โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฝนเพี้ยน! นักธรณีวิทยาสะกิดไทย เลิกท่องจำเอลนีโญ่ จับตาอุณหภูมิน้ำทะเลใกล้ไทย

77kaoded

อัพเดต 18 ตุลาคม 2569 เวลา 2.34 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • 77 ข่าวเด็ด

ภาคตะวันออกของไทยเผชิญน้ำท่วมใหญ่ ส่งผลกระทบเศรษฐกิจอย่างรุนแรง เกษตรกรหลายรายสูญเสียแหล่งผลิตสินค้าเกษตรที่มีอัตลักษณ์เฉพาะ (GI) เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ทำให้ต้องย้ายถิ่นฐานหรือเปลี่ยนอาชีพ ผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยา นายอารักษ์ แสงสมพงษ์ ชี้ว่าสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้เกิดจากความผิดปกติของอุณหภูมิน้ำทะเลใกล้ประเทศไทย ซึ่งแตกต่างจากการคาดการณ์ตามปรากฏการณ์เอลนีโญ่-ลานีญ่าแบบเดิมที่มักจะเชื่อมโยงกับภัยแล้ง

นายอารักษ์ อธิบายว่า ปรากฏการณ์ซุปเปอร์เอลนีโญ่ปีนี้ทำให้อุณหภูมิน้ำทะเลบริเวณอเมริกาใต้สูงขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ทะเลจีนใต้และมหาสมุทรอินเดียใกล้ประเทศไทยกลับมีกระแสน้ำอุ่น ส่งผลให้ความชื้นในอากาศสูงขึ้น เมื่อเกิดร่องมรสุมจึงกลายเป็นมรสุมที่มีฝนตกหนักผิดปกติ การคาดการณ์ที่อิงจากปรากฏการณ์เอลนีโญ่เพียงอย่างเดียวจึงเกิดความคลาดเคลื่อน ทำให้การบริหารจัดการน้ำในเขื่อนผิดพลาด ต้องเร่งระบายน้ำเพื่อป้องกันเขื่อนแตก ซึ่งซ้ำเติมสถานการณ์น้ำท่วมในภาคตะวันออกให้รุนแรงยิ่งขึ้น

นักธรณีวิทยาผู้นี้เสนอแนะให้ประเทศไทยปรับเปลี่ยนวิธีการเตือนภัยธรรมชาติ โดยหันมาวิเคราะห์จากตัวแปรตรงคืออุณหภูมิน้ำทะเลใกล้ประเทศไทย ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการคาดการณ์ปริมาณฝน แทนการอิงจากปรากฏการณ์เอลนีโญ่-ลานีญ่าที่เป็นเพียงตัวแปรทางอ้อม การศึกษาเชิงพื้นที่ด้วยข้อมูลธรณีวิทยาจะช่วยให้เห็นภาพรวมและคาดการณ์ภัยพิบัติได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา และกรมชลประทาน ทบทวนกระบวนการพยากรณ์และวางแผนการกักเก็บน้ำให้สอดคล้องกับความเป็นจริงมากขึ้น.

📰 อ่านข่าวฉบับเต็มพร้อมภาพประกอบทั้งหมด
👉 คลิกอ่านต่อที่ 77kaoded.news

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...