โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เลือดเปลี่ยนเป็นสีชมพู ทำสาวผวาหนัก! หมอเผยสาเหตุแล้ว

Khaosod

อัพเดต 15 ม.ค. 2562 เวลา 09.25 น. • เผยแพร่ 15 ม.ค. 2562 เวลา 09.20 น.

เลือด เปลี่ยนเป็นสีชมพู ทำสาวผวาหนัก! หมอเผยสาเหตุแล้ว

เลือด / เป็นเรื่องปกติไปแล้ว ที่สาวๆ หนุ่มๆ จะหาตัวช่วยทำให้บุคลิกดี และรูปร่างหน้าตาสวยงาม หลายคนเลือกวิธีลัดในการใช้ ยา อาหารเสริม เพื่อจะทำให้ผอม ขาว ใส กันเป็นเรื่องปกติ แต่บางครั้งก็นำมาซึ่งอันตราย โดยเฉพาะการเลือกอาหารเสริมที่ไม่ได้คุณภาพ หรือ แม้แต่อาหารเสริมที่ได้คุณภาพ หากบริโภคจนเกินความจำเป็น หรือ มากเกินไป ก็ส่งผลเสียได้

ก่อนเพจ  The FOOL DOG เผยแพร่ภาพหลอดเลือด ซึ่งมีลักษณะของเลือดเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีชมพู-ขาว พร้อมกับระบุว่า “เตือนภัยสาวๆ สำหรับคนที่กำลังกินอาหารเสริม ยาลดความอ้วน ยาขาวต่างๆ บลาๆ คนไข้คนนี้มาด้วยอาการ เหนื่อย หายใจหอบ บ่นหิวน้ำตลอดเวลา ปากแห้ง”

“วันนั้นขึ้นเวรพอดี เจาะเลือดออกมา เลือดเป็นสีส้มๆ ข้นๆคล้ายๆแป้ง พอวางเลือดทิ้งไว้สักพัก ก็เป็นอย่างที่เห็น เลือดเป็นสีขาวขุ่นๆ แยกเป็นชั้นๆ ซึ่งแน่นอนว่าคนปกติไม่เป็นแบบนี้แน่ห้องตรวจเลือดในรพ.เล็กๆไม่สามารถตรวจได้ อ่านค่าไม่ได้ ต้องส่งไป รพ.ที่ใหญ่ๆ”

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่

เพิ่มเพื่อน

“ด้วยความสงสัย เลยถามคนไข้ว่าเคยกินยาขาว ยาผอมไหม และก็ได้คำตอบว่า กินมานานร่วม 2 ปี หลายยี่ห้อ ปะปนกันไป วันนั้นสุดท้ายแล้วคนไข้ต้องรีเฟอไป รพ.ที่ใหญ่กว่า พอไปถึง หายใจเหนื่อยหอบมากกว่าเดิม หายใจเองไม่ได้ สุดท้ายใส่ท่อช่วยหายใจส่งเข้า ICU เพื่อรักษาต่อ น่าสงสารมาก ความตายผ่อนส่ง”

ล่าสุด พ.ต.ท.กฤติชาติ กำจรปรีชา นายแพทย์ (สบ 3) โลหิตแพทย์ โรงพยาบาลตำรวจ เผยถึงเรื่องนี้ว่า

เลือดของเราทุกคนเมื่อนำไปผ่านกระบวนการปั่นแยก เพื่อให้เกิดการตกตะกอน เราสามารถเห็นการแยกตัวของส่วนประกอบต่างๆภายในเลือดออกเป็น 3 ชั้นได้แก่ 1.ชั้นเม็ดเลือดแดง (มีสีแดง) 2.ชั้นเม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือด (มีสีขาว) 3.ชั้นน้ำเหลืองหรือชั้นของน้ำเลือด (มีสีเหลือง) ซึ่งภายในเม็ดเลือดแดงนั้น มีรงควัตถุสีแดง (สารสีแดง) ที่ชื่อว่าฮีโมโกลบิน จึงเป็นเหตุให้เราเรียกเซลล์เหล่านี้ว่าเซลล์เม็ดเลือดแดงนั่นเอง

ในส่วนของชั้นเม็ดเลือดแดงนั้น จะมีปริมาณประมาณ 36-50 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณเลือดทั้งหมด ซึ่งมีความแตกต่างกันในเพศชายและเพศหญิง สำหรับชั้นเม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือด มีลักษณะสีขาว เป็นชั้นบางๆแทรกอยู่ระหว่างชั้นเม็ดเลือดแดงและชั้นของน้ำเหลือง เป็นที่อยู่ของเม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือด เราจึงเรียกเซลล์ที่อยู่ในชั้นนี้ว่าเซลล์เม็ดเลือดขาว และชั้นสุดท้ายคือชั้นของน้ำเลือด ซึ่งมีลักษณะสีเหลือง อันประกอบไปด้วยสารต่างๆมากมาย เราจึงเรียกชั้นนี้ว่าชั้นน้ำเหลืองนั้นแอง

โดยปกติในกระบวนการเจาะเลือด เพื่อส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ จะทำการเจาะเลือดจากเส้นเลือดดำ ซึ่งลักษณะเลือดที่ได้นั้นจะเป็นสีแดงเข้ม ดูคล้ำ จนบางครั้งอาจดูคล้ายสีดำ จึงเป็นที่มาของชื่อเส้นเลือดดำ

ดังนั้นการที่เราจะเห็นสีของเลือดผิดปกติไปจากเลือดที่เจาะโดยตรงจากเส้นเลือดดำนั้น เราจะสังเกตได้เมื่อผ่านกระบวนการปั่นเลือด ซึ่งแยกเป็น 3 สีดังที่กล่าวมานั้นเอง กรณีที่มีชั้นเม็ดเลือดแดงน้อย เราเรียกกรณีนี้ว่าภาวะโลหิตจาง และในทางตรงกันข้ามกรณีที่มีชั้นเม็ดเลือดแดงมากกว่าปกติเราเรียกว่าภาวะเลือดข้น

สำหรับในส่วนของชั้นเม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือด หากมีปริมาณเม็ดเลือดขาวมากผิดปกติ เราจะเห็นชั้นเม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือดมีปริมาณมาก ซึ่งอาจพบได้ในผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาว

ส่วนชั้นน้ำเหลืองหรือชั้นของน้ำเลือดนั้น อาจมีสีผิดปกติไปจากเดิม ซึ่งมีสีเหลืองได้ในหลายกรณีเช่น เป็นสีขาวคล้ายนมในผู้ป่วยที่มีไขมันในเลือดสูง เป็นสีแดงในผู้ป่วยที่มีภาวะเม็ดเลือดแดงแตก เป็นต้น

ดังนั้นในบางกรณีเช่น ผู้ป่วยมีไขมันในเลือดในระดับสูงมาก เราอาจจะเห็นชั้นสีขาวคล้ายนมปริมาณมาก (ซึ่งอยู่ในส่วนของชั้นน้ำเหลืองหรือชั้นของน้ำเลือด) และเมื่อเกิดการผสมกันระหว่างชั้นของเม็ดเลือดแดง ซึ่งอยู่ใกล้กัน อาจทำให้เราเห็นมีชั้นสีชมพูเกิดขึ้น ซึ่งเกิดจากสีขาวและสีแดงผสมกันนั่นเอง

สำหรับกรณีผู้ป่วยมีภาวะเม็ดเลือดแดงแตก เราจะเห็นชั้นน้ำเหลืองหรือชั้นของน้ำเลือดมีสีแดงจางๆ จนบางครั้งอาจทำให้เราเข้าใจว่าเป็นสีชมพู แต่อย่างไรก็ตามเลือดที่ปั่นแยกออกเป็นชั้นต่างๆนั้น หากเราเขย่ารวมกันก็จะกลับไปเป็นสีแดงเช่นเดิม จากที่กล่าวมาทั้งหมดจึงมีความเป็นไปได้ยากที่จะพบภาวะที่เจาะเลือดจากเส้นเลือดดำแล้วพบว่า เลือดนั้นเป็นสีชมพู

ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก ส่วนใหญ่มักมีภาวะน้ำหนักเกินเป็นทุน ซึ่งควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการซักประวัติ ตรวจร่างกาย หรือส่งตรวจเพิ่มเติมตามความเหมาะสม เพื่อคัดกรองภาวะเสี่ยง โดยเฉพาะในกลุ่มโรคสำคัญที่พบบ่อย เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง เป็นต้น

เพื่อเราจะได้มีข้อมูลไปใช้ในการวางแผนลดน้ำหนักเพื่อให้เกิดความปลอดภัย ทั้งในการควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย หรือหากจำเป็นอาจต้องใช้ยาหรือการผ่าตัดเพื่อช่วยในการลดน้ำหนัก เป็นต้น

สำหรับการซื้อยากินเองนั้นยังคงมีความเสี่ยงโดยเฉพาะยาที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรืออย. และในยากลุ่มเสริมความงามก็เช่นเดียวกัน ควรอยู่ในการกำกับดูแลโดยแพทย์ เนื่องจากส่วนผสมในยากลุ่มเสริมความงามนั้นอาจมีผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้ส่วนผสมของกลูต้าไธโอน ซึ่งหากใช้ในปริมาณมากและระยะเวลานาน อาจทำให้เกิดภาวะเม็ดเลือดแดงแตกได้

อ่านข่าว ความตายผ่อนส่ง!! สยองสาว เลือดเปลี่ยนเป็นสี เหตุเพราะยาผอม-ยาขาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...