"มาครง" ประณามจลาจลทั่วฝรั่งเศส-ย้ำไม่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน
เมื่อวันที่ 18 ต.ค.2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การประท้วงในหลายประเทศยุโรปทวีความรุนแรงในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะฝรั่งเศสที่การชุมนุมเมื่อวันเสาร์ 17 ต.ค. บานปลายเป็นเหตุจลาจลและปล้นสะดมในหลายเมือง สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและอาคารสำคัญ
ที่เมืองมาร์กเซย ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส เจ้าของร้านค้าหลายแห่งเริ่มเข้าสำรวจความเสียหายหลังถูกปล้นสะดมระหว่างการประท้วงครั้งใหญ่ โดยเจ้าของร้านขายรองเท้ารายหนึ่งระบุว่า เคยเผชิญเหตุปล้นสะดมในละแวกเดียวกันเมื่อ 3 ปีก่อน และต้องเฝ้าร้านตลอดทั้งคืนร่วมกับลูกสาว แต่ครั้งนี้เหตุการณ์กลับเกิดขึ้นซ้ำอีก
เจ้าของร้านเล่าว่า เมื่อเดินทางมาถึงพบคนประมาณ 50-200 คนบุกเข้าไปขโมยสินค้า แม้พยายามห้ามปรามแต่กลับถูกผลักและเหยียบซ้ำ พร้อมแสดงความสิ้นหวังต่อสถานการณ์ โดยมองว่าที่ผ่านมาตำรวจและรัฐบาลไม่สามารถให้ความช่วยอะไรได้
ความเสียหายยังเกิดขึ้นในอีกหลายเมือง รวมถึงเมืองลียง ซึ่งประชาชนและเจ้าหน้าที่ทยอยช่วยกันเก็บกวาดเศษซาก ขณะที่ชาวเมืองบางส่วนแสดงความเศร้าใจต่อสภาพบ้านเมือง และยิ่งกังวลถึงอนาคตข้างหน้าของลูกหลานและประเทศ
อีกหนึ่งความเสียหายสำคัญเกิดขึ้นที่เมืองลีมอฌ ทางตอนกลางของฝรั่งเศส เมื่ออาคารศาลาว่าการอายุ 140 ปี ถูกเผาวอดเสียหายยับเยินระหว่างการประท้วงเมื่อวันเสาร์ โดยหอระฆังที่ตั้งอยู่กลางหลังคาพังถล่มลงมา
นายกเทศมนตรีเมืองลีมอฌระบุว่า เมืองสูญเสียสถาปัตยกรรมสำคัญที่เปรียบเสมือนอัญมณีของท้องถิ่น พร้อมแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงในท้องถิ่นประณามผู้ก่อจลาจลที่ทำลายทรัพย์สินของประชาชนและอาคารเก่าแก่ โดยมองว่าเป็นการกระทำที่เป็นศัตรูของสาธารณรัฐฝรั่งเศส
ขณะที่ต่อมา ชาวเมืองหลายร้อยคนรวมตัวกันที่จัตุรัสใจกลางเมืองเพื่อฟังคำปราศรัยของนายกเทศมนตรี ก่อนเดินไปยังอาคารศาลาว่าการที่ได้รับความเสียหาย เพื่อแสดงพลังความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
"มาครง" ประณามเหตุรุนแรง-ยันไม่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน
แม้สถานการณ์ในหลายเมืองของฝรั่งเศสเริ่มสงบลง แต่กรุงปารีสยังคงมีความตึงเครียด โดยเฉพาะบริเวณใกล้จัตุรัสปลาซ เดอ ลา เรปูบลิค ซึ่งผู้ประท้วงบางส่วนก่อเหตุเผาทำลายทรัพย์สินและปล้นสะดมร้านค้า ทำให้เจ้าหน้าที่ความมั่นคงใช้แก๊สน้ำตาและผลักดันผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังไม่สงบลงอย่างชัดเจนจนถึงช่วงกลางคืน
เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส กล่าวปราศรัยผ่านโทรทัศน์เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา เพื่อประณามเหตุรุนแรงทั่วประเทศที่เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินจำนวนมาก และทำให้มีผู้ถูกจับกุมแล้วมากกว่า 2,000 คน
