10 อย่างควรทำเมื่อมาเยือนประเทศ "จอร์เจีย"
เที่ยวเอง Tieweng
อัพเดต 08 มิ.ย. 2564 เวลา 06.03 น. • เผยแพร่ 01 มิ.ย. 2564 เวลา 04.39 น. • ก้อ เที่ยวเองเตรียมพร้อม "จอร์เจีย" กลับมาเปิดประเทศเดือนนี้ แค่มีหลักฐานการฉีดวัคซีนอะไรก็ได้แบบครบถ้วน #ซิโนแวคก็ได้ ก็สามารถเข้าไปเที่ยวได้แล้ว
ประเทศเล็กๆ บนแนวเทือกเขาคอเคซัสแห่งนี้คือประเทศที่ก้าวขึ้นมาเป็นจุดหมายในฝันของคนไทยได้ในระยะเวลาอันรวดเร็วในช่วง 3-4 ปีมานี้ และคิดว่าจะฮอตต่อเนื่องอีกนานหลังเดินทางได้เต็มตัว
อย่างที่ทุกคนคงรู้กันอยู่แล้วว่าความดีงามของประเทศที่แยกตัวมาจากสหภาพโซเวียตเมื่อช่วงต้นทศวรรษ 90 แห่งนี้คือเรื่องความงามอย่างสมบูรณ์แบบของขุนเขาและธรรมชาติที่เรียกว่าสวยน้องๆ สวิส
พอมารวมกับค่าครองชีพสุดถูกที่บางอย่างราคาถูกกว่าเมืองไทยด้วยซ้ำ แถมยังเข้าไปเที่ยวได้เลยแบบ No Visa อีกด้วย ทำให้จอร์เจียกระเถิบขึ้นมาเป็น bucket list อันดับต้นๆ ของหลายคนอย่างง่ายดาย
จอร์เจียมีอะไรน่าสนใจ มาแล้วควรทำอะไรบ้าง มาดูกันเลยครับ
หยุดเวลาไว้ที่ปราสาทเทพนิยาย Ananuri
ขึ้นไปทางเหนือของกรุง Tbilisi เมืองหลวง ประมาณ 1 ชั่วโมง ก็เหมือนได้ย้อนไปในยุคอัศวินอีกครั้งหนึ่งเพราะจะได้พบกับปราสาทป้อมปราการโบราณริมฝั่งแม่น้ำ Aragvi ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ราวศตวรรษที่ 13 ซึ่งใช้เป็นที่อยู่อาศัยของ Dukes of Aragvi ผู้ปกครองดินแดนแถบนี้ในอดีต
ยิ่งถ้าวันไหนมีไอหมอกจางๆ เหนือตัวปราสาท ยิ่งได้ฟีลความเป็นเทพนิยายแบบสุดๆ เห็นแล้วได้แต่ยืนตาค้างจริงๆ
ดื่มด่ำวิวหลักล้านที่ Gudauri
บนเส้นทางลัดเลาะภูเขาระหว่างกรุง Tbilisi กับ Kazbegi ต้องผ่านเมืองสกีรีสอร์ทชื่อดังอย่าง Gudauri ถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศมาเล่นสกีที่จอร์เจียก็สามารถทำได้ เลยเขตเมืองขึ้นไปหน่อยเป็น Russia–Georgia Friendship Monument อนุสรณ์สถานที่ถือเป็นจุดชมวิวที่รถแทบทุกคันต้องเลี้ยวเข้าไป จากจุดนี้จะสามารถมองเห็นวิวภูเขาหิมะที่เป็นหุบเหวลึกได้แบบ 360 องศา สวยงามเหมือนอยู่ในสวรรค์ของจริง แถมยังมีกิจกรรมแอดเวนเจอร์ให้ทำด้วยคือกระโดดร่มร่อนไปตามช่องเขาอีกด้วย
ยืนตะลึงความมหัศจรรย์ของ Gergeti Trinity Church
