทุกรูปแบบการจ้างงาน ภายใน 2 ปี

35 นโยบายด้านสวัสดิการ เพิ่มเงินบำนาญ สิทธิว่างงาน และดูแลครอบครัว

อีกหนึ่งส่วนสำคัญคือข้อเสนอด้านสวัสดิการจำนวน 35 นโยบาย แบ่งเป็น 5 หมวด ครอบคลุมผู้ประกันตนวัยทำงาน ผู้ว่างงาน ครอบครัวที่มีบุตร ผู้ป่วย และผู้เตรียมเข้าสู่วัยเกษียณ

7. หมวดครอบครัวและเยาวชน 4 นโยบาย

  • ขยายเงินสงเคราะห์บุตรครอบคลุมเด็กอายุ 7–12 ปี ในอัตราปีละ 12,000 บาท พร้อมข้อเสนอเพิ่มเป็น 13,400 บาทกรณีมีบุตรพร้อมกัน 2 คน โดยยังต้องชี้แจงรายละเอียดอัตราดังกล่าว ภายใน 1 ปี

  • เพิ่มเงินช่วยเหลือค่าเล่าเรียนบุตรระดับมัธยมศึกษา ปีละ 5,000 บาท สำหรับบุตรอายุไม่เกิน 15 ปี ภายใน 1 ปี

  • เสนอค่าคลอดบุตร 17,500 บาท และค่าฝากครรภ์ 4,300 บาท โดยไม่ต้องสำรองจ่าย ภายใน 1 ปี

  • สนับสนุนการจัดตั้งศูนย์เลี้ยงเด็กใกล้สถานที่ทำงาน ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภายใน 2 ปี

8. หมวดว่างงานและพัฒนาแรงงาน 8 นโยบาย

  • เพิ่มเงินทดแทนกรณีลาออกจากงานเป็น 60% ของค่าจ้างเฉลี่ย ระยะเวลาไม่เกิน 90 วันต่อปี ภายใน 1 ปี

  • ปรับเงื่อนไขการรับเงินทดแทนว่างงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์การหางานจริง ภายใน 1 ปี

  • เพิ่มเงินทดแทนว่างงานอีกเดือนละ 1,000 บาท สำหรับผู้ที่มีภาระดูแลบุตร คนพิการ หรือผู้สูงอายุ ภายใน 1 ปี

  • เพิ่มเงินทดแทนกรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัย จาก 50% เป็น 70% ภายใน 1 ปี

  • ให้ผู้ว่างงานที่ศึกษาต่อได้รับเงินชดเชย 60% ของค่าจ้าง และขยายระยะเวลาชดเชยเพิ่ม 3 เดือน ภายใน 1 ปี

  • เพิ่มระยะเวลารับเงินทดแทนว่างงานอีก 1 เดือน สำหรับผู้เข้ารับการอบรมระยะสั้นไม่น้อยกว่า 2 สัปดาห์ ภายใน 1 ปี

  • เสนอสิทธิ GAP Month ให้แรงงานที่ทำงานครบ 24 เดือน สามารถลาพัฒนาทักษะ 30 วัน ได้รับเงินชดเชย 60% และกลับเข้าทำงานตำแหน่งเดิม ภายใน 1 ปี

  • จัดทำฐานข้อมูลแรงงานเพื่อสนับสนุนการเพิ่มทักษะ การเปลี่ยนทักษะอาชีพ และการจับคู่ตำแหน่งงาน ภายใน 2 ปี

9. หมวดสุขภาพ 7 นโยบาย

  • เพิ่มการประชาสัมพันธ์สิทธิส่งเสริมสุขภาพ ทั้งการตรวจสุขภาพเชิงรุก วัคซีน การยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย และการป้องกันโรค ภายใน 7 วัน

  • เสนอเงินชดเชย 100% ของฐานเงินเดือน สำหรับการลาดูแลสมาชิกครอบครัวที่ป่วยหนักหรือมีภาวะพึ่งพิง สูงสุด 15 วันต่อปี ภายใน 1 ปี

  • เพิ่มสิทธิการดูแลระยะยาวและบริการฟื้นฟูระยะกลาง โดยให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) รับผิดชอบบริหาร ภายใน 1 ปี

  • เพิ่มช่องทางรับยาจากร้านยาใกล้บ้านสำหรับอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย 16 กลุ่มอาการ ภายใน 1 ปี

  • เพิ่มสิทธิขูดหินปูนโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายและไม่ต้องสำรองจ่าย ปีละ 2 ครั้ง ภายใน 1 ปี

  • เพิ่มสิทธิรักษาออฟฟิศซินโดรมด้วยแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก วงเงิน 300 บาทต่อคน ภายใน 1 ปี

