โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘น.เน’ประคอง‘น.หนู’ ฝ่าวิกฤติ'น้ำเงิน'ครบเทอม4ปี?

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กว่า2ทศวรรษ นับตั้งแต่ “ถอยฉากการเมือง” หลังเหตุการณ์รัฐประหาร 19 ก.ย.2549 แม้ “เนวิน ชิดชอบ” จะสร้างคาแรกเตอร์ใหม่ ด้วยการถอดสูท หันไปสวมเสื้อกีฬา กางเกงขาสั้น พร้อมย้ำสถานะตนเองมาโดยตลอดว่า เป็นเพียง “ลุงเนวิน” ผู้มีความสุขกับงานกีฬา และการพัฒนาจังหวัดบุรีรัมย์

ทว่าบทบาทของเขาไม่ได้หายไปจากสารบบการเมืองไทยแม้แต่น้อย

ยิ่งไปกว่านั้น สัญลักษณ์ “4 ต.ค.” ซึ่งเป็นวันครบรอบวันเกิด “เนวิน” ในทุกๆปี ยังกลับกลายเป็นจุดเช็กอิน ของบรรดา “นักเลือกตั้ง” ท่ามกลางสารพัดดีลการเมือง ในแต่ละยุคสมัย

ไล่ตั้งแต่ ปี2565 เวลานั้นตลากการเมืองฝุ่นตลบอบอวลไปด้วย “นักซื้อ-นักช้อปสส.” สถานการณ์ "พรรคภูมิใจไทย" เวลานั้น

เดินยุทธศาสตร์ดึง-ดูด สารพัด“บ้านใหญ่” เข้าสังกัด ภายใต้การวางเกมของ “ผู้นำหลังม่าน” ที่หวังอัปเกรด จากพรรค51เสียง ขึ้นไปอยู่ในระดับ “แตะร้อย” เพื่อชิงเกมจัดตั้งรัฐบาล

ตอกย้ำชัดด้วย “28สส.งูเห่า” จาก8พรรค ที่ปรากฎตัวกลาวงานวันเกิดเนวิน เมื่อวันที่4ต.ค.2565 ยังไม่นับรวมบรรดาสส.ที่ไม่ปรากฎเป็นงู่เห่าในสภาฯแต่ไปปรากฎตัวในงานเดียวกันเป็นครั้งแรก

เหนือไปกว่านั้นในงานวันเกิดปีเดียวกัน ยังได้เกิดคำว่า “ครูใหญ่” ในสารบบการเมืองเป็นครั้งแรก

โดยมาจากวลีที่ “เนวิน” พูดถึงบทบาทของตัวเองว่า “ผมมีหน้าที่เป็นครูใหญ่ ก็จะเป็นครูใหญ่ให้ตลอดไป ก็หวังว่า ครูใหญ่จะมีโอกาสมีลูกศิษย์สักคนหนึ่งเป็นนายกรัฐมนตรี ถ้าการรณรงค์เลือกตั้งครั้งหน้า ไม่สู้ให้นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี ผมก็จะลาออกจากครูใหญ่พรรคภูมิใจไทย ขอขอบคุณในทุกพรและทุกคน ขอให้ทุกคนมีความสุขและชนะเลือกตั้ง ยินดีต้อนรับ ส.ส.ทุกคนที่กำลังจะเดินเข้ามาเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย แล้วลงสนามเลือกตั้งไปด้วยกัน เป้าหมายอย่างที่หัวหน้าพรรคพูดไว้ต้อง 100 ขึ้น”

ต่อมาใน ปี2566 หลังการเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทย กวาดสส.เข้าสภาฯ เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว 71 ที่นั่ง วันที่ 7 ต.ค. 2566 คล้อยหลัง3วันหลังครบรอบวันเกิด “อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นำสมาชิกและสส.พรรค ร่วมอวยพรวันคล้ายวันเกิด “เนวิน” เป็นการส่วนตัว

ขณะที่ ปี2567 ได้เกิดไวรัลกลางงานวันเกิดครบรอบ66ปี ระหว่างทำพิธีผูกข้อมือเรียกขวัญเพื่อขอพรจากครูปะกำ “เนวิน” ได้หันมาบอกครูปะกำให้ผูกข้อมือให้”อนุทิน" จนเกิดวลี “ผูกให้เป็นนายกฯ ผูกให้ยิ่งใหญ่ ผูกให้แข็งแรง”

สถานการณ์การเมืองในเวลานั้นซึ่ง “พรรคภูมิใจไทย” อยู่ในสถานะพรรคร่วมรัฐบาล โดยมีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ แทบไม่มีใครเชื่อ ว่าในเวลาต่อมาภูมิใจไทยจะเปิดเกม“พลิกกระดาน” ในเดือนก.ย.2568 หลังศาลรัฐธรรมนูญ มีมติให้“แพทองธาร ชินวัตร” พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จากคดีคลิปเสียงอังเคิล ด้วยการจับมือ “พรรคประชาชน” เซ็นMOA จัดตั้ง “รัฐบาลอนุทิน1”สานฝัน “อนุทิน” เป็นนายกฯ ในท้ายที่สุด