หนึ่งในเหตุผลที่เดินทางมาเที่ยวจอร์เจียคงหนีไม่พ้นสถานที่แห่งนี้ Gergeti Trinity Church หรือ Tsminda Sameba คือโบสถ์ชื่อดังสัญลักษณ์สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศนี้ โบสถ์ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 นี้ตั้งอยู่บนภูเขา Kazbegi ที่มีความสูงถึง 2,170 เมตร แม้การเดินทางขึ้นเขาจะค่อนข้างยากลำบากเพราะถ้าเดินเท้าจะต้องใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง หรือถ้าใช้รถต้องใช้รถ 4W ราว 30 นาที แต่บอกเลยว่า “คุ้มค่า” และ “ตกตะลึง” เมื่อเห็นภาพนี้ครั้งแรกอย่างแน่นอน
เดินขึ้นเขาชมวิวมุมสูงของกรุง Tbilisi
ความโดดเด่นของเมืองหลวงของจอร์เจียแห่งนี้อยู่ที่บ้านเรือนสไตล์จอร์เจียนดั้งเดิมในเขตเมืองเก่าที่ตั้งเรียงรายกันบนเนินเขาซึ่งด้านบนสุดเป็นแนวป้อมปราการโบราณ ถ้ามองจากมุมไกลจะให้ความรู้สึกเหมือนเมืองในเทพนิยาย ดังนั้นเมื่อมาเมืองนี้แล้วจึงต้องไม่พลาดหาเหลี่ยมนี้มาเชยชม โดยแนะนำให้เดินจาก Sulfur Baths ในเมืองเก่า ลัดเลาะตามถนน loseb Grishashvili ขึ้นไปยัง Tabor Monastery of the Transfiguration ใช้เวลาเดินประมาณ 20 นาที ขอบอกว่าวิวจากตรงนี้ฟินมาก
ลิ้มลองรสชาติ Khinkali
หนึ่งในอาหารจอร์เจียที่โด่งดังที่สุดและห้ามพลาด อารมณ์เหมือนมาเมืองไทยต้องโดนต้มยำกุ้งก็คือ “Khinkali” เมนูนี้เป็นเหมือนออร์เดิร์ฟที่มีขายทุกร้าน ลักษณะคล้ายเกี๊ยวน้ำบ้านเรา แต่อันนี้น้ำจะอยู่ข้างในแผ่นแป้ง ความเด็ดอยู่ที่น้ำซุปและเนื้อปรุงรสข้างในเกี๊ยวที่แต่ละท้องถิ่นจะมีสูตรต่างกันไป
วิธีการกินคือใช้มือจับที่หัวคินกาลิเพราะไม่ร้อน กัดด้านใดด้านหนึ่งแล้วดูดน้ำซุปด้านในให้หมดก่อน เน้นว่าต้องกินตอนร้อนๆ จะอร่อยถึงใจมากที่สุด
ชมความงามระหว่างทางไป Kazbegi
อย่างที่เกริ่นว่าประเทศจอร์เจียตั้งอยู่บนแนวเทือกเขาคอเคซัส วิวภูเขาสูงและธรรมชาติรอบด้านจึงโดดเด่นไม่แพ้ใคร โดยเฉพาะในเส้นทางข้ามภูเขาสูงหลายลูกก่อนถึงเมือง Stepantsminda หรือชื่อเดิมที่หลายคนคุ้นเคยคือ Kazbegi ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ ไม่ไกลจากชายแดนรัสเซีย
ต้องบอกว่าตลอดเส้นทางนั้นทั้งสวยและเสียวเพราะเป็นถนนแคบๆ ที่ไต่ระดับเลียบหุบเหว บางช่วงมีหมอกหนาที่มองเห็นหิมะหนาทึบแทบจะตลอด ให้อารมณ์เหมือนกำลังเดินทางสู่โลกแห่งจินตนาการ