  • ทยอยให้ สปสช. รับผิดชอบงบประมาณบริการทางการแพทย์ขั้นพื้นฐานตามช่วงอายุ ภายใน 2 ปี

10. หมวดบำนาญ 12 นโยบาย

หมวดบำนาญเป็นหมวดที่มีจำนวนข้อเสนอมากที่สุดของกลุ่มสวัสดิการ โดยครอบคลุมทั้งการปรับสูตรคำนวณบำนาญ การเพิ่มรายได้หลังเกษียณ และการขยายสิทธิให้ผู้ประกันตนบางกลุ่ม

  • ผลักดันสูตรคำนวณบำนาญ CARE เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีทันที ตั้งเป้าภายใน 7 วัน

  • เพิ่มเงินบำนาญสำหรับผู้ที่เลื่อนเวลารับบำนาญ โดยเสนอเพิ่ม 3% เมื่อเริ่มรับหลังอายุ 60 ปี เพิ่ม 10% หลังอายุ 65 ปี และเพิ่ม 15% หลังอายุ 70 ปี ภายใน 1 ปี

  • ปรับเพิ่มเงินบำนาญทุกปีตามการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยกำหนดอัตราเพิ่มไม่เกิน 1% ต่อครั้ง ภายใน 1 ปี

  • กำหนดหลักประกันบำนาญขั้นต่ำสำหรับผู้ส่งเงินสมทบครบตามเกณฑ์ แต่ได้รับบำนาญต่ำกว่า 30% ของค่าจ้าง ด้วยระบบ Pension Point ภายใน 1 ปี

  • เปิดโอกาสให้ผู้ประกันตนรับบำนาญก่อนอายุ 55 ปี หากส่งเงินสมทบเกิน 20 ปี และมีคำวินิจฉัยข้อจำกัดด้านสุขภาพจากการทำงานเดิม ภายใน 1 ปี

  • จัดวงเงินสินเชื่อ 10,000 ล้านบาท สนับสนุนผู้ประกันตนวัยเกษียณที่ต้องการเริ่มประกอบอาชีพใหม่ ภายใน 1 ปี

  • เปิดสิทธิรับเงินบำนาญล่วงหน้าเป็นเงินก้อนสูงสุด 60 เดือน โดยคำนวณจาก 40% ของบำนาญรายเดือน ภายใน 1 ปี

  • อนุญาตให้ผู้รับบำนาญมาตรา 33 และมาตรา 39 สมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 ได้โดยไม่จำกัดอายุ ภายใน 1 ปี

  • ลดเงินสมทบมาตรา 40 ลง 50% สำหรับผู้สมัครใหม่ที่ชำระเงินสมทบล่วงหน้า 1 ปีในปีแรก ภายใน 1 ปี

  • กำหนดให้การเปลี่ยนแปลงสิทธิประโยชน์ด้านบำนาญต้องผ่านกระบวนการประชามติของผู้ประกันตน ภายใน 2 ปี

  • ปรับเพดานเงินสมทบให้สัมพันธ์กับค่าจ้างจริง โดยใช้ข้อมูลค่าจ้างที่เปอร์เซ็นไทล์ 90 ซึ่งเว็บไซต์ยกตัวเลขอ้างอิง 35,000 บาท ภายใน 2 ปี

  • ตั้งเป้าให้ผู้รับบำนาญรายใหม่อย่างน้อย 70% ได้รับเงินบำนาญไม่น้อยกว่า 40% ของเพดานค่าจ้างสูงสุดในปีนั้น ภายใน 2 ปี

ทั้งนี้ ตัวเลข 35,000 บาทในข้อเสนอเรื่องเพดานเงินสมทบเป็นตัวเลขประกอบแนวนโยบายของทีมประกันสังคมก้าวหน้า ไม่ควรนำไปตีความว่าเป็นเพดานเงินสมทบที่มีผลใช้อยู่ในปัจจุบัน

11. หมวดสวัสดิการทางอ้อม 4 นโยบาย

  • พัฒนาโครงการศูนย์อาหารเพื่อสุขภาพ Hiw × เมือง สำหรับผู้ประกันตน ภายใน 2 ปี

  • สนับสนุนค่าเช่าพื้นที่ให้ผู้ประกอบการสามารถเริ่มขายสินค้าโดยไม่เสียค่าเช่าหรือชำระเฉพาะค่าส่วนกลางในปีแรก ภายใน 2 ปี

  • จัดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้ผู้ประกันตนมาตรา 39 และมาตรา 40 สำหรับซื้ออุปกรณ์หรือปรับปรุงร้านค้าให้ได้มาตรฐานสุขาภิบาล ภายใน 2 ปี

  • จัดพื้นที่ค้าขายพร้อมระบบสาธารณูปโภค เช่น น้ำประปา ไฟฟ้า ท่อแก๊ส ระบบระบายควัน และระบบชำระเงินส่วนกลาง ภายใน 2 ปี

สรุปตัวเลขสำคัญ 77 นโยบายประกันสังคมก้าวหน้า

ตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับเงินช่วยเหลือและสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนในข้อเสนอมีดังนี้

สิทธิประโยชน์ที่เสนอ

รายละเอียด

เงินสงเคราะห์บุตร 7–12 ปี

12,000 บาทต่อปี

ค่าเล่าเรียนบุตร

5,000 บาทต่อปี

ค่าคลอดบุตร

17,500 บาท

ค่าฝากครรภ์

4,300 บาท

ว่างงานกรณีลาออก

60% ของค่าจ้างเฉลี่ย

ว่างงานจากเหตุสุดวิสัย

70%

เงินเพิ่มกรณีมีผู้ต้องดูแล

1,000 บาทต่อเดือน

ลาดูแลครอบครัว

ชดเชย 100% สูงสุด 15 วันต่อปี

ลาพัฒนาทักษะ

30 วัน ชดเชย 60%

ขูดหินปูน

ปีละ 2 ครั้ง

สินเชื่อเริ่มอาชีพวัยเกษียณ

วงเงินโครงการ 10,000 ล้านบาท

77 นโยบายประกันสังคมก้าวหน้า จะเริ่มใช้เมื่อไหร่?

เว็บไซต์ทีมประกันสังคมก้าวหน้าระบุเป้าหมายผลักดันนโยบายออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่

ระยะ 7 วันแรก เน้นข้อเสนอที่เกี่ยวข้องกับการบริหารและตรวจสอบ เช่น การจำกัดงบบริหาร การเปิดเผยข้อมูลการประชุม การติดตามหนี้เงินสมทบของรัฐบาล และการผลักดันสูตรบำนาญ CARE

ระยะภายใน 1 ปี ครอบคลุมข้อเสนอด้านสิทธิประโยชน์จำนวนมาก ทั้งเงินสงเคราะห์บุตร ค่าคลอดบุตร การเพิ่มเงินทดแทนว่างงาน การรักษาพยาบาล และการปรับปรุงระบบบริหารกองทุน

ระยะภายใน 2 ปี มุ่งเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในระยะยาว เช่น การขยายระบบประกันสังคมถ้วนหน้า การให้บริการออนไลน์ 99% การปรับเพดานเงินสมทบ และการจัดสวัสดิการสนับสนุนผู้ประกันตนประกอบอาชีพ

อย่างไรก็ตาม กรอบเวลาเหล่านี้เป็นเป้าหมายที่ทีมผู้เสนอกำหนดขึ้น ยังไม่ใช่กำหนดการบังคับใช้ของสำนักงานประกันสังคม โดยเฉพาะนโยบายที่ต้องแก้กฎหมายหรือเกี่ยวข้องกับการใช้เงินกองทุน จำเป็นต้องพิจารณาความเหมาะสมด้านงบประมาณ แหล่งเงิน และอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ

ผู้ประกันตนมาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40 ต้องติดตามอะไร?

นโยบายทั้ง 77 ข้อมีความเกี่ยวข้องกับผู้ประกันตนหลายกลุ่ม แต่สิทธิประโยชน์ที่แต่ละกลุ่มจะได้รับขึ้นอยู่กับรายละเอียดและเงื่อนไขของแต่ละข้อเสนอ

สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 ประเด็นที่เกี่ยวข้องโดยตรง ได้แก่ เงินทดแทนว่างงาน การลาพัฒนาทักษะ สวัสดิการครอบครัว การรักษาพยาบาล และการคำนวณบำนาญ

ส่วนผู้ประกันตนมาตรา 39 มีข้อเสนอที่เกี่ยวข้องกับการรับบำนาญ การสมัครเข้าสู่มาตรา 40 หลังเกษียณ และสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบอาชีพ

ขณะที่ผู้ประกันตนมาตรา 40 มีข้อเสนอเกี่ยวกับการลดเงินสมทบในปีแรกสำหรับผู้สมัครที่เข้าเงื่อนไข รวมถึงการสนับสนุนสินเชื่อร้านค้าและพื้นที่ประกอบอาชีพ

ก่อนมีการเปลี่ยนแปลงสิทธิประโยชน์จริง ผู้ประกันตนยังต้องยึดหลักเกณฑ์และประกาศที่มีผลบังคับใช้ของสำนักงานประกันสังคมเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดนโยบายได้จาก เว็บไซต์ทีมประกันสังคมก้าวหน้า ซึ่งเผยแพร่ชุดข้อเสนอทั้ง 77 ข้อ พร้อมกรอบเวลาการผลักดันแต่ละนโยบาย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...