ขณะที่งานครบรอบวันเกิดปีที่67 เมื่อ ปี2568 “เนวิน” อวยพร “อนุทิน”ว่า “ผูกให้เป็นนายกฯ 4 ปี ให้ชนะเลือกตั้ง ทำอะไรก็ให้บ้านเมืองสงบสุข”

แม้ผลการเลือกตั้งวันที่8ก.พ.2569 พรรคภูมิใจไทยจะสามารถกวาดสส.เข้าสภาฯเป็นอันดับหนึ่งที่ 191ที่นั่ง จนสามารถชิงเกมจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ

ในขณะที่ดุลอำนาจถูกรวบไว้อย่างเบ็ดเสร็จแทบทุกองคาพยพ ทั้งบริหาร นิติบัญญัติ ลามไปถึงตุลาการ เห็นได้ชัดจากจากบรรดาคดีสีน้ำเงินที่ถูกปัดตกเกือบทั้งหมด

ขณะที่โผ “โยกย้ายข้าราชการ” ช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย ซึ่งถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการตุนกระสุนสู้เลือกตั้ง เห็นชัดว่า เข้าสู่ยุคสลายขั้วสิงห์แดง-สิงห์ดำ ถูกรวบอำนาจเหลือแค่ “สีน้ำเงิน”

หรือล่าสุด กรณีการแต่งตั้ง “ปิยะ รักสกุล” นั่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งถูกจับตาว่า เป็นการตัดตอน "คดี ฮั้วสว." ในส่วนที่อยู่ในการกำกับดูแลของดีเอสไอ

ทว่าท่ามกลางสารพัดมรสุมที่กำลังรุมเร้ารัฐบาลเวลานี้ ทั้ง “คดีโกงสว.” ที่กำลังสั่นคลอนรัฐบาลในประเด็นความเชื่อมั่นต่อระบบนิติธรรม

ขณะที่เกมการเมืองลุกลามไปถึงศึกนิติสงคราม หลัง“พรรคประชาชน” ในฐานะแกนนำฝ่ายค้าน ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ดำเนินการเกี่ยวกับการทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่อาจเป็นการใช้ดุลพินิจโดยไม่ชอบ และเข้าข่ายการปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ อาจขัดต่อกฎหมายหลายประการ เช่น รัฐธรรมนูญ มาตรา 234 พ.ร.บ.ป.ป.ช. มาตรา 172พ.ร.บ.กกต.มาตรา 69 และ ป.อาญา มาตรา 157

ไหนจะคดีทุจริตสอบท้องถิ่น ท่ามกลางครหาถอนทุนการเมือง ประจวบเหมาะกับสถานการณ์น้ำที่กำลังรุกคืบ แถมถูกนำไปเปรียบเทียบเหตุการณ์“มหาอุทกภัยหาดใหญ่” จ.สงขลา รวมถึงจังหวัดอื่นๆในพื้นที่ภาคใต้รวม9จังหวัดในช่วง “รัฐบาลอนุทิน1”

ขณะที่สัญญาณรัฐบาลแม้ที่ผ่านมาจะพยายาม “แก้เกม” กลบจุดอ่อน ทั้งจากวิกฤติสื่อสาร รวมถึงระบบการแจ้งเตือนประชาชน จนเป็นเหตุให้สถานการณ์ลุกลามจาก“เอาอยู่” จนต้องยอมรับว่า “เอาไม่อยู่” ด้วยการอัดสารพัดโปรเจกต์

ในขณะเดียวกัน “วิกฤติเศรษฐกิจ” ก็เริ่มกัดกร่อนความเชื่อมั่น สะท้อนจากผลสำรวจแทบทุกสำนักโพลที่พบว่า คะแนนนิยมรัฐบาล ดิ่งหนักขึ้นเรื่อยๆ

ย่อมต้องจับตา เวิร์ดดิ้งกลางงานวันเกิดล่าสุดเมื่อวันที่4 ต.ค.2569 ตามสไตล์เนวิน ที่พูดเมื่อไรมีประเด็นทุกรอบ ล่าสุดอวยพร“อนุทิน” ว่า “เป็นนายกฯ อีก… เอาจนเบื่อ เอาอีกสัก 2 สมัยก็พอ”

ทว่าท่ามกลางสารพัดวิกฤติการเมืองที่เกิดขึ้นเวลานี้จะมีการส่งสัญญาณจาก “ผู้นำหลังม่าน” สีน้ำเงิน ในการพลิกเกมประคองเก้าอี้ “นายกฯหนู” อยู่ครบเทอมตามความตั้งใจหรือไม่อย่างไร?

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...