มาครงระบุว่า กคนคงรู้สึกโกรธและอับอายต่อภาพที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าตกใจและไม่มีอะไรจะอธิบายได้ พร้อมทั้งตั้งคำถามไปยังผู้ก่อจลาจลทั้งหลายว่าคนฝรั่งเศสมาทำเช่นนี้กับประเทศของตนเองได้อย่างไร
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ยังกล่าวว่า อันชอบธรรมที่จะร่วมการประท้วงอย่างสันติและไม่ควรถูกเข้าใจผิดว่าเป็นการกระทำแบบเดียวกับพวกที่พยายามก่อความวุ่นวาย พร้อมยืนยันว่าจะยังไม่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินตามที่นักการเมืองฝ่ายขาวเรียกร้องและจะดำเนินการเท่าที่จำเป็นเพื่อช่วยให้ทางการท้องถิ่นยังคงควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่รับผิดชอบของตนเองได้
ด้านมารีน เลอ แปน ผู้นำพรรคการเมืองแนวคิดขวาจัดและผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศสในการเลือกตั้งปีหน้า เรียกร้องให้ทุกฝ่ายสงบสติอารมณ์ และไม่ควรให้ความไม่พอใจต่อปัญหาต่างๆ ถูกพวกอันธพาลฉวยโอกาสนำไปก่อความวุ่นวาย พร้อมระบุว่า หากตนเองได้เป็นผู้นำประเทศจะเร่งฟื้นฟูความมั่นคง อธิปไตยและประชาธิปไตยที่ได้รับความเคารพโดยเร็ว
ผู้นำแอลเบเนียชี้ประท้วงยืดเยื้อสร้างอุปสรรคเข้า EU
ขณะที่แอลเบเนีย การประท้วงดำเนินต่อเนื่องเป็นวันที่ 6 หลังกลุ่มนักศึกษาออกมาชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาในระบบการศึกษาและการทุจริตที่เรื้อรัง รวมถึงกดดันให้เอดี รามา นายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งมานานกว่า 13 ปี ลาออกจากตำแหน่ง
การประท้วงบานปลายเป็นเหตุรุนแรงและเกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง โดยตำรวจแอลเบเนียระบุว่า มีผู้ประท้วงที่กระทำผิดกฎหมายถูกจับกุมแล้วอย่างน้อย 388 คน และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจบางส่วนได้รับบาดเจ็บระหว่างปฏิบัติหน้าที่
ด้านนายกรัฐมนตรีเอดี รามา ยืนยันว่าจะไม่ลาออก พร้อมกล่าวหาว่าต่างชาติอยู่เบื้องหลังความรุนแรงที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งเชื่อว่าไม่ใช่ฝีมือของผู้ประท้วงคนรุ่นใหม่แต่อย่างใด พร้อมทั้งกล่าวเชิญชวนผู้ประท้วงให้เข้ามาพูดคุยระบายความกังวลใจต่างๆ และเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกันกับรัฐบาล
นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า สถานการณ์การประท้วงรุนแรงที่ยืดเยื้อเช่นกันนี้กำลังสร้างอุปสรรคต่อประเทศในความพยายามเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งเป็นเป็นเจตจำนงที่ประชาชนแอลเบเนียมอบให้รัฐบาลดำเนินการแล้ว
อ่านข่าว
เปิดฉาก "เอเชียนพาราเกมส์ 2026" ที่ญี่ปุ่น ทัพพาราไทยตั้งเป้าลุ้น 27 เหรียญทอง
รอยปริศนากลางลำธาร ใช่รอยตีนไดโนเสาร์หรือไม่? กรมทรัพยากรธรณีเตรียมตรวจสอบ 20 ต.ค.นี้