ชิปเมดอินไทยติดสปีด INSET ดีมานด์ดาต้าพุ่ง
#INSET #ทันหุ้น– INSET รับเต็ม บอร์ดเซมิคอนดักเตอร์ขับเคลื่อนเป้าหมาย“ชิปเมดอินไทยแลนด์” บวกต่อData Center ชูผลงานไตรมาส3/2569โตดี โบรกมอง5กลุ่มอุตสาหกรรมรับประโยชน์ได้แก่นิคมAMATA, WHA, รับเหมาSTECON, CK, INSET, อิเล็กDELTA, HANA, KCE, CCET, พลังงานGULF, GPSC, BGRIM, ธนาคารKTB, KBANK
นายศักดิ์บวร พุกกะณะสุต กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินฟราเซท จำกัด (มหาชน) หรือ INSET ผู้ให้บริการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า จากที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ หรือ บอร์ดเซมิคอนดักเตอร์ ได้กำหนดโรดแมปและขับเคลื่อนเป้าหมาย “ชิปเมดอินไทยแลนด์” พร้อมตั้งเป้าดึงดูดการลงทุน500,000 ล้านบาทภายใน 5 ปี (พ.ศ. 2573) และ 2.5 ล้านล้านบาท ภายใน 25 ปี (พ.ศ. 2593)
บริษัทมองว่าในภาพรวมยังมองเป็นบวกธุรกิจ Data Center ถ้าเกิดมีการสร้างชิปภายในไทยคาดว่าคงมีคนใช้ Data Center เยอะมากขึ้นบ้างครับ ขณะเดียวกันถ้าภาครัฐมีการจัดสรรพลังงานไฟฟ้าที่ดี เช่น ระบบ Smart Grid จะเป็นประโยชน์ต่อการลงทุนของData Center ด้วยเช่นกัน
@Q3/69โตตามแผน
สำหรับแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 3/2569 หลังจากผ่านมา 2 เดือน ยังคงเป็นไปตามแผนและเติบโตได้ต่อเนื่องจากไตรมาส 2/2569 เนื่องจากบริษัทมีโครงการในมือที่คอยทยอยรับรู้รายได้เข้ามาตามความคืบหน้าของสัญญาที่ต้องส่งมอบงานให้เสร็จสิ้น ซึ่ง ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 บริษัทมีมูลค่างานในมือ (Backlog) อยู่ราว 5,838 ล้านบาท คาดว่าจะรับรู้รายได้ประมาณ 30-40% ในปีนี้ และอีกประมาณ 10-15% จะรับรู้ในปีหน้า
โดยมีงานที่เป็นโครงการHyperscale Data Center ทั้ง 6 โครงการ มีกำลังการผลิตประมาณ 335 เมกะวัตต์ ปัจจุบันมีการรับรู้รายได้ไปเพียง 20-35% เท่านั้น ส่วนที่เหลืออีกกว่า 60-80% จะทยอยรับรู้ในครึ่งปีหลัง และบางส่วนจะต่อเนื่องไปถึงครึ่งแรกของปี 2570
ขณะที่ปัจจุบันบริษัทมีโครงการที่อยู่ระหว่างการรอผลประมูลรวมทั้งสิ้น 7 โครงการ ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท แบ่งเป็นงานด้านData Center จำนวน 5 โครงการ เป็นโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม (Telecom) จำนวน 1 งาน และงานบำรุงรักษาซึ่งเป็นรายได้ต่อเนื่ออีก 1 งาน คาดว่าจะทราบผลการประมูลโครงการทั้งหมดนี้ในช่วงไตรมาส 3-4/2569 ปัจจุบันอยู่ในสถานะยื่นเอกสารและบางส่วนยังอยู่ระหว่างการยื่นราคาเพื่อประมูลงาน
@อุตสาหกรรมได้ประโยชน์
นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากประเด็นโรดแมป “ชิปเมดอินไทยแลนด์” ไทยมีโอกาสสูงในการดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศเพื่อเข้ามาสร้างฐานการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์เพิ่มขึ้น โดยในปัจจุบันเริ่มเห็นกระแสการเข้ามาตั้งโรงงานของบริษัทต่างชาติในอุตสาหกรรมหลากหลายแขนงแล้ว หากรัฐบาลมีนโยบายที่ส่งเสริมและชัดเจน จะช่วยผลักดันให้ไทยกลายเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญในการผลิตชิปของโลกได้ดียิ่งขึ้นในอนาคต
ทั้งนี้ 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่จะได้รับประโยชน์ ได้แก่ 1.กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม เป็นกลุ่มแรกที่ได้รับอานิสงส์จากการเข้ามาตั้งโรงงานของบริษัทต่างชาติ ทำให้มีความต้องการใช้ที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น เช่น AMATA, WHA 2.กลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้าง ได้ประโยชน์จากการรับงานก่อสร้างโรงงานผลิตชิ้นส่วนต่างๆ ตามการขยายตัวของอุตสาหกรรม เช่น STECON, CK, INSET 3.กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เป็นกลุ่ม Supply Chain หลักที่ได้รับผลประโยชน์โดยตรงจากการที่ไทยก้าวเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานชิปโลก ได้แก่DELTA, HANA, KCE, CCET
4.กลุ่มพลังงาน การขยายโรงงานจำเป็นต้องใช้พลังงานไฟฟ้าจำนวนมากในการเดินเครื่องจักรและระบบการผลิต ทำให้บริษัทผู้ผลิตพลังงานได้รับอานิสงส์ไปด้วย เช่นGULF, GPSC, BGRIM 5.กลุ่มธนาคาร เนื่องจากการขยายฐานการผลิตและการลงทุนในอุตสาหกรรมต้องมีการขอสินเชื่อเพื่อดำเนินธุรกิจ กลุ่มธนาคารจึงได้รับประโยชน์ ได้แก่KTB, KBANK
@กำไรINSET ยังโตต่อเนื่อง
บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า คาดผลประกอบการ INSET ในครึ่งปีหลัง 2569 จะยังอยู่ในระดับสูงจากการเร่งตัวของงานก่อสร้าง Data Center ขณะที่ประมาณการกำไรของเรายังมี Upside หากการรับรู้งานเป็นไปตามแนวโน้มปัจจุบัน โดยกำไรยังมีแนวโน้มเติบโตได้อีกหลายไตรมาส ทำให้หุ้นยังสามารถ TRADING ได้
อย่างไรก็ดีประเมินกรอบราคาที่เหมาะสมสำหรับการเก็งกำไรเชิงพื้นฐานในปี 2569 ไว้ไม่เกิน 5.00 บาท โดยแนะนำรอจังหวะราคาหุ้นปรับฐานจนมี Upside เปิดกว้างเพียงพอ ก่อนเข้าสะสมรอบใหม่