โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คนมองหนัง : 'มังกรหยก: ตำนานกรงเล็บกระดูกขาวเก้าอิม' หนังภาคพิสดารที่ 'ไม่เด่น' หนังภาคหนึ่งที่ 'ไม่ได้'

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 19 มิ.ย. 2564 เวลา 16.04 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2564 เวลา 13.30 น.

 

‘มังกรหยก: ตำนานกรงเล็บกระดูกขาวเก้าอิม’

หนังภาคพิสดารที่ ‘ไม่เด่น’

หนังภาคหนึ่งที่ ‘ไม่ได้’

 

เดือนมิถุนายนนี้ อุตสาหกรรมบันเทิงของจีนแผ่นดินใหญ่ ได้ปล่อยภาพยนตร์ “มังกรหยก 2021” ออกมาสองภาคในเวลาไล่เลี่ยกัน บนแพลตฟอร์มออนไลน์

เรื่องแรก คือ “The Legend of the Condor Heroes : The Cadaverous Claws” หรือ “มังกรหยก ตอน ตำนานกรงเล็บกระดูกขาวเก้าอิม”

เรื่องที่สอง คือ “The Legend of the Condor Heroes : The Dragon Tamer” หรือ “มังกรหยก ตอน สิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกร”

โดยเนื้อหาของหนังทั้งสองเรื่องจะไม่ได้ทับซ้อนกัน ใช้บริการนักแสดงต่างชุด และมีผู้กำกับฯ ต่างคน

ขณะที่หนังเรื่องหลังมีตัวละครศูนย์กลางเป็น “ก๊วยเจ๋ง-อึ้งย้ง” และมีเนื้อหาซึ่งน่าจะสอดคล้องกับเส้นเรื่องหลักของนิยาย “มังกรหยก ภาคหนึ่ง”

หนังเรื่องแรกกลับเลือกโจทย์ที่ท้าทายกว่า ด้วยการหันไปใส่ใจให้ความสำคัญกับภูมิหลังและชะตากรรมของตัวละครสมทบมากสีสันในนิยายอย่าง “ศพเหล็ก – เหมยเชาฟง” (บ๊วยเถี่ยวฮวง)

ล่าสุด ทางแพลตฟอร์มออนไลน์ “วีทีวี ประเทศไทย” (WeTV) ได้นำเอา “มังกรหยก ตอน ตำนานกรงเล็บกระดูกขาวเก้าอิม” มาเผยแพร่เป็นที่เรียบร้อย

เมื่อได้รับชมแล้ว ผมในฐานะแฟนหนัง-ซีรีส์-นิยายกำลังภายใน ก็มีข้อคิดเห็นดังต่อไปนี้

 

“มังกรหยก ตอน ตำนานกรงเล็บกระดูกขาวเก้าอิม” (กำกับภาพยนตร์โดย “ฝู่ตง”) วางโจทย์ที่ทั้งน่าสนใจและยากมากให้แก่ตนเอง

เริ่มตั้งแต่การพยายามเล่าถึงที่มา-ที่ไปของตัวละครซึ่งมีบุคลิกซับซ้อนน่าค้นหา คล้ายจะเป็น “นางมารโดยสมบูรณ์” แต่ก็มิใช่ เช่น “เหมยเชาฟง”

เราสามารถแบ่งหนังออกได้เป็น 2 ช่วง (ซึ่งถูกนำเสนอแบบตัดสลับไปมา) คือ ช่วงแรก นับตั้งแต่ตอนที่ “เหมยเชาฟง” เริ่มรู้จัก “มารบูรพา – อึ้งเอี๊ยะซือ” จนถึงเหตุการณ์ที่นางตัดสินใจหนีออกจากเกาะดอกท้อ

และช่วงที่สอง ว่าด้วยชะตากรรมของ “เหมยเชาฟง” และ “ศพทองแดง – เฉินเสียนฟง” ผู้เป็นศิษย์พี่และคนรัก หลังทั้งคู่หลบหนีจากเกาะดอกท้อพร้อมด้วย “คัมภีร์เก้าอิม”

ในเนื้อหาช่วงหลังยังมีเส้นเรื่อง 2 เส้น ที่ดำเนินคู่ขนานกันไป ได้แก่ สถานการณ์ก่อนหน้า-นอกเหนือเรื่องราวในนิยาย “มังกรหยก ภาคหนึ่ง” และสถานการณ์ที่ไปบรรจบกับเนื้อหาของนิยายต้นฉบับพอดี

ความสลับซับซ้อนเหล่านี้ถูกบีบอัดให้บรรจุอยู่ในภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง ซึ่งมีความยาวเพียงแค่ 100 นาที

ดังนั้น หนัง “มังกรหยก ตอน ตำนานกรงเล็บกระดูกขาวเก้าอิม” จึงประกอบด้วยแก่นเรื่องหลัก พล็อตย่อยๆ และเหล่าตัวละครที่เยอะแยะวุ่นวายไปหมด

ทั้งความรัก (ลับๆ) ระหว่าง “อึ้งเอี๊ยะซือ” กับ “เหมยเชาฟง” ซึ่งถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่, การฝึกวิชา “กรงเล็บกระดูกขาว” (แบบ “คลีนๆ” ไม่เสียเลือดเนื้อ) และการดำรงอยู่ของ “เจ็ดประหลาดกังหนำ” “ก๊วยเจ๋ง-อึ้งย้ง-เอี้ยคัง” ตลอดจน “อาวเอี๊ยงฮง” กับลูก/หลานชาย

กระทั่งทุกองค์ประกอบถูกแตะนิดแตะหน่อยอย่างผิวเผินถ้วนหน้า

จนอดคิดแทนคนทำหนังไม่ได้ว่า ด้วยข้อจำกัดในเรื่องช่วงเวลาของ “ความเป็นภาพยนตร์” เช่นนี้ บางที “มังกรหยก ตอน ตำนานกรงเล็บกระดูกขาวเก้าอิม” น่าจะโฟกัสเรื่องราวไปที่ความรัก-ความผิดใจระหว่าง “อาจารย์” กับ “ศิษย์” เป็นหลัก และคงต้องเลือกตัดทิ้งตัวละคร-รายละเอียดอื่นๆ ของนิยายไปเสียบ้าง

ซึ่งตัวงานที่ได้ก็จะออกมาในรูปของ “มังกรหยกภาคพิเศษ/พิสดาร” ทำนอง “Ashes of Time” (มังกรหยก ศึกอภิมหายุทธ์) หรือซีรีส์หลายๆ เรื่องช่วงยุค 90

 

นอกจากประเด็นปัญหาเชิงโครงสร้างการเล่าเรื่อง ผมยังรู้สึกขัดใจไม่น้อยที่หนังพยายาม “ฟอกขาว” ให้ตัวละคร “เหมยเชาฟง” มากเกินไป จนพฤติการณ์การลงมือสังหาร-ทำร้ายผู้คนของนาง ถูกตีความเป็น “เรื่องบังเอิญ” หรือ “เรื่องจำใจทำ” ไปเกือบหมด

เท่ากับว่าผู้ชมจะไม่ได้มองเห็นพัฒนาการอันลึกซึ้งในการ “ล่วงถลำเข้าสู่ด้านมืด” ของ “ศพเหล็ก” ผู้เป็นแกนกลางในหนังเรื่องนี้มากนัก (แม้ผู้สร้างจะพยายามใส่บทพูดที่กล่าวถึงประเด็นดังกล่าวลงไปตอนช่วงท้ายๆ ก็ตาม)

“มังกรหยก ตอน ตำนานกรงเล็บกระดูกขาวเก้าอิม” ยังมีปัญหาเรื่องการสร้างภาพพิเศษด้วยคอมพิวเตอร์ แม้หนังจะไม่พยายามเดินตามรอยภาพยนตร์/ซีรีส์จีนกำลังภายใจรุ่นหลังๆ ที่จัดเต็มด้านเทคนิคการสร้างภาพพิเศษเสียจนเว่อร์-ฟุ้ง

กระนั้น การพึ่งพาเทคโนโลยีการสร้างภาพพิเศษแบบน้อยๆ ก็ยังให้ผลลัพธ์ (เป็น “งูยักษ์”) ที่ไม่ค่อยน่าพึงพอใจสักเท่าใดนัก

ถ้าหนังเรื่องนี้จะมีข้อดีแบบแปลกๆ ประการหนึ่ง นั่นก็คือ ยกเว้น “เหยียนอี้ควน” ผู้รับบท “อึ้งเอี๊ยะซือ” ซึ่งมีออร่าดาราเด่นชัดแล้ว นักแสดงรายอื่นๆ กลับไม่ได้มีหน้าตา-บุคลิกภาพสวยหล่อล้นเกินสักเท่าไหร่

“หรวนจวี้” นักแสดงหญิงรุ่นใหม่ที่สวมบท “เหมยเชาฟง” ก็ดูหม่นเศร้าและไม่ได้สวยเด่น ดุจเดียวกันกับผู้รับบทเป็นตัวละครหญิงที่เหลือ เช่น “อึ้งย้ง” และภรรยาของ “อึ้งเอี๊ยะซือ”

นี่ดูจะย้อนแย้งกับซีรีส์กำลังภายในยุคใหม่ เช่น “มังกรหยก 2017” ที่นักแสดงหญิงทุกคนต้องหน้าตาดี (เป็นพิมพ์เดียวกัน) หมด จนเรื่องราวและบทบาทของตัวละครถูกกลบบังไปมากพอสมควร

สรุปสุดท้ายแล้ว จุดอ่อนหลักๆ ของ “มังกรหยก ตอน ตำนานกรงเล็บกระดูกขาวเก้าอิม” นั้นอยู่ที่ความทะเยอทะยานอยากจะเป็นทั้ง “มังกรหยกภาคพิเศษ/พิสดาร” และ “มังกรหยก ภาคหนึ่ง”

ทว่าหนังกลับไปได้ไม่สุดสักทาง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...