ชมวิวมุมสูงของเมืองหลวงเก่า Mtskheta
ใกล้ๆ กับกรุง Tbilisi มีอีกเมืองที่น่าสนใจและเป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโก นั่นคือ Mtskheta ซึ่งมีฐานะเป็นอดีตเมืองหลวงของจอร์เจียในยุคอดีต
ในเขตเมืองเป็นที่ตั้งของศาสนสถานสำคัญ 2 แห่ง ได้แก่ Svetitskhoveli Cathedral และ Samtavro monastery แต่วิวทีเด็ดอยู่ที่มุมสูงของเมืองนี้ซึ่งต้องเหมาแท็กซี่ขึ้นไปยังสำนักบวช Jvari บนภูเขาสูงฝั่งตรงข้ามกับเขตเมือง จากสำนักบวชโบราณแห่งนี้สามารถมองลงไปเห็นเมือง Mtskheta ที่ตั้งอยู่บริเวณจุดบรรจบกันของแม่น้ำ Mtkvari กับ Aragvi ได้อย่างสวยงาม ถ้าอากาศดีและแสงแดดเป็นใจจะเห็นน้ำในแม่น้ำเป็นสีเขียวอลังการ
ลองชิมไวน์รสนุ่มแห่งเมือง Signagi
นอกจากวิวเมืองบนภูเขาที่มีฉากหลังเป็นภูเขาหิมะทอดตัวเป็นแนวยาวแล้ว เมืองทางตะวันออกของประเทศแห่งนี้ยังมีชื่อเสียงจากการเป็นแหล่งผลิตไวน์คุณภาพชั้นยอดติดอันดับโลก เพราะด้านล่างของเขตเมืองเป็นพื้นที่ปลูกองุ่นยาวสุดลูกหูลูกตานั่นเอง แน่นอนว่ามาเมืองนี้ทั้งทีสิ่งที่ต้องทำคือการสั่งไวน์ขาวมาดื่มคู่กับอาหารจอร์เจียนแท้ๆ ที่มีขายทั่วไปตามร้านอาหารต่างๆ ในเมือง แล้วจะรู้ว่ามันดีแค่ไหน
เดินเขาชมความมหัศจรรย์แห่งเทือกเขาคอเคซัสอันน่าค้นหา
ถ้าเป็นสายผจญภัย หลงรักการเดินเขา ชมวิวขุนเขาอันยิ่งใหญ่แล้ว จอร์เจียถือเป็นประเทศที่ตอบโจทย์ทุกแง่มุมอย่างแน่นอน ประเทศนี้มีเส้นทางเดินเขาหลากหลายระดับ ตั้งแต่ง่ายๆ ไปจนถึงโหดสุดๆ ซึ่งก็ควรศึกษารายละเอียดเส้นทางว่าควรใช้ไกด์ท้องถิ่นหรือไม่ รวมถึงฤดูกาลที่สมควรไปด้วย
เพิ่มสีสันยามค่ำคืนใน Tbilisi
ในเมืองหลวงของจอร์เจียอย่าง Tbilisi คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวพอสมควร โดยเฉพาะตามสถานที่ท่องเที่ยวหลัก ร้านค้าร้านอาหารเปิดบริการกันเต็มที่
ถ้าอยากดื่มด่ำไลฟ์สไตล์สีสันยามค่ำคืน ถนนที่ห้ามพลาดคือถนน Jan Shardeni Kucha หรือถนนซาร์เดนี ในบริเวณเมืองเก่าซึ่งเป็นศูนย์รวมทางสังคมและวัฒนธรรมหลังจากการฟื้นฟูในศตวรรษที่ 9 ถนนสายนี้เต็มไปด้วยร้านค้าแฟชั่น ร้านอาหาร และร้านกาแฟเก๋ๆ มากมาย โดยส่วนมากนิยมสั่งชิชามาสูบและ hang out กันอย่างสนุกสนาน
*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต