โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เลือกตั้ง 2562 : คำศัพท์น่ารู้ก่อนเข้าคูหา

Khaosod

อัพเดต 25 ม.ค. 2562 เวลา 16.13 น. • เผยแพร่ 25 ม.ค. 2562 เวลา 16.13 น.

เลือกตั้ง 2562 : คำศัพท์น่ารู้ก่อนเข้าคูหา – BBCไทย

ในที่สุด พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฏ.) ให้มีการเลือกตั้งทั่วไป ก็มีผลบังคับใช้เป็นที่เรียบร้อย และนำไปสู่การเลือกตั้งครั้งแรกในรอบ 8 ปีของประเทศไทย

คุณทราบหรือไม่ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้กติกาใหม่ และระบบเลือกตั้งใหม่ และนั่นจึงเป็นที่มาของคำศัพท์ใหม่ทางการเมืองในกระบวนการเลือกตั้ง ที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 มี.ค. นี้ แล้ว คำศัพท์เหล่านั้น มีอะไรบ้าง

บีบีซีไทยรวบรวมคำศัพท์การเมืองน่ารู้มาไว้ ณ ที่นี้ เพื่อเป็นคู่มือของผู้อ่านก่อนเข้าคูหาเลือกตั้ง

…………………….

จัดสรรปันส่วนผสม

ระบบเลือกตั้งใหม่เพิ่งใช้เป็นครั้งแรก กำหนดให้มี ส.ส. 2 ประเภทคือแบบแบ่งเขต 350 คน และแบบบัญชีรายชื่อ 150 คน แต่มีบัตรเลือกตั้งเพียงใบเดียวให้ชาวไทยกาเลือกผู้สมัคร ทุกคะแนนที่ผู้สมัคร ส.ส. เขตได้รับไม่ว่าเขาหรือเธอจะ “สอบได้” หรือ “สอบตก” จะถูกนำไปนับรวมกันทั้งพรรค ก่อนคำนวณเป็นจำนวน “ส.ส. พึงมี” ทั้งหมดของพรรคนั้น ๆ เช่น พรรค ก. คำนวณแล้วได้ยอด ส.ส. พึงมี 200 คน หากชนะเลือกตั้ง 180 เขต ก็จะเหลือโควตา ส.ส. บัญชีรายชื่ออีก 20 คน

นิวโหวตเตอร์

ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งหน้าใหม่ หรือ นิวโหวตเตอร์ (new voter) ซึ่งในทางกฎหมายคือบุคคลที่มีอายุครบ 18 ปีในวันเลือกตั้ง แต่เนื่องจากไทยไม่มีการเลือกตั้งมานานถึง 8 ปี ทำให้ชาวไทยผู้มีอายุตั้งแต่ 18-26 ปี กลายเป็นกลุ่มคนที่เพิ่งมีโอกาสได้ใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นครั้งแรกในปี 2562 ด้วย

ดูด ส.ส.

ปรากฏการณ์การย้ายพรรคของนักการเมืองอย่างไม่ปกติ และถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีการใช้ “ปัจจัยพิเศษ” มาจูงใจ อาทิ เงินทุน ตำแหน่งการเมือง คดีความ ทั้งหมดนี้เพื่อสร้างฐานเสียงทางลัดให้แก่พรรคการเมือง อย่างไรก็ตามการ “ดูด ส.ส.” ไม่ใช่เรื่องใหม่เพราะเกิดขึ้นในการเมืองไทยมาไม่ต่ำกว่า 20 ปี มีทั้งการดูดรายบุคคล รายกลุ่มการเมือง และดูดยกพรรค ซึ่งหัวหน้า คสช. เคยบอกว่า “เป็นครรลองประชาธิปไตยแบบไทย ๆ”

โหวตโน

การออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง แต่กาช่อง “ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด” เลือกใคร แต่กติกาใหม่กำหนดให้ผู้สมัครที่จะได้เป็น ส.ส. ต้องได้รับคะแนนเสียงมากกว่าคะแนน “โหวตโน” (vote no) ดังนั้นถ้าใครชนะเลือกตั้งเป็นอันดับ 1 แต่ได้คะแนนน้อยกว่าคะแนนโหวตโน ก็หมดสิทธิเป็น ส.ส. และต้องจัดการเลือกตั้งกันใหม่ในเขตนั้น

นายกฯ คนใน

บุคคลที่มีชื่ออยู่ในบัญชีที่พรรคการเมืองเตรียมเสนอต่อสภาผู้แทนฯ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบเป็นนายกฯ โดยเสนอได้พรรคละไม่เกิน 3 รายชื่อ และต้องเปิดเผยให้ประชาชนทราบในช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง แต่ชื่อที่สภาฯ จะหยิบมาพิจารณาได้ ต้องมาจากบัญชีของพรรคที่มีเสียงในสภาฯ ไม่น้อยกว่า 5% หรือมี ส.ส. 25 คนขึ้นไป

ส.ต.

อดีตผู้สมัคร ส.ส. ที่ไม่ชนะการเลือกตั้ง หรือพูดง่าย ๆ ว่า “สอบตก” แต่กติกาใหม่ทำให้คนเหล่านี้มีความสำคัญ เพราะทุกคะแนนที่เขาหรือเธอได้จะถูกนำไปคำนวณหายอด ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อของพรรคภายใต้ระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม ทำให้หลายพรรคเลือกกวาดต้อนเอาบรรดา ส.ต. เข้าสังกัดไปภายใต้ยุทธศาสตร์ “บุกไปแพ้” หวังโกยคะแนนเสียงที่เคยตกหล่นเข้ากองกลาง

โนโหวต

การไม่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง หรือที่เรียกว่า “นอนหลับทับสิทธิ์” (no vote) ซึ่งถ้าใครไม่มีเหตุผลอันสมควร จะถูกตัดสิทธิเป็นข้าราชการการเมืองและผู้บริหารท้องถิ่นในอนาคตด้วย

นายกฯ คนนอก

บุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นนายกฯ หลังสมาชิกรัฐสภามีข้อยกเว้นการใช้ชื่อนายกฯ ในบัญชีของพรรคการเมือง กรณีเกิดปัญหาจนไม่สามารถตั้ง “นายกฯ คนใน” ได้ แต่การมี “นายกฯ คนนอก” จะเกิดขึ้นในช่วง 5 ปีนี้เท่านั้น และต้องได้เสียงสนับสนุนมากกว่ากึ่งหนึ่งในรัฐสภา หรือ 376 จาก 700 เสียง

ปลดล็อก

การแก้ไขและยกเลิกกติกาที่เป็นอุปสรรคในการทำกิจกรรมทางการเมืองของพรรคการเมือง ซึ่งภายหลังรัฐประหารปี 2557 มี “กฎเหล็ก” อย่างน้อย 2 ฉบับคอยล็อกไม่ให้นักการเมืองขยับเขยื้อนได้คือ ประกาศ คสช. ฉบับที่ 57/2557 ห้ามพรรคการเมืองดำเนินกิจการทางการเมือง และคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ห้ามมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คนขึ้นไป แม้พรรคต่าง ๆ จะเรียกร้อง คสช. ขอ “ปลดล็อก” ให้พวกเขาเตรียมพร้อมลงสู่สนามเลือกตั้งได้ แต่ 4 ปีที่ผ่านมา คสช. ยอมเพียง “คลายล็อก” ปรับลดกฎกติกาบางประการลงเท่านั้น

ไพรมารีโหวต

ระบบการเลือกตั้งขั้นต้น (primary vote) ที่ให้สมาชิกพรรคลงคะแนนเลือกว่าใครสมควรเป็นตัวแทนพรรคลงชิงเก้าอี้ ส.ส. ในเขตต่าง ๆ แต่ยังไม่มีการบังคับให้พรรคต้องทำไพรมารีในการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นด้วยข้อจำกัดของเวลา โดย คสช. ออกคำสั่งให้ใช้คณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร 11 คนเป็นผู้คัดเลือกผู้สมัคร ส.ส. แทน

พรรค ส.ว.

สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จำนวน 250 คนที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในช่วง 5 ปีนี้ หรือที่เรียกว่า “ส.ว. เฉพาะกาล” ซึ่งมีที่มาจาก 3 ช่องทาง ได้แก่ คณะกรรมการสรรหา เลือก 194 คน เป็นโดยตำแหน่ง 6 คน และเลือกกันเองในกลุ่มอาชีพ 50 คน แต่ทั้งหมดมี คสช. เป็นผู้เคาะรายชื่อในขั้นสุดท้าย ทั้งนี้ “ส.ว. เฉพาะกาล” จะมี “อำนาจหน้าที่เฉพาะกิจ” คือสามารถร่วมเลือกนายกฯ ได้ จากปกติเป็นอำนาจของ ส.ส. จนมีการเปรียบเปรยกันว่าเป็น “พรรค ส.ว.” ที่ใช้เสียงที่มีสนับสนุนให้ “นายกฯ คนนอก” เข้ามาทำหน้าที่

แลนด์สไลด์

การกำชัยชนะในการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายจนเปรียบได้กับ “แลนด์สไลด์” (การชนะอย่างท่วมท้น) ซึ่งในการเมืองไทยมีตัวอย่างให้เห็นเด่นในคราวเลือกตั้งปี 2548 ที่พรรคไทยรักไทยชนะการเลือกตั้งแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด หิ้ว ส.ส. เข้าสภาฯ ได้ถึง 377 จากทั้งหมด 500 คน จนสามารถจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

อ่านข่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2562

เลือกตั้ง 2562 : คำศัพท์น่ารู้ก่อนเข้าคูหา

คุณผู้อ่านสามารถติดตามความเคลื่อนไหว สัมภาษณ์พิเศษ บทวิเคราะห์ พร้อมทั้งทำความรู้จักกับ การเลือกตั้ง 2562 โดยทีมงานบีบีซีไทยได้ที่เว็บไซต์ www.bbc.com/thai/election2019 พร้อมทั้งสื่อสังคมออนไลน์บีบีซีไทยผ่านทาง เฟซบุ๊ก, อินสตาแกรม และ ยูทิวบ์ รวมทั้ง #ThaiElection2019 หรือ #เลือกตั้ง2562

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...