‘ดาวโจนส์’ ทะยานกว่า 400 จุด รับแรงซื้อหุ้นนอกกลุ่มเทคโนโลยี
ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ของสหรัฐ ซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (15 ต.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยที่ "ดาวโจนส์" ทะยานกว่า 400 จุด รับแรงซื้อหุ้นนอกกลุ่มเทคโนโลยี สวนทาง "แนสแด็ก" ลดลง วิตกลงทุน AI อาจสูงเกินไป
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ล่าสุดอยู่ที่ 52,048.03 จุด เพิ่มขึ้น 426.55 จุด หรือ 0.83% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ที่ 7,725.21 จุด เพิ่มขึ้น 6.27 จุด หรือ 0.08% และดัชนีแนสแด็ก ที่ 26,595.76 จุด ลดลง 97.11 จุด หรือ 0.36%
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเผชิญแรงขายต่อเนื่อง โดยหุ้น CoreWeave ร่วง 7% จากความกังวลว่าบริษัทอาจก่อหนี้มากเกินไป เพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI ขณะที่หุ้น Micron Technology ลดลง 4% และ AMD ร่วง 5% ส่วน SanDisk ลดลง 6% และ SK Hynix ร่วง 5%
ความกังวลเกี่ยวกับการลงทุนใน AI เพิ่มขึ้น หลังแหล่งข่าวเปิดเผยกับ CNBC ว่า Anthropic มีรายได้ 16,800 ล้านดอลลาร์ในไตรมาส 3 ทำให้นักลงทุนกังวลว่า การเติบโตของรายได้อาจไม่รวดเร็วเพียงพอที่จะรองรับการปรับขึ้นของราคาหุ้นผู้ผลิตชิป
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากหุ้นนอกกลุ่มเทคโนโลยี โดยหุ้น Walmart พุ่งขึ้น 4% ขณะที่ Merck เพิ่มขึ้นมากกว่า 3%
ด้านทิศทางนโยบายการเงิน นักลงทุนจับตาการแสดงความเห็นของนายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งมีกำหนดขึ้นเวทีสนทนาร่วมกับนางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ในวันที่ 16 ต.ค. เวลา 10.30-11.00 น. ระหว่างการประชุม IMF และธนาคารโลกที่กรุงเทพฯ
ตลาดคาดหวังสัญญาณเกี่ยวกับเศรษฐกิจสหรัฐ เงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย และทิศทางนโยบายการเงินของเฟด
การแสดงความเห็นดังกล่าวมีความสำคัญ เนื่องจากเฟดจะเข้าสู่ช่วงงดเว้นการแสดงความเห็นเกี่ยวกับนโยบายการเงิน (Blackout Period) ตั้งแต่วันที่ 17 ต.ค. ก่อนการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) วันที่ 27-28 ต.ค.
ความกังวลเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น หลังสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน ก.ย. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ โดยดัชนี PPI ทั่วไปเพิ่มขึ้น 6.3% เมื่อเทียบรายปี จาก 5.6% ในเดือน ส.ค. และสูงกว่าคาดการณ์ที่ 5.3% ส่วนเมื่อเทียบรายเดือนเพิ่มขึ้น 1.3% จาก 0.5% ในเดือน ส.ค. สูงกว่าคาดการณ์ที่ 0.6%
ขณะที่ดัชนี PPI พื้นฐาน ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 5.0% เมื่อเทียบรายปี จาก 4.8% ในเดือน ส.ค. และสูงกว่าคาดการณ์ที่ 4.4% ส่วนเมื่อเทียบรายเดือนเพิ่มขึ้น 0.7% จาก 0.2% ในเดือน ส.ค. สูงกว่าคาดการณ์ที่ 0.3%
ข้อมูลดังกล่าวทำให้นักลงทุนจับตาว่า แรงกดดันด้านราคาจะส่งผลต่อการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของเฟดอย่างไร
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'ทรัมป์' เดือด! เฟดขึ้นดอกเบี้ย ลั่นควรลดเหลือแค่ 1%
- 'วอร์ช' ชี้เฟดขึ้นดอกเบี้ย 'ตัดสินใจถูกต้อง' เงินเฟ้อสูง-เศรษฐกิจแกร่ง ปัจจัยหนุน
- มติเอกฉันท์! 'เฟด' ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด ส่งสัญญาณขึ้นอีก 1 ครั้งปีนี้
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg