หุ้นไทย ปิดลบ 5.91 จุด ต่างชาติซื้อสุทธิ 267 ลบ. โรงกลั่น-ปิโตรฯ กดดัน จับตาประชุม IMF-World Bank
หุ้นไทย ปิดวันนี้ 12 ต.ค. ที่ระดับ 1,571.74 จุด ลดลง 5.91 จุด มูลค่าซื้อขาย 55,934.03 ล้านบาท ต่างชาติซื้อสุทธิ 266.90 ล้านบาท ตลาดถูกกดดันจากหุ้นโรงกลั่น-ปิโตรเคมีและ DELTA ขณะที่แรงซื้อหุ้นแบงก์-โรงไฟฟ้า-ไฟแนนซ์ช่วยพยุงดัชนี จับตาประชุม IMF-World Bank และงบ บจ. คาดแนวรับ 1,560 จุด แนวต้าน 1,580 จุด
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันที่ 12 ตุลาคม ปิดที่ระดับ 1,571.74 จุด ลดลง 5.91 จุด (-0.37%) มูลค่าซื้อขาย 55,934.03 ล้านบาท ต่างชาติซื้อสุทธิ 266.90 ล้านบาท กองทุนซื้อสุทธิ 727.26 ล้านบาท
นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ,IAA ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งผันผวนในแดนลบตลอดทั้งวัน โดยถูกดดันจากหุ้นกลุ่มโรงกลั่น ปิโตรเคมี ที่ราคาลงไปค่อนข้างมาก จากภาวะอุปทานในตลาดที่จะเพิ่มเข้ามาทั้งจากจีนกลับมาส่งออกน้ำมัน เช่นเดียวกับรัสเซีย นอกจากนี้กลุ่ม G7 มีแผนระบายน้ำมันจากคลังสำรองฉุกเฉิน ประเด็นดังกล่าวกดดันในระยะสั้น
ขณะเดียวกัน มีแรงขายในหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะ DELTA จากปัจจัยเฉพาะตัว จากกรณีข้อพิพาทที่เกิดขึ้นระหว่างบริษัทแม่กับทางการสหรัฐ ซึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต นอกจากนี้ ช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้น DELTA รีบาวด์ขึ้นมาระดับหนึ่งแล้วเมื่อมีข่าวลบส่งผลให้ย่อตัวลงมา
อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มแบงก์ โรงไฟฟ้า ไฟแนนซ์ กลับมาประคองดัชนีไว้ไม่ให้ลงลึกจากธีมวัฎจักรการลงทุน โดยเฉพาะสัปดาห์นี้มีการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026) ในบ้านเรา ตลาดจับตาประเด็นการลงทุน Data Center AI ทำให้กลุ่มที่เกี่ยวข้อง อาทิ กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม โรงไฟฟ้า พลังงาน ช่วยพยุงตลาด
แนวโน้มวันพุธที่ตลาดหลักทรัพย์จะกลับมาเปิดทำการ (14 ต.ค. 2569) คาดว่าจะแกว่งไซด์เวย์ออกข้าง ระยะสั้นมีแรงกดดันจาก Fund Flow ประกอบกับ ยังไม่มีหุ้นขนาดใหญ่ตัวไหนที่มีปัจจัยเข้ามาช่วยพยุงดัชนี ทำให้มีโอกาสซึมลงก่อน ขณะที่สัปดาห์นี้ต้องติดตามการประชุม IMF และการเปิดเผยผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนทั้งในไทยและสหรัฐฯ โดยในไทยเริ่มจากกลุ่มแบงก์ รวมทั้งติดตามการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อ CPI เดือนก.ย. ของสหรัฐฯ
ให้กรอบแนวรับ 1,560 จุด และแนวต้าน 1,580 จุด
5 หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด
- SCC มูลค่าการซื้อขาย 3,810.11 ล้านบาท ปิดที่ 273.00 บาท เพิ่มขึ้น 5.00 บาท
- KBANK มูลค่าการซื้อขาย 3,334.57 ล้านบาท ปิดที่ 231.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท
- DELTA มูลค่าการซื้อขาย 3,268.01 ล้านบาท ปิดที่ 262.00 บาท ลดลง 6.00 บาท
- KTB มูลค่าการซื้อขาย 2,514.42 ล้านบาท ปิดที่ 41.75 บาท ลดลง 0.25 บาท
- PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 2,322.17 ล้านบาท ปิดที่ 150.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท
อ้างอิง : สำนักข่าวอินโฟเควสท์