โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

เปิดสถิติ! คนไทยใช้ 'โซเชียลมีเดีย' อันดับ 1 ของโลก

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 03 ก.ย 2564 เวลา 15.37 น. • เผยแพร่ 03 ก.ย 2564 เวลา 15.10 น.

พี่ไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก! ไม่ใช่แค่การกดคลิกเกม "PopCat" เท่านั้นที่ไทยมาแรงแซงทุกชาติ แต่ในเรื่องการใช้งาน "โซเชียลมีเดีย" ก็ไม่น้อยหน้า เพราะมีผลสำรวจจาก Global Digital Report 2021 ของ We Are Social และ Hootsuite แพลตฟอร์มบริหารจัดการสื่อสังคมออนไลน์ ได้ออกมาเปิดเผยถึงสถิติตัวเลขล่าสุดของผู้ใช้โซเชียลที่พบว่า คนไทยใช้โซเชียลมากที่สุดในโลก!

เราสรุปรายงานดังกล่าวมาให้เข้าใจง่ายๆ ดังนี้ 

1. ปีนี้พบการใช้ "โซเชียลมีเดีย" เพิ่มขึ้น 500 ล้านคน

Global Digital Report 2021 รายงานว่าผู้คนใช้งานโซเชียลมีเดียเพิ่มขึ้นมากกว่า 500 ล้านคนในเวลาเพียง 1 ปี ทำให้ปัจจุบันมีผู้ใช้ Social Media จำนวนมากถึง 4.48 พันล้านคนทั่วโลก หรือมากกว่าครึ่งของประชากรทั้งหมดของโลก 

2. คนไทยใช้ "โซเชียลมีเดีย" มากเป็นอันดับ 1 ของโลก

สำหรับรายงานพฤติกรรมผู้บริโภคด้านสื่อสังคมออนไลน์ในปี 2021 ของคนไทย We Are Social รายงานว่า คนไทยใช้โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางหลักในการอัพเดทข่าวสารและได้อันดับ 1 ของโลก คิดเป็น 78% ของผู้ใช้งานทั้งหมด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 

3. สอดคล้องกับสถิติ จากกระทรวงดิจิทัลฯ

ข้อมูลผลสำรวจข้างต้นสอดคล้องกับข้อมูลเชิงลึกการใช้โซเชียลมีเดียของคนไทย จากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ที่รายงานว่า สถิติย้อนไปในช่วงเกือบ 1 ปีที่ผ่านมา (1 ตุลาคม 2563 – 30 มิถุนายน 2564) พบว่า

มีผู้โพสต์ข่าวปลอมจำนวน 587,039 คน, มีผู้แชร์ข่าวปลอมจำนวน 20,294,635 คน โดยกลุ่มที่มีพฤติกรรมดังกล่าวมากกว่า 90% อยู่ในช่วงอายุ 18-34 ปี ซึ่งรวบรวมจากการรับแจ้งเบาะแส และติดตามการสนทนาบนโลกออนไลน์เกี่ยวกับข่าวปลอม และมีข้อความข่าวที่ต้องคัดกรองทั้งหมด 145,515,605 ข้อความ

163068332391

4. การเสพสื่อโซเชียลมากเกินไป ทำให้เกิดภาวะ FOMO

จากผลสำรวจข้างต้นที่ระบุว่า คนไทยใช้โซเชียลมีเดียเป็นอันดับ 1 ของโลกนั้น ทำให้คนไทยส่วนใหญ่อาจมีพฤติกรรมที่เรียกว่า "Fear Of Missing Out" (FOMO) หรือ "โรคกลัวตกระแส" เป็นการหวาดระแวงว่าตัวเองจะพลาดอะไรไป ไม่ทันกระแสเหมือนคนอื่น ชอบอัพเดททุกความเคลื่อนไหว ใช้โซเชียลมีเดียเพื่อเชื่อมต่อทางสังคม 

การเสพติดโซเชียลมีเดียมากเกินไปจนเกิดอาการ FOMO นี้ อาจส่งผลกระทบกับร่างกาย จิตใจ และความสัมพันธ์กับคนรอบข้างได้

5. สัญญาณบ่งชี้อาการ Fear Of Missing Out (FOMO)

สำหรับพฤติกรรมที่บ่งชี้ว่าคุณอาจเข้าข่ายมีอาการ FOMO ได้แก่ 

  • อารมณ์แปรปรวนง่าย หงุดหงิดเมื่อไม่ได้เล่นเน็ต
  • ใช้มือถือเกิน 6 ชั่วโมงในแต่ละวัน
  • ช็กโซเชียลมีเดียเกือบทุกเวลา
  • กลัวตกเทรนด์ รู้ข่าวช้ากว่าเพื่อน
  • รู้สึกกังวลเวลาเห็นคอมเม้นต์ตำหนิ
  • รู้สึกด้อยกว่าคนอื่นในโลกออนไลน์ เมื่อเปรียบเทียบกับคนที่ไปกินอาหารร้านหรู เที่ยวต่างประเทศ เป็นต้น

6. วิธีแก้ไขภาวะ FOMO ลดการเสพติดโซเชียล

- คอยสังเกตและจดบันทึกเวลาที่เล่นโซเชียลมีเดียในแต่ละวัน เช่น โพสต์รูป ข้อความ เล่นเกมส์ เป็นต้น เพื่อให้รู้ถึงความรุนแรงของพฤติกรรมเสพติดโซเชียล

- ถามคนรอบตัวว่าเราติดโซเชียลมีเดียหรือไม่? และคิดว่าความสัมพันธ์จะดีขึ้นหรือไม่? หากลดเวลาเล่นโซเชียลให้น้อยลง 

- กำหนดเวลาใช้งานโซเชียลมีเดีย โดยปกติการเล่นโซเชียล 60-90 นาทีต่อวันก็เพียงพอแล้ว สำหรับอ่านข่าวหรือโพสต์อัพเดทต่างๆ (เล่นช่วงเช้า 30 นาที และเล่นช่วงค่ำอีก 60 นาที)

- ให้คนใกล้ชิดคอยเตือนให้หยุดเล่นโซเชียล เมื่อครบเวลากำหนด ต้องหยุดทันทีโดยไม่มีข้อแม้

- กำหนดวันที่ไม่เล่นโซเชียลมีเดีย หากมีเรื่องเร่งด่วนสามารถติดต่อผ่านการโทรศัพท์ได้ 

- ปิดระบบแจ้งเตือนเพราะจะดึงดูดให้เรากลับไปใช้โซเชียลอีก 

- กำหนดให้ห้องนอนเป็นพื้นที่ NO Mobile

- อยู่ให้ห่างมือถือ/แท็บเล็ต และเพิ่มกิจกรรมอื่นๆ แทน เช่น ออกกาลังกาย ดูแลสุขภาพ หาช่วงเวลาปิดมือถือ แล้วหางานอดิเรกทำ เช่น ไปเที่ยวหรือใช้เวลากับเพื่อนๆ 

-------------------------

อ้างอิง : 

สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์

พญ.ปรานี ปวีณชนา จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น รพ.มนารมย์

rama.mahidol.ac.th

mdes.go.th

springnews